วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 31

ยอดขายทะลุเป้า

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"กองเงินตรงหน้านี้... คือตั๋วเบิกทางสู่อิสรภาพที่เราสองคนรอคอยมานานค่ะคุณพี่" เสียงหวานใสแต่หนักแน่นของหลินฟางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถง ปลายนเรียวบางของนางกำลังกวาดเหรียญเงินและธนบัตรคูปองอาหารเข้าหากองใหญ่บนโต๊ะไม้เนื้อดี แสงตะเกียงยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับรอยยิ้มพึงใจของหญิงสาว จนทำให้ดวงหน้าที่มักจะเคร่งเครียดกับการทำมาหากินเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันตา จางหยาง สามีหนุ่มนายทหารในชุดเครื่องแบบที่เพิ่งกลับจากค่าย ยืนพิงกรอบประตูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและประกายระยิบระยับ เขามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้กลายเป็นเศรษฐีนีกลายๆ ไปเสียแล้ว แม้เมื่อครู่หัวใจของเขาจะเพิ่งกระตุกวูบไปกับเงาดำปริศนาที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวรั้วบ้าน แต่ความตื่นตาตื่นใจกับความสามารถของภรรยาก็กลบความกังวลนั้นลงชั่วคราว "พี่ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า น้ำพริกสูตรพิเศษกับผักออร์แกนิกจากมิติฟาร์มของน้อง จะทำเงินได้มหาศาลขนาดนี้ในเวลาแค่เดือนเดียว" จางหยางก้าวเข้ามาใกล้ โอบกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างเอาอกเอาใจ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น "แบบนี้สงสัยพี่คงต้องยอมยกเงินเดือนทั้งหมดให้ภรรยาเก็บไว้แต่เพียงผู้เดียวแล้วกระมัง" "ใครเขาอยากได้เงินเดือนกระจ้อยร่อยของนายทหารอย่างคุณกันคะ" หลินฟางเอี้ยวตัวมาหยิกแขนสามีเบาๆ อย่างหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง "สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่แค่เงินเก็บก้อนนี้หรอกนะคะ... แต่คือโฉนดที่ดินผืนใหญ่ติดริมลำธารท้ายหมู่บ้านต่างหากล่ะค่ะ!" บรรยากาศในห้องอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่หลินฟางเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาถ่านตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เมนูเด็ดที่ตั้งใจจะฉลองความสำเร็จในการขายสินค้าล็อตแรกหมดเกลี้ยงในตลาดมืดอย่างรวดเร็ว เสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปผสานกับเสียงนับธนบัตรดังกรอบแกรบ กลายเป็นบทเพลงแห่งความมั่งคั่งที่ขับกล่อมให้ค่ำคืนนี้งดงามยิ่งนัก ทว่า ความสุขมักอยู่ได้ไม่นาน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนของแม่สามีตระกูลจาง ที่แผดเผาทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นลงในพริบตา "อีสะอกอภิมหาตัวซวย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนเงินก้อนโตไว้ในบ้าน อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่าวันนี้พวกแกหิ้วตะกร้าอะไรไปขายที่ตลาดบ้าง!" รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางหุบฉับทันที ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาขึ้นมาวูบหนึ่ง นางหันไปสบตากับจางหยางที่ใบหน้าบึ้งตึงลงทันควัน ความเกรงใจที่มีต่อมารดาบังเกิดเกล้าถูกความเบื่อหน่ายและโกรธเกรี้ยวเข้าแทนที่จนหมดสิ้น ตั้งแต่ที่พวกเขาย้ายออกมาอยู่เอง แม่สามีก็มักจะมาหาเรื่องรีบไถเงินอยู่ไม่ขาด แต่ครั้งนี้... มันล้ำเส้นเกินไปแล้ว "ปล่อยให้ฉันจัดการเองค่ะคุณพี่" หลินฟางยกมือห้ามสามีที่ทำท่าจะเดินไปกระชากประตู "คนแบบนั้น ถ้าไม่ดัดหลังให้เจ็บจนจำ ก็ไม่มีทางเลิกมารังควานครอบครัวเราหรอกค่ะ" หญิงสาวเดินนองหน้าไปยังประตูกระท่อม มือเรียวดึงสลักกลอนออกแล้วกระชากเปิดกว้าง ปะทะกับร่างท้วมของแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวทำหน้าถมึงทึงอยู่ด้านนอก ด้านข้างยังมีสะใภ้รองที่คอยยุยงตะsengส่งเสียงสนับสนุนไม่ห่าง "ทำไมถึงช้าจังวะ หรือว่ากำลังช่วยกันซ่อนเงินที่โกงมาจาก..." "ถ้าจะมาหาเรื่อง ก็เชิญกลับไปซะนะคะแม่" หลินฟางสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "บ้านหลังนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเราสองคนโดยชอบธรรม เงินทุกแดงทุกบาทมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของฉัน ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับตระกูลจางเลยแม้แต่น้อยค่ะ" "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีใส่ฉัน!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโกรธจัด "แกเป็นสะใภ้ หาเงินได้ก็ต้องเอามาให้บ้านใหญ่ดูแลสิฟะ! แกมันอกตัญญู เห็นแก่ตัว!" "อกตัญญูเหรอคะ?" หลินฟางหัวנסในลำคอเบาๆ สายตากวาดมองสำรวจหญิงแก่ที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ แต่แววตาโลภโม่งล้น "ตอนที่เราลำบาก พวกท่านเคยเหลียวแลพวกเราบ้างไหมคะ? ข้าวสารสักเม็ด น้ำมันสักหยดก็ไม่เคยมีน้ำใจ... แต่วันนี้พอเห็นฉันขายของได้กำไร กลับวิ่งแจ้นมาแบมือขอส่วนบุญ ช่างน่าไม่อายสิ้นดีค่ะ!" "แก...!" แม่สามีเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้ด้วยความบันดาลโทสะ แต่ทว่า... มือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกมือหนาของจางหยางคว้าจับเอาไว้กลางอากาศแน่น แรงบีบที่ทรงพลังทำให้อีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "พอได้แล้วครับแม่!" จางหยางเอ่ยเสียงต่ำ แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังมารดาจนคนแก่ถึงกับผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "ผมยอมให้แม่เอาเปรียบมามากพอแล้ว แต่วันนี้... ถ้าแม่ยังกล้าแตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้วเดียว อย่าหาว่าผมไม่เคารพความเป็นแม่ก็แล้วกัน!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม่สามีอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักหันมาแข็งข้อเพื่อปกป้องภรรยาอย่างออกนอกหน้า บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังขับเคี่ยวกันอย่างถึงพริกถึงขิงนั้นเอง... สายลมยามค่ำคืนก็พัดโชยหอบเอา "กลิ่นหอมอันเย้ายวน" ของเครื่องเทศสูตรลับและเนื้อย่างรมควันลอยมาจากทิศทางของชายป่าท้ายหมู่บ้าน—กลิ่นหอมที่ทรงพลังจนทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหยุดชะงักและสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว จางหยางขมวดคิ้วมุ่น หลินฟางหันขวับไปมองความมืดมิดนอกรั้วด้วยความระแวงทันที เพราะกลิ่นนี้... ไม่ใช่กลิ่นอาหารที่นางทำอย่างแน่นอน! และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างของชายแปลกหน้าในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก็ก้าวพ้นเงาไม้เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแสงไฟจากกระท่อม พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้ขนหัวลุก "ขออภิภัยที่มารบกวนยามวิกาลนะครับ... พอดีผมได้กลิ่นหอมของเงินก้อนโตจากที่นี่ เลยแวะมา 'ทวงของ' ที่เคยเป็นของตระกูลผมคืนเสียหน่อย" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฟางมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%