"คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉันไว้ที่นี่นะคีย์!"
เสียงหวานที่สั่นเครือด้วยความโกรธตวาดก้องห้องนอนกว้างหรูหราสไตล์เพนต์เฮาส์ใจกลางกรุง ลินินยืนหายใจหอบสะท้าน แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับบานกระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนเบื้องล่าง รอบตัวเธอตอนนี้เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม เครื่องประดับราคาแพงระยับ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทว่า... ทุกสิ่งที่คิรากรประรมประดาให้มันไม่ต่างอะไรจากโซ่ตรวนทองคำที่ร้อยรัดเธอไว้ในกรงขังแห่งความคลั่งไคล้
ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาประชิดอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่ไร้เสียงฝีเท้า ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นดุดันและลุ่มลึกจนน่ากลัว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักมังกรจางๆ และเส้นเลือดปูดโปนที่บ่งบอกถึงความอดกลั้นที่กำลังจะขาดผึง
"ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง... และเหนือสิ่งอื่นใด ลินิน คุณเป็นของผม"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล คิรากรยกมือขึ้นกักขังเธอมือแกร่งข้างหนึ่งทาบลงบนกระจก กั้นร่างบางเอาไว้ตรงกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงความรuเร่าที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมนั้น
"ฉันไม่ใช่สิ่งของ! ฉันมีงาน มีภาระ มีชีวิตที่ต้อง..."
"งานของคุณคือการอยู่ตรงนี้ ใต้ร่างของผม และมองมาที่ผมคนเดียวเท่านั้น!" คิรากรสวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาดุดันวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด ภาพเหตุการณ์เมื่อวานที่ชายหนุ่มนักธุรกิจลูกชายท่านรัฐมนตรีพยายามเข้ามาทักทายและยื่นนามบัตรให้เธอกลางงานเลี้ยงการกุศล ยังคงกรีดแทะสติสัมปชัญญะของเขาให้ร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมอก ถ้าวันนั้นเขาไม่เข้าไปกระชากเธอกลับมาเสียก่อน ป่านนี้ไอ้เวรนั่นคงได้ลิ้มลองรสชาติของหญิงสาวที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต
"คุณมันบ้าไปแล้วคีย์! เหตุผลบ้าอะไรของคุณ ถึงสั่งห้ามไม่ให้ฉันก้าวขาออกไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว!" ลินินน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ ความอึดอัดและแรงกดดันตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้เธอแทบคลั่ง เธอพยายามจะผลักอกแกร่งออกไป แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินผา
คิรากรไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบขึ้นเหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบกระชับแน่นจนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงจางๆ แต่เขาก หาได้ใส่ใจไม่ ความหึงหวงและความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้กำลังตีรวนจนเขาอยากจะกลืนกินเธอดับความพยศ
"ใช่ ผมมันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละ ลินิน"
คำพูดนั้นกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ริมฝีปากหยักหนาจะทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกดุดัน รุนแรง และเอาแต่ใจ ราวกับจะลงทัณฑ์ที่เธอกล้าต่อปากต่อคำและบังอาจคิดหนีไปจากสายตาของเขา ลินินเบิกตากว้าง พยายามสะบัดหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานมหาอำนาจดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มได้
เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านกลีบปากนุ่มเข้ามาอย่างไร้ความปรานี กวาดต้อนความหวานล้ำและสูบเอาอากาศหายใจจากปอดของเธอไปจนหมดสิ้น สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เร่าร้อนจนน่ากลัวทำให้เข่าของลินินแทบทรุด แรงพยศที่เคยมีค่อยๆ ละลายหายไปกับรสจูบที่ทั้งดุดันและเว้าวอนในคราเดียวกัน ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างห้ามไม่ได้
คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ดวงตาของเขาคมปลาบ เป็นประกายระยับด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนยิ่งกว่าเก่า
"จำใส่ใจเอาไว้... ว่าคุณไม่มีวันหนีผมพ้น"
เสียงกระพรวนคำรามแผ่วเบาข้างใบหู ก่อนที่มือหนาจะฉีกกระชากชุดเดรสราคาแพงบนเรือนร่างอรชรด้วยแรงอารมณ์จนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงสะท้าน
"อ๊ะ!... คีย์ อย่า..." ลินินหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังบางถูกดันให้แนบไปกับความเย็นเยียบของกระจกอีกครั้ง ทว่าความเย็นของกระจกกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทางหนี
บรรยากาศในห้องกว้างอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสน่หาอันอันตราย คิรากรซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยรักสีแดงช้ำเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ลินินสะท้านเฮือก เผลอแอ่นอกรับสัมผัสนั้นโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง
"คุณหอมหวานเกินไป ลินิน..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดลาดไหล่เปลือยเปล่า ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนนุ่ม ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงปะทะและอำนาจ บัดนี้หลอมรวมเข้าด้วยกันในค่ำคืนอันยาวนาน ร่างกายทั้งสองร่างแนบชิดสนิทแน่นจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน บทเพลงรักอันดุดันและเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในกรงทองแห่งนี้... กรงที่เธอไม่มีวันได้บินหนีไปไหน
ผ่านพ้นค่ำคืนแห่งเพลิงเสน่หาอันดุเดือด ร่างบางของลินินนอนซบอยู่บนลาดไหล่กว้างใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอหลับใหลไปเพราะความอ่อนเพลีย คิรากรในยามนี้ไม่ได้มีความดุดันหลงเหลืออยู่บนใบหน้าคมคาย เขานอนตะแคงมองใบหน้าหวานซึ้งที่ยังมีคราบน้ำตาติดอยู่ นิ้วแกร่งเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนแผ่วเบา ราวกับต้องการทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต
ทว่า... ความเงียบสงบในยามวิกาลกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูด้านนอกห้องนอนที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ รัวเร็ว และผิดเวลา
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตานิลกาฬตวัดมองประตูห้องด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน เขารemกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชบเพื่อไม่ให้ลินินตื่น พร้อมกับคว้ากางเกงสแลปมาสวมลวกๆ เดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ด้วยใบหน้าถมึงทึง
มือหนากระชากประตูเปิดออกอย่างแรงหมายจะด่าทอคนที่กล้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของมาเฟียหนุ่มสะดุดกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่หน้าห้องในยามวิกาลนี้คือใคร
ชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐานผู้เป็นมือขวาคนสนิท ยืนก้มหน้าเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นบนหน้าผากชัดเจน
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เสียงรายงานลอดไรฟันด้วยความร้อนรน "ทางฝั่ง 'สารวัตรธนา' ส่งกำลังตำรวจบุกเข้าค้นโกดังสินค้าหลักของเราทางเหนือแล้วครับ... และที่สำคัญ เขามี 'หมายค้น' ที่ระบุชื่อของคุณคีย์โดยตรงครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้นะครับ
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 12
กรงทองที่หอมหวาน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!