วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 34

เมื่อสามีกลายเป็นคนแปลกหน้า

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าคุณยังคิดว่าการเป็นพ่อคนคือการส่งเงินกองกลางมาให้แล้วจบไป ฉันแนะนำว่าคุณกลับไปนอนเฝ้าค่ายทหารเหมือนเดิมเถอะค่ะจางหยาง" เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องโถงไม่ได้เจือด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่ราบเรียบและเย็นชาจนคนฟังถึงกับสะท้าน หลินฟางยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว สายตาคมกริบมองร่างสูงใหญ่ของสามีในชุดลำลองที่กำลังยืนทำตัวไม่ถูกอยู่กลางห้อง นายทหารหนุ่มผู้เคยผ่านสนามรบและสั่งการลูกน้องนับร้อยด้วยความเด็ดขาด บัดนี้กลับยืนแข็งทื่อราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดแล้วครูฝ่ายปกครองเรียกพบ จางหยางเม้มริมฝีปากแน่น มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธและขุดดินเผลอกำเข้าหากันอย่างอึดอัด ในมือกำลังถือขวดนมแพะอุ่นจัดที่เขาเพิ่งต้มเองกับมือเพื่อจะเอามาให้เจ้าตัวเล็กในเปล แต่ทว่า... เขากลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะอุ้มลูกอย่างไรไม่ให้แกแหวะนมออกมา "พี่... พี่แค่ไม่คุ้นเคย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างยากลำบาก ดวงตาคมเข้มฉายแววเวทมนตร์อ้อนวอนที่หาดูได้ยากยิ่งจากนายทหารเสือ "ตอนพี่อยู่ชายแดน ทุกอย่างมันถูกกำหนดด้วยคำสั่งและความตาย พี่รู้แค่วิธีปกป้องประเทศ... แต่พี่ไม่เคยรู้เลยว่า การปกป้องครอบครัวและรอยยิ้มของภรรยาตัวเอง มันยากเย็นและละเอียดอ่อนขนาดนี้" หลินฟางเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอหันไปมองลูกชายตัวน้อยในเปลหักมุ้งที่กำลังนอนหลับพริ้มอย่างสบายใจ ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับสามีที่ตอนนี้ดูราวกับ "คนแปลกหน้าที่พยายามสวมรอยเป็นสามี" ตั้งแต่วันที่จางหยางตัดสินใจลาพักร้อนยาวเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัว บ้านหลังน้อยตระกูลจางก็ปั่นป่วนด้วยความพยายามอันเก้ๆ กังๆ ของเขา แม่สามีที่เคยมาอาละวาดหวังจะสูบเงินก็ถูกสายตาเฉียบคมของลูกชายตัวเองไล่ตะเพิดกลับไปจนไม่กล้าเหยียบมาอีก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหลินฟางจะยอมใจอ่อนให้เขาง่ายๆ การที่ผู้ชายคนหนึ่งปล่อยให้ภรรยาต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก เลี้ยงลูกตามลำพัง และหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ฝ่ายเดียวเกือบสองปี จะให้ยกโทษให้เพียงเพราะเขากลับตัวมาเป็น "โบ้สายเปย์" คอยทำตามทุกอย่างที่เธอบัญชา มันคงง่ายเกินไปหน่อยค่ะ "ถ้าคุณอยากเรียนรู้บทบาทสามีและพ่อจริงๆ งั้นเรามาเริ่มจากบทเรียนแรกกันค่ะ" หลินฟางผละจากขอบประตู เดินเข้าไปใกล้ร่างสูง กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและแป้งเด็กจากตัวเธอทำให้จางหยางเผลอกลั้นหายใจ เธอหยิบผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีฟ้าขึ้นมาสวมให้เขาอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวจัดปมเชือกด้านหลังให้กระชับ ขณะที่สายตาของเธอมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน "วันนี้เราจะทำ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า' จากมิติฟาร์มของฉัน ไก่เนื้อแน่นๆ เคี่ยวกับรากโสมอายุนับร้อยปีจนน้ำซุปกลมกล่อม ช่วยบำรุงกำลังให้คุณที่ทำงานหนักมาทั้งวัน... แต่จำไว้นะคะจางหยาง ในครัวของฉัน คุณไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา คุณเป็นแค่ลูกมือที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง ห้ามเถียง ห้ามบ่น และห้ามทำของเสียเด็ดขาด" จางหยางก้มมองภรรยาตัวน้อยที่ยืนสั่งการด้วยท่าทางองอาจราวกับแม่ทัพหญิง ดวงตาคมฉายแววระยับด้วยความเอ็นดูและความรู้สึกผิดที่ผสมปนเปกัน เขายกมือขึ้นยอมจำนนแต่โดยดี "รับบัญชาครับ... เอ๊ย รับบัญชาค่ะ ภรรยา" หลินฟางหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้กับคำพูดติดอ่างของสามี ก่อนจะหันไปจัดการเตรียมวัตถุดิบ บรรยากาศในห้องครัวกว้างขวางอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวา เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรจีนที่โชยเตะจมูก จางหยางยืนมองภรรยาของเขาขยับตัวด้วยความคล่องแคล่ว ทุกกิริยาท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์เหลือล้น จนเขาแทบละสายตาไม่ได้ ภาพของหลินฟางในตอนนี้ช่างงดงามจนหัวใจที่เคยด้านชาของนายทหารหนุ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง กลิ่นหอมเย้ายวนของซุปไก่ตุ๋นโสมป่าก็กระจายฟุ้งไปทั่วทั้งบ้าน และลอยออกไปตามสายลมจนหอมอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านหลงเหมิน เพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างต้องสูดปากด้วยความอยากกิน เพราะกลิ่นหอมนี้ช่างล้ำลึกและชวนให้ท้องร้องเสียเหลือเกิน ในขณะที่หลินฟางกำลังตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดเพื่อเตรียมยกขึ้นโต๊ะ จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็หักล้างความสงบสุขในบ้านลงอย่างกะทันหัน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันเป็นการทุบด้วยความร้อนรนและเกรี้ยวกราด จางหยางขมวดคิ้วมุ่น วางทัพพีในมือลงทันที รังสีอำมหิตของนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโดยไม่รู้ตัว เขาก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตูหน้าบ้าน มือหนา กระชากเปิดประตูออกอย่างแรง ทว่า ภาพเบื้องหลังบานประตู กลับไม่ใช่แม่สามีตัวแสบอย่างที่คาดคิด... แต่เป็นร่างโชกเลือดของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ล้มฟุบลงมาทับรองเท้าคอมแบทของเขาพอดี! ชายคนนั้นสำลักออกมาเป็นเลือดสดๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจางหยางด้วยสายตาตื่นตระหนกสุดขีดริมฝีปากสั่นระริกเอ่ยคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของสองสามีภรรยาแทบหยุดนิ่ง "มะ... กองคาราวานสินค้า... ของหลินฟาง... ถูกปล้นกลางทางแล้ว!" --- (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และมอบความรักให้อย่างท่วมท้นในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ!)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%