กลิ่นหอมกรุ่นของชาคาโมมายล์ผสมความอุ่นจากปลายนิ้วที่เพิ่งวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้ ไม่ได้ช่วยให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของลินินสงบลงเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคู่สวยกวาดมองห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและเย็นเยียบของคิรากร บรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลเช่นนี้ช่างเงียบงันจนน่ากลัว เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงคำรามแผ่วเบาแข่งกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร่ง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่ความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หรือแม้แต่ภาพถ่ายทางธุรกิจบนผนัง หากแต่เป็นลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ที่ถูกปิดตายด้วยแม่กุญแจขนาดเล็ก... แต่สลักลิ้นชักกลับปิดไม่สนิทดี ราวกับมีบางสิ่งเพิ่งถูกยัดเก็บไว้อย่างเร่งรีบเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนที่เขาจะถูกเรียกตัวลงไปรับโทรศัพท์ด่วนด้านล่าง
มือเรียวสั่นเทาเอื้อมออกไปอย่างลังเล ปลายนิ้วแตะลงบนขอบไม้เนื้อMDFสีเข้ม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก เธอรู้ดีว่านี่คือเขตหวงห้าม คิรากรไม่เคยอนุญาตให้ใครก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของเขา โดยเฉพาะโต๊ะทำงานตัวนี้ที่กุมความลับทางธุรกิจและอำนาจมืดทาสีเทาเอาไว้มากมาย
แต่สัญชาตญาณบางอย่างลึกๆ ในใจกำลังกรีดร้องเตือนภัย
กริ๊ก... เสียงกลไกไม้ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเธอออกแรงดึงเบาๆ ลิ้นชักเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นความมืดภายใน และสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ก้นลิ้นชักนั้น ทำให้ลมหายใจของลินินขาดห้วงไปทันที
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท มีตราประทับลับของสำนักงานกฎหมายชื่อดัง และตัวอักษรหัวข้อพิมพ์ด้วยหมึกสีแดงฉานที่สะท้อนเข้าตาอย่างจัง
*แผนการเข้าซื้อกิจการและการล้มละลายบังคับคดี: บริษัท โลจิสติกส์ตระกูลวณิชย์กุล*
นามสกุลของเธอดังก้องอยู่ในหัว สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ ลินินรีบหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดด้วยมือที่สั่นเทารุนแรง หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเปิดเผยความจริงอันโหดร้าย เอกสารทุกฉบับระบุชัดเจนว่าหนี้สินมหาศาลที่ครอบครัวของเธอกำลังเผชิญอยู่ ไม่ได้เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตามธรรมชาติ แต่มันคือแผนการอันแยบยลที่ถูกชักใยและกว้านซื้อหนี้ทั้งหมดโดยบริษัทนอמיของคิรากร เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่การทวงหนี้... แต่เป็นการทำลายรากฐานครอบครัวของเธอให้พินาศย่อยยับลงไปกับตา เพื่อชำระแค้นบางอย่างในอดีตที่เขาไม่เคยเอ่ยปากเล่า
"นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน..." เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากที่ซีดเผือด หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและถูกหักหลังไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพความอ่อนโยน รอยยิ้มจางๆ และสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาเคยปรนเปรอให้ในยามค่ำคืน พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันหนתเหน็บว่า เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมแก้แค้นของซาตานร้ายผู้นี้
ทุกคำพูดที่เขาเคยบอกว่าปกป้องเธอ เป็นเพียงคำลวงเพื่อดึงเธอลงมาสู่หลุมพรางที่เขาขุดไว้เองอย่างเลือดเย็น
ในวินาทีที่กระดาษแผ่นสุดท้ายร่วงหล่นลงพื้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงก้าวเดินที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับตา
หัวใจของลินินกระตุกวูบ สติสัมปชัญญะทั้งหมดตื่นตัวขึ้นมารับมือกับภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอรีบก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารยัดกลับเข้าที่เดิมด้วยความลốngลู่และเร่งรีบ มือไม้พันกันจนแทบทำอะไรไม่ถูก เสียงกุญแจกระทบกันเบาๆ จากหน้าประตูกำลังบอกเวลาหมดลงแล้ว
แอด... เสียงบานประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่ก้าวเข้ามา ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬกวาดมองไปรอบห้องด้วยความสงสัย ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางซึ่งยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที คิรากรหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความกดอากาศต่ำ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกเมื่อเขาเห็นความพิรุธบนใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของหญิงสาว
"ทำอะไรอยู่ตรงนั้นเหรอครับ... ลินิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ร่างบางรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามฝืนปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับผู้ชายที่เธอกำลังหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ปลายนิตsกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อระงับความสั่นเทา
"ฉัน... ฉันแค่เข้ามาหาอากาศหายใจค่ะ... เอ่อ หมายถึง... ฉันแค่นอนไม่หลับเลยอยากหาหนังสืออ่านแถวนี้..." คำแก้ตัวที่ตะกุกตะกักและพิรุธเต็มประดา ไม่สามารถตบตาพญามารอย่างเขาได้แม้แต่น้อย
คิรากรก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นและกดดัน ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมลงไปในกรงขัง ปลายรองเท้าหนังราคาแพงหยุดลงตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้ลินินรู้สึกหายใจไม่ออก
มือหนายื่นออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่ไม่อาจขัดขืน ลากดึงร่างบางให้เข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา
ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน ดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตา
"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ... คนดีของผม" คิรากรกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู้ด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียมในความมืด "หรือว่า... หนูบังเอิญไปเจอ 'ของเล่นชิ้นโปรด' ที่ผมซ่อนเอาไว้ในลิ้นชักเข้าซะแล้วล่ะครับ?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้นะครับ
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 6
ความลับในลิ้นชัก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!