กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างแห่งนี้ มันไม่ใช่กลิ่นที่น่ารื่นรมย์นัก แต่สำหรับคิรากร มันคือกลิ่นอายของเหยื่อที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามที่เขาตีตราจองเอาไว้ด้วยชีวิต
"พวกมันอยู่ที่ไหน..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก นัยน์ตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ดั่งซาตานยามก้าวลงจากขุมนรก มือหนาที่กำด้ามปืนพกสีดำสนิทจนข้อต่อปูดโปนสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดของเศษสวะที่เพิ่งถูกเขาสั่งสอนไปหมาด ๆ เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ด้วยสภาพสะביบสะบอม ใบหน้าบวมปูดและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการซ้อมทรมานอย่างไร้ความปรานี
ไม่มีเสียงร้องครวญครางเล็ดลอดออกมาจากปากของไอ้สารเลวคนนั้น มีเพียงเสียงหอบหายใจรวยรินและความหวาดกลัวที่ฉายชัดผ่านแววตาที่มองตรงมายังมัจจุราชในร่างมนุษย์
"คะ... คุณคีย์ ผม... ผมไม่รู้เรื่อง..." เสียงนั้นสั่นพร่า ละล่ำละลักปฏิเสธด้วยความหวาดผวา
*เพี๊ยะ!*
คิรากรไม่รอให้มันพูดจบ ประทับฝ่ามือทรงพลังลงบนใบหน้าชุ่มเลือดนั้นอย่างแรงจนหน้าหัน แรงกระแทกทำให้เลือดสีสดทะลักออกจากมุมปากของมันทันที ความโกรธแค้นที่สุมอกอยู่ตอนนี้ไม่อาจชำระล้างได้ด้วยแค่กำปั้น มันคือไฟนรกที่แผดเผาทุกอย่างรอบตัวให้มอดไหม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อนึกถึงรอยแผลและคราบเลือดบนร่างบอบบางของลินิน หญิงสาวผู้เป็นดั่งลมหายใจและจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา
ภาพตอนที่เขากลับมาพบเธอนอนหมดสติอยู่บนเตียงนอนกว้าง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยขูดขีดจากการต่อสู้ ข้อมือขาวเนียนมีรอยแดงช้ำจากการถูกพันธนาการ ลมหายใจรวยรินและคราบน้ำตาที่ยังเปรอะเปื้อนแก้มเนียน... ภาพนั้นกรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของมาเฟียหนุ่มราวกับเอามีดกรีดเนื้อตัวเอง ความรู้สึกผิดที่ปกป้องเธอไม่ได้ผสานรวมเข้ากับความแค้นที่ต้องล้างบางไอ้เวรคนไหนก็ตามที่กล้าแตะต้องของ ๆ เขา
"มึงกล้ามากนะ..." คิรากรโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของมัน น้ำเสียงกดต่ำทุ้มลึกแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง "กล้าแตะต้องผู้หญิงของกู... กล้าแม้กระทั่งทำให้เธอต้องหลั่งน้ำตา"
"นาย... นายใหญ่สั่งมา... พวกเราแค่..."
"ใคร!" คิรากรคำรามลั่น กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน นิ้วชี้กดลงบนไกปืนที่จ่อตรงหน้าผากของมันทันที "บอกชื่อมันมาก่อนที่สมองของมึงจะกระจายติดผนังห้อง!"
"ทะ... ไทเกอร์... มันต้องการผู้หญิงคนนั้นเพื่อใช้ต่อรองเรื่องสัมปทาน..."
สิ้นคำตอบนั้น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของคิรากร มันเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความปรานี เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะและพร้อมจะขย้ำให้แหลกคามือ
"ไทเกอร์งั้นเหรอ..." คิรากรพึมพำชื่อนั้นซ้ำ ๆ ในลำคอ ก่อนจะลั่นไกปืนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของชายฉกรรจ์ฟุบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ลมหายใจทันที
เขาสลัดคราบความเลือดเย็นนั้นทิ้งในพริบตาเมื่อหันหลังกลับ ก้าวเท้ายาว ๆ ออกจากห้องมืดมิดเพื่อมุ่งตรงกลับไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ซึ่งลินินกำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด แม้การตามล่าจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการได้กลับไปโอบกอดและยืนยันว่าเธอยังคงปลอดภัยในอ้อมแขนของเขา
...
ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบกับร่างบอบบางที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ลินินสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความหวادผวา ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าหวานซีดเซียวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายจากการถูกลักพาตัวและทำร้ายยังคงตามหลอกหลอน เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ความอบอุ่นคุ้นเคยจะโอบล้อมรอบตัวเมื่อประตูห้องเปิดออก
ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ เสื้อสูทราคาแพงถูกถอดโยนไว้บนโซฟา เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมออกสองเม็ด แววตาดิบเถื่อนและเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนลึกล้ำและความหึงหวงที่ฉายชัดยามที่เขามองตรงมายังเธอ
"คีย์..." เสียงหวานแหบพร่าเอמהเรียกชื่อเขาเบา ๆ ราวกับคนหมดแรง
คิรากรไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวขึ้นไปบนเตียง นั่งลงช้า ๆ ข้างกายเธอ ร่างหนาโน้มลงโอบกอดร่างบอบบางเข้าหาอกแกร่งทันที ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเธออีก
"ฉันอยู่นี่แล้ว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดขมับบาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างทะนุถนอมราวกับเธอคือแก้วตาดวงใจ "ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว ลินิน... ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรเธอได้อีก"
สัมผัสจากอ้อมกอดนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและแรงปรารถนาอันร้อนแรงที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก ลินินซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ซึมซับไออุ่นและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงของเขา ความหวาดกลัวเมื่อครู่เริ่มเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามและแรงดึงดูดประหลาดที่เธอไม่เคยปฏิเสธได้เลย
คิรากรผละใบหน้าออกเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนออกอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความความหลงใหล มันเป็นสายตาที่กินรวบและเรียกร้อง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะในกำมือ
"มองฉันสิ ลินิน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนชวนให้ใจสั่นสะท้าน "มองตาฉัน... แล้วบอกฉันสิว่าเธอยังเป็นของฉันคนเดียว"
ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาคมคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความห่วงใย แต่มันเต็มไปด้วยไฟปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
"ค่ะ..." เธอตอบเสียงแผ่วเบาด้วยความยินยอมพร้อมใจ
คำตอบเพียงคำเดียวนั้นราวกับสลักคำประกาศิต คิรากรโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธอทันที การจูบเริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวล แต่ไม่นานนักก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดุเดือด และเรียกร้อง ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดติดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามประสานเป็นเสียงเดียวกัน
สัมผัสจากมือของเขาที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ทำให้ลินินสะท้านเฮือก เผลอจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดจากแผลกายถูกกลืนหายไปในห้วงเสน่หาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง คิรากรถอนริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจ
"คืนนี้... เธอต้องชดเชยให้ฉัน" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบา ๆ จนเธอสะท้าน "ชดเชยที่ทำให้ฉันเกือบคลั่งตายเพราะความเป็นห่วงเธอ..."
ร่างบางถูกกดราบลงกับฟูกนุ่มอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน คิรากรทาบทับร่างลงมา ปิดกั้นโลกภายนอกทั้งหมดให้อยู่เพียงแค่ในอ้อมแขนของเขา บทเพลงแห่งเสน่หาอันเร่าร้อนและดุดันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและการครอบครอง
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาซ้ำรอยจูบอันลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากภายนอก ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ และน้ำเสียงตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนลอดเข้ามา
"นายครับ! แย่แล้วครับ..." เสียงนั้นสะดุดกึก "มีคนส่งพัสดุมาถึงคุณหนูลินิน... และ... และพวกมันระเบิดหน้าประตูคฤหาสน์แล้วครับ!"
คิรากรหยุดชะงัก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬที่ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้นะครับ
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 11
เกมการแย่งชิง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!