"ถ้าพวกท่านกล้าพอที่จะเซ็นชื่อลงไปในเอกสารฉบับนี้ด้วยตัวเอง ข้าก็ยินดีจะคืนสิทธิ์การทำแปลงเกษตรทิศเหนือให้... แต่จำไว้ว่า ผลลัพธ์หลังจากนั้น พวกท่านจะต้องรับผิดชอบต่อหน้ากองบัญชาการทหารสูงสุดด้วยตนเองนะคะ"
น้ำเสียงของหลินฟางราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงของบ้านตระกูลจางเงียบกริบลงในทันที
จางเหว่ยหน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด ปลายนิ้วที่ถือกระดาษแผ่นนั้นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ในขณะที่แม่สามีตระกูลจาง ซึ่งนั่งหน้าบึ้งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ ส่งเสียงแค่นอยู่ในลำคอด้วยความไม่พอใจ
"นังสะใภ้ไร้ค่า! แกคิดว่าเอาตราประทับของพี่ใหญ่มาขู่พวกเราแล้วจะกลัวอย่างนั้นหรือ? คิดว่าสามีแกไปราชการลับแล้วจะไม่มีใครรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของแกสินะ!" แม่สามีตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความโลภและความเคียดแค้นที่สะสมมานาน "เหว่ยเหว่ย ลูกแม่อย่าไปกลัวมัน! ตราประทับนั่นอาจจะขโมยมาก็ได้ ใครจะไปรู้!"
หลินฟางยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเธองดงามเยือกเย็นราวกับดอกไม้พิษท่ามกลางหิมะ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สายตาคู่สวยกลับกวาดมองหน้าญาติผู้พี่และบรรดาเครือญาติที่มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายในห้องนี้ ทุกคนต่างหลบสายตา หลบเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่ความโลภที่สะท้อนออกมาจากแววตานั้นปิดไม่มิดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อวานนี้ หลังจากที่เธอจัดการแปลงโฉมผลผลิตในมิติฟาร์มจนกลายเป็นพืชผักเกรดพรีเมียมที่สร้างรายได้มหาศาล พวกเขาเหล่านี้ก็เริ่มส่งสายตาสอดส่องและวางแผนชั่วร้ายลับหลัง วันนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนกลุ่มนี้จะรวมหัวกันยกโขยงมาที่นี่ เพื่อบีบบังคับให้เธอโอนสิทธิ์การจัดการฟาร์มและสูตรอาหารลับทั้งหมดให้แก่ตระกูลจางสายรอง
"ขโมยอย่างนั้นหรือคะคุณแม่?" หลินฟางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชิดโต๊ะไม้มากขึ้น กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้แม่สามีถึงกับผงถอยหลังไปครึ่งก้าว "ถ้าท่านคิดว่านี่คือของปลอม ทำไมไม่ลองส่งจดหมายด่วนไปยังค่ายทหารทิศเหนือดูล่ะคะ? เกรงว่า... คนที่จะไม่ได้กลับมาเหยียบหมู่บ้านนี้อีก อาจจะไม่ใช่ฉัน แต่อาจจะเป็นลูกชายสุดที่รักของท่านที่กำลังเซ็นอนุมัติคำสั่งปลดประจำการและยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลจางต่างหากล่ะคะ"
คำพูดของหลินฟางราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ
จางเหว่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าพี่ชายของตนเองอย่าง 'จางหยาง' นั้นขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและรักภรรยามากแค่ไหน ตั้งแต่ที่หลินฟางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นางทั้งฉลาด ทันคน และสร้างรายได้จนผู้บังคับบัญชาในค่ายยังต้องเอ่ยปากชม หากจางหยางรู้ว่าญาติๆ กำลังรวมหัวกันรังแกภรรยาของเขาในยามที่เขาไม่อยู่ มีหวังอนาคตในกองทัพของพวกเขาคงจบสิ้นลงในชั่วข้ามคืนแน่
"พี่สะใภ้... พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย พวกเราก็แค่อยากช่วยดูแลฟาร์มให้ เพราะเห็นว่าท่านต้องเหนื่อยเลี้ยงลูกลำพัง..." จางเหว่ยเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ฝืนย่นยิ้มแห้งแล้งออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว
"ช่วยดูแล? หึ!" หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอ "ดูแลจนแปลงผักของฉันเกือบถูกพวกแกแอบขโมยไปขายในตลาดมืดเนี่ยนะ? คิดว่าฉันไม่รู้หรือคะว่าพวกแกแอบไปตกลงอะไรกันไว้ที่หลังบ้านเมื่อคืนนี้?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมพัดตึงกรรโชกผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามา ราวกับธรรมชาติกำลังเป็นพยานให้กับศึกน้ำลายในครั้งนี้ แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้นเคือง นางตั้งใจมาขยيบสะใภ้คนนี้ให้จมดิน แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองต่างหากที่กำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่หลินฟางขุดรอไว้
"แก... นังสารเลว!" แม่สามีทนไม่ไหวเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ผู้ไม่รักดี
ทว่า... ในวินาทีที่ฝ่ามือเหี่ยวย่นกำลังจะพุ่งเข้ามาปะทะกับใบหน้าของหลินฟางนั้น ประตูไม้หน้าบ้านก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวทำให้ทุกคนสะดุ้งสุดตัว
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารยศสูง กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเขาราวกับพายุมรกตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า จางหยางก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของมารดาและน้องชายที่กำลังยืนตัวสั่นเทา
"แม่กำลังทำอะไรภรรยาของผมหรือครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเชือดเฉือน ทำเอาทุกคนในห้องหน้าถอดสี คุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวทันที
หลินฟางหันไปมองสามีที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจด่วนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดผวาต่อการปรากฏตัวของนายทหารหนุ่ม จางหยางกลับก้าวเข้าไปหาหลินฟางอย่างรวดเร็ว สีหน้าดุดันเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาออดอ้อนและสำนึกผิดที่ทำเอาภรรยาสาวถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
"ฟางฟาง... พี่กลับมาแล้วครับ ใครรังแกเธอบอกพี่มา เดี๋ยวพี่จะกวาดล้างตระกูลนี้ให้เกลี้ยงเลย..."
จางหยางกระซิบเสียงอ่อยพร้อมกับเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของภรรยาเบาๆ ราวกับลูกสุนัขตัวใหญ่ที่กลัวเจ้านายดุ
แต่ก่อนที่หลินฟางจะได้เอ่ยปากตอบอะไร สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณหน้าต่างห้องครัวด้านหลังบ้าน พร้อมกับกลิ่นหอมฉุนของผงสมุนไพรแปลกปลอมที่ลอยมาตามลม... เป็นกลิ่นเดียวกับยาพิษชนิดออกฤทธิ์ช้าที่ใช้สำหรับวางยาสัตว์ในฟาร์ม!
พวกมันไม่ได้มากันแค่กลุ่มนี้... แต่ยังมีอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและกำลังลงมือทำลายหัวใจสำคัญของฟาร์มในวินาทีนี้!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทหน้ามาร่วมลุ้นกันต่อค่ะว่าหลินฟางและสามีโบ้สายเปย์จะจัดการกับหนอนกระเทือนไส้ตัวนี้อย่างไร!
วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 17
เมื่อศัตรูรวมหัวกัน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!