เสียงเหล็กกระทบกันดังกึกก้องพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่คละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ ปลอกกระสุนทองเหลืองร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนทีละนัดราวกับเสียงเคาะเวลาแห่งความตาย คิรากรไม่แม้แต่จะกะพริบตา แม้ว่าปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจะจ่ออยู่ตรงข้ามขมับของเขาจากฝั่งของ "ผู้มาเยือน" ที่ไม่ได้รับเชิญ—พี่ชายต่างมารดาผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความปรานี
"สวัสดี... น้องชาย"
คำทักทายนั้นแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนต่างมุ่งความสนใจไปที่เสียงปืนและการเผชิญหน้าอันดุเดือดกลางห้องโถงใหญ่ ลินินกลับซุกซ่อนหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึกไว้ใต้ความเงียบงัน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองความโกลาหลรอบกาย แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสั่นไหวตามแรงระเบิดจากภายนอกคฤหาสน์ ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะเธอรู้ดีว่า... นี่คือโอกาสเดียวและครั้งเดียวในชีวิต
มือเรียวบางกำชายเสื้อกันหนาวตัวหนาแน่นจนยับยู่ยี่ หญิงสาวก้าวถอยหลังทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ หลบมุมพ้นสายตาของบอดี้การ์ดที่กำลังระดมยิงตอบโต้อยู่ตรงระเบียงทางเดิน ความวุ่นวายคือม่านพรางชั้นดี ควันสีเทาจากการปะทะลอยอบอวลจนแสบจมูก ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะหันหลังแล้วออกวิ่งสุดกำลังไปยังประตูบริการด้านหลังคฤหาสน์
หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ทุกย่างก้าวที่เหยียบบนพื้นหญ้าเย็นเฉียบในยามวิกาลเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงคำรามต่ำด้วยความเกรี้ยวกราดของคิรากรยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าเขาจะดุดัน ดิบเถื่อน และกักขังเธอไว้ด้วยพันธนาการแห่งเซณหาที่หลอมละลายทุกสติสัมปชัญญะ แต่เธอก็รู้ดีว่าหากยังดึงดันอยู่ต่อ เธอจะไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ลินินวิ่งหนีออกจากประตูรั้วเหล็กดัดที่ถูกแรงระเบิดจนพังทลายออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางสายฝนปรอยที่เริ่มโปรยปรายลงมาทักทายความหนเหน็บในยามนี้
ทางด้านคิรากร ดวงคมกริบกวาดมองผู้เป็นพี่ชายด้วยแววตาดุดันราวกับพญาสัตว์ร้ายที่ถูกลูบคม มุมปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียมโดยไม่สะทกสะท้านต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่แม้แต่น้อย
"คิดว่าจะเข้ามาในบ้านของฉันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ... อดิศร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเหี้ยมเกรียม ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายบิดกระชากด้วยเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเฉียบขาด เสียงกระดูกลั่นเบาๆ พร้อมกับปืนในมือของศัตรูที่ร่วงหล่นกระแทกพื้น
การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เลือดสีสดไหลซึมออกจากหัวไหล่ของคิรากรเล็กน้อยจากการเฉียดฉิวของกระสุนปืน แต่นั่นยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อเขาจัดการกดอีกฝ่ายลงกับพื้นด้วยความทารุณ ชายหนุ่มสะบัดหน้ามองกราดไปรอบห้องโถงเพื่อกวาดสายตาหาใครบางคน—ใครบางคนที่เขาตีตราจองและหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต
ทว่า... ความว่างเปล่าตรงมุมห้องพักรับรองกลับทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบ
"นายครับ! แย่แล้วครับ!" บอดี้การ์ดคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า "คุณลินิน... เธอฉวยโอกาสตอนชุลมุนหนีออกไปทางประตูด้านหลังแล้วครับ!"
สิ้นคำรายงานนั้น บรรยากาศรอบตัวคิรากรก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที อุณหภูมิในห้องโถงราวกับติดลบลงในพริบตา ดำมืดและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงปืนเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและความคลุ้มคลั่งที่ถูกจุดขึ้นจนถึงขีดสุด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายกำยำสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
หนีเหรอ? กล้าดีอย่างไรถึงกล้าหนีจากเขาไปในสภาพสงครามกลางเมืองแบบนี้!
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและน่ากลัวจนบอดี้การ์ดรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เขาสลัดคราบการต่อสู้ทิ้งไปในเสี้ยววินาที ความเป็นห่วง ความคลั่งไคล้ และความปรารถนาที่จะกักขังร่างบางเอาไว้ใต้ร่างเพื่อลงทัณฑ์ให้สาสมตีรวนปะปนกันจนกลายเป็นความคลั่งไคล้ระดับสูงสุด
"ตามหาตัวเธอให้เจอ..." เสียงทวาทรงอำนาจเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว "ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหา หรือต้องขุดเธอกลับมาจากนรก... จับตัวเธอกลับมาให้ฉัน!"
ชายหนุ่มก้าวเดินผ่านซากปรักหักพังของห้องโถงออกไปอย่างไร้ความลังเล บาดแผลที่หัวไหล่ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เขาสักนิดเมื่อเทียบกับความร้อนรุ่มในอกที่กำลังแผดเผา ลินินกำลังเล่นกับไฟ และเขาจะทำให้เธอกรีดร้องอ้อนวอนขอความเมตตาภายใต้อ้อมกอดอันเร่าร้อนของเขาอีกครั้งให้จงได้
สายฝนด้านนอกโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับฟ้าดินกำลังเป็นใจให้กับเกมไลล่าที่ดุเดือดที่สุดในชีวิตของมาเฟียหนุ่ม
ลินินกึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงปูนเก่าแก่ห่างจากคฤหาสน์ราวกิโลเมตรหนึ่ง หญิงสาวหอบหายใจจนตัวโยน หยาดน้ำตาผสมปนเปไปกับสายฝนที่ชุ่มโชกไปทั้งร่าง ความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าถึงกระดูกดำ แต่เธอก็ยังคงก้าวเดินต่อไปด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าจะหลุดพ้นจากกรงขังแห่งนี้ได้เสียที
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นมุมมืดของตรอกแคบๆ เงาดำร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาขวางทางเดินเอาไว้ราวกับภูตผีที่หลุดออกมาจากขุมนรก
กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับใหล—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความดุดันและเลือดฝาด ลินินผงะถอยหลังด้วยความตกใจจนสะดุดล้มลงกับพื้นเปียกแฉะ
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างใจเย็น รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำลงบนพื้นน้ำจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ ก่อนที่มือหนาและทรงพลังจะเอื้อมลงมาคว้าต้นคอระหงของเธอไว้แน่น แล้วออกแรงดึงรั้งให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แม้แต่จะเปล่งเสียงร้อง
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างใบหูที่เย็นเฉียบ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงมัจจุราชจากขุมนรก ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนจนหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
"คิดจะวิ่งหนีไปไหน... หืม... ตัวแสบ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเร่าร้อนและดาร์กเกินห้ามใจนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 21
วินาทีที่ตัดสินใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!