เสียงปืนนัดแรกที่ดังขึ้นทำลายความเงียบยามวิกาล ไม่ได้ทำให้คิรากรสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบทอประกายวับวาดดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านท่ามกลางกลุ่มควันดินปืนที่ยังคละคลุ้งภายในโกดังร้างริมท่าเรือ ปลายกระบอกปืนสั้นในมือของเขายังมีควันสีเทาจางๆ ลอยกรุ่น หยาดเลือดอุ่นๆ หยดลงกระทบพื้นคอนกรีตทีละหยด... จากร่างไร้วิญญาณของลูกน้องคนสนิทของตระกูลอริที่เพิ่งถูกเขากดกระสุนฝังสมองไปหมาดๆ
"นายครับ! แย่แล้วครับ! ตำรวจและกำลังคนของตระกูลศัตรู... กำลังบุกมาที่นี่ครับ!"
เสียงรายงานที่ละล่ำละลักของลูกน้องคนสนิทอีกคนดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาปิดล้อมรอบด้าน แต่คิรากรกลับไม่แม้แต่จะชายตามองกองกำลังที่ยกโขยงกันมาเป็นกองทัพ สิ่งเดียวที่สลักแน่นอยู่ในหัวสมองอันบ้าคลั่งของเขาในนาทีนี้ มีเพียงใบหน้าหวานหยดของลินิน... ผู้หญิงคนเดียวที่กล้าเหยียบย่ำหัวใจเขาด้วยการหนีหายไปจากกรงทอง
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยี่หระ "ใครขวางทางกู... ส่งมันไปลงนรกให้หมด"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด ร่างของมาเฟียหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปราวกับมัจจุราช ความโหดเหี้ยมที่ผู้คนต่างลือกันหนาหูถูกงัดออกมาใช้จนเป็นที่โจษจันในคืนนี้ คิรากรไม่ได้สนใจว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีกำลังพลเท่าไหร่ หรือกฎหมายบ้านเมืองจะตามล่าเขามากแค่ไหน เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า... ถ้าเขาไม่ได้ลินินกลับคืนมา แผ่นดินผืนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสงบสุขอีกต่อไป
กระสุนนัดแล้วนัดเล่าถูกลั่นไกออกไปอย่างไร้ความปรานี ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านเต็มไปด้วยความตายและการนองเลือด ความโกรธเกรี้ยว ความหึงหวง และความกระหายหาที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกเป็นความรุนแรงอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่นานนัก โกดังทั้งหลังก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและซากศพของศัตรูที่นอนเกลื่อนกลาด
คิรากรกวาดสายตาคมปลาบมองผลงานของตัวเอง ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความเหนื่อยอ่อน แต่เป็นเพราะเพลิงโทสะที่ยังคงแผดเผาอยู่ในอก
"สืบมาได้ความว่ายังไง" เขาเอ่ยถามลูกน้องที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง
"ล... ลินินถูกพาตัวไปที่รีสอร์ทลับเขตชายแดนเหนือครับนาย ลูกน้องของมันรายงานว่า... พวกมันเตรียมส่งตัวเธอกลับต่างประเทศคืนนี้ครับ!"
ดวงตาของคิรากรวาวโรจน์ขึ้นทันที ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
*คิดจะหนีงั้นเหรอ... ฝันไปเถอะ*
การเดินทางข้ามคืนเพื่อตามล่าดวงใจของตนเองเริ่มต้นขึ้นทันที รถยนต์หรูสีดำสนิทพุ่งทะยานฝ่าความมืดมิดบนถนนสายเปลี่ยวด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน ในหัวของคิรากรมีแต่ภาพของลินิน... ร่างบางที่เคยอยู่ในอ้อมกอดของเขา ริมฝีปากนุ่มที่เคยพร่ำอ้อนวอน และเรือนร่างหอมกรุ่นที่เขาเคยฝังรอยสัมผัสแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเร่าร้อน
ความคิดเหล่านั้นยิ่งโหมกระพือไฟสวาทและไฟแค้นในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นไปอีก หากคนพวกนั้นแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว... เขาจะสับร่างพวกมันเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้ปลาฉลามกิน
สองชั่วโมงต่อมา รถคันหรูพุ่งชนไม้กั้นของรีสอร์ทลับเขตชายแดนเหนือจนพังยับเยิน คิรากรก้าวลงจากรถด้วยท่าทีราพหนูแต่สงบนิ่งอย่างน่ากลัว ลูกน้องนับสิบกระจายกำลังปิดล้อมทางเข้าออกทุกด้าน ขณะที่ตัวเขาก้าวเดินตรงไปยังอาคารเป้าหมายหลักอย่างไม่เกรงกลัวต่อกระสุนนัดใดที่จะลอยมา
ปัง! เสียงปืนดังขึ้นจากระเบียงชั้นสอง กระสุนเฉียดไหล่กว้างไปเพียงนิด ทว่าคิรากรไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายกปืนขึ้นเล็งแล้วลั่นไกสวนกลับไปเพียงนัดเดียว ร่างของมือปืนบนระเบียงก็ร่วงหล่นกระแทกพื้นเบื้องล่างทันที
เขาพังประตูห้องพักวีไอพีเข้าไปด้วยแรงถีบเดียวจนบานไม้หนาพังครืน ลินินที่ถูกมัดมือและปิดปากไว้บนโซฟาตัวใหญ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวย ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ร่างบางก็ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ราวกับจะบอกให้เขานำตัวเองออกไปจากอันตรายนี้
แต่สำหรับคิรากรแล้ว... ภาพของเธอในตอนนี้ช่างน่าทะนุถนอมและกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้พุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่
ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในพริบตา มีดพกเล่มเล็กถูกดึงออกมาตัดเชือกที่พันธนาการข้อมือเรียวออกอย่างไร้ความปราณี ทันทีที่พันธนาการหลุดร่วง ลินินก็สะบัดตัวถอยหลังด้วยความหวาดระแวง ทว่าคิรากรไวว่า มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังนุ่มแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ
"ปล่อยฉัน..." เสียงหวานเอ่ยสั่นพร่าขณะพยายามดิ้นรนขัดขืน "คุณตามมาทำไม... ไปให้พ้นนะ!"
"ปากดีนักนะ" คิรากรคำรามต่ำชิดริมฝีปากอิ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นกายหอมหวานที่เขาโหยหามาหลายวันตลบอบอวลอยู่ในโสตประสาท มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังบาง บีบเค้นเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ "หนีออกไปจากอกฉัน คิดว่ามันง่ายนักเหรอ ลินิน... เธอคิดผิดถนัด"
"อื้อ... ปล่อยนะ คนบ้า!" ลินินทุบอกแกร่งระรัวเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การยินยอม รสจูบดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความโหยหาบดขยี้เรียวปากนุ่มจนบวมเจ่อ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของเลือดจางๆ ปะปนไปกับความเร่าร้อนที่แผดเผาร่างกายของทั้งคู่จนแทบหลอมละลาย
มือหนาเลื่อนขึ้นกอบกุมความอิ่มเอิบผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสจนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปด้วยรสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งขึ้น แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนสติสัมปชัญญะของลินินหลุดกระเจิง เธอพยายามจะขัดขืน แต่สัมผัสวาบหวามที่เขาปรนเปรอให้กลับทรยศร่างกายของเธอเอง เรียวขาอ่อนแรงลงจนต้องเกาะไหล่กว้างไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาที่ฉ่ำน้ำด้วยความหลงใหลระคนกระหาย
"คืนนี้... เราเคลียร์กันยาว ลินิน" เขา กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ "เธอต้องชดใช้ที่กล้าท้าทายอำนาจของฉัน"
ทว่า... ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกเพื่อพาหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนก้องของผู้มาใหม่ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องพัก
"ล้อมไว้ให้หมด! อย่าให้มันหนีไปได้!"
ดวงตาของคิรากรหรี่แคบลงอย่างอันตราย เขายังไม่ทันได้หันกลับไปมอง ทันใดนั้น... แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าก็สาดส่องทะลุกระจกเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ยืนถือปืนเล็งตรงมาที่เขาจากกรอบประตูที่พังเสียหาย
"ปล่อยเธอซะ... คิรากร" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น "เกมไล่ล่าของแก... จบลงแค่นี้แหละ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนภูริศร์ด้วยดีเสมอมานะครับ
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 23
ตามล่าหาดวงใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!