เอกสารแผ่นนั้นยังคงสั่นไหวอยู่ในปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของลินิน ตัวเลขยอดหนี้สินมหาศาลที่เธอเคยเชื่อสนิทใจว่าเป็นโซ่ตรวนล่ามเธอไว้กับเรือนร่างและอำนาจของคิรากร บัดนี้กลับถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน พร้อมกับตราประทับยกเลิกภาระผูกพันจากสำนักงานทนายความชื่อดัง
มันไม่ใช่ความจริง... ทุกอย่างที่เธอแบกรับมาตลอดหลายเดือน เป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้
"เธอรู้ช้ากว่าที่ผมคิดนะ ลินิน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวออกมาจากเงาสลัว แววตาคมกริบคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงันดุจผิวน้ำในยามวิกาลที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันรุนแรงเอาไว้ เขารู้ตัวมาตลอดว่าความลับนี้กำลังจะรั่วไหล และเขาก็ไม่ได้คิดจะปิดบังมันไปตลอดกาล
ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการมือสั่น ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนล้ามาโดยตลอด บัดนี้ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและความเจ็บช้ำที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"คุณหลอกฉัน..." เสียงของเธอดังขึ้น แผ่วเบาแต่สั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ "หนี้บ้านั่น... เรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องโกหก คุณสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้ฉันต้องตกเป็นเบี้ยล่างของคุณ เพื่อให้ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคุณด้วยซ้ำ!"
คิรากรไม่ปฏิเสธ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างเชื่องช้า ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของเขายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
"ใช่ มันคือเรื่องโกหก" เสียงทวายของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจที่กดทับหัวใจคนฟัง "ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น เธอจะมีเหตุผลอะไรที่จะก้าวเข้ามาในโลกของผม ลินิน? เธอคงเลือกที่จะดิ้นรนใช้หนี้แล้วหายไปจากชีวิตผมตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากันแล้ว"
"คนเห็นแก่ตัว!" ลินินตวาดลั่น หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นร่วงเผาะลง2ข้างแก้ม "คุณเห็นชีวิตคนอื่นเป็นของเล่นหรือไง อยากให้ฉันอยู่ก็สร้างหนี้ปลอมๆ อยากให้ฉันไป... หรือจริงๆ แล้ว คุณไม่เคยคิดจะปล่อยฉันไปเลยตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว!"
มือเรียวพยายามจะผลักแผงอกกว้างออกห่าง แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับกำแพงเนื้อมนุษย์ที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า คิรากรคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรวบมันขึ้นเหนือศีรษะด้วยแรงอธิปไตยที่เด็ดขาด
ร่างบางถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มปะทะเข้ากับซอกคอระหงเมื่อเขาก้มลงกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและอันตรายจนขนลุกซู่
"ฉันไม่เคยปล่อยคนที่ฉันอยากได้... และสำหรับเธอ ลินิน เธอก็รู้ดีว่าต่อให้ไม่มีหนี้สินบ้าบอพวกนั้น ร่างกายและหัวใจของเธอก็ยอมจำนนต่อฉันไปนานแล้วไม่ใช่หรือไง"
สัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งที่ลากไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง ทำให้สติที่กำลังจะต่อต้านของหญิงสาวสลายกลายเป็นผุยผง ความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่เขาจงใจปลุกปั่นขึ้นมาทุกครั้ง เพื่อทำลายล้างเหตุผลทุกอย่างของเธอให้พังทลาย
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน เรียกร้อง และเอาแต่ใจ ปรารถนาจะกลืนกินลมหายใจและสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเธอ ลินินพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้าย แต่มืออีกข้างของคิรากรกลับสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสลวย ล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับรสจูบอันเร่าร้อนที่ดึงดูดเธอดิ่งจมลงสู่ห้วงเสน่หาอย่างไม่มีทางเลือก
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์และความโกรธขึง ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรุ่มร้อนที่แผดเผาผิวเนื้อจนแทบละลาย เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงันของค่ำคืน ลินินรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในอกของตนเอง ความเกลียดชังที่ควรจะมีกลับถูกความคุ้นเคยและแรงดึงดูดทางกายภาพกัดกินจนแทบไม่เหลือซาก เธอเกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของเขา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของเธอด้วยความคลั่งไคล้ระคนดุดัน ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้เช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามืออย่างที่เขาไม่เคยทำกับใครหน้าไหน
"โกรธผมให้พอ ลินิน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปากของเธอ ขณะที่มือแกร่งเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง "แต่อย่าคิดแม้แต่จะก้าวเท้าหนีไปจากอ้อมแขนนี้ เพราะต่อให้ความจริงมันจะเป็นเช่นไร เธอก็เป็นของผม... ตลอดไป"
ค่ำคืนแห่งการปะทะอารมณ์ดำเนินมาถึงจุดแตกหัก เมื่อสัมผัสวาบหวามเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการครอบครองอันลึกซึ้ง ไอร้อนจากกายสาวที่แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งทำให้ไฟราคะโหมกระหน่ำจนยากจะควบคุม คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นแนบกายโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ฝ่ายลินินแม้จะมีคำถามมากมายติดค้างอยู่ในลำคอ แต่ยามที่เรียวปากของเขาบด Theจูบซ้ำลงมาอีกครั้ง สติทั้งหมดของเธอก็หลุดลอยไปพร้อมกับเสียงครางแผ่วเบาที่ยอมจำนนต่อเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่เขารุมเร้า
ทว่า ท่ามกลางความหวามไหวที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงทุบประตูห้องทำงานด้านนอกดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนร้อนรนของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ทำให้จังหวะการหายใจของคิรากรสะดุดกึก
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจและหมายค้นจากกองปราบกำลังบุกเข้ามาที่คฤหาสน์แล้วครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้นะครับ
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 14
บทเพลงแห่งความสับสน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!