ความเงียบงันภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ แห่งนี้หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าก้อนหินที่ถ่วงอยู่กลางอก ลินินรู้สึกราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เมื่อประโยคที่เธอกลัวที่สุดได้หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของผู้ชายที่เธอกำลังวิ่งหนีสุดชีวิต
"คิดว่าจะหนีฉันพ้นจริง ๆ งั้นเหรอ... ลินิน"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยดังก้องอยู่ในความทรงจำอันบิดเบี้ยวแวบเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นประกาศิตจากซาตานที่รู้ทันเกมของเธอทุกก้าว
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ ร่างกายบอบบางแข็งทื่อราวกกับถูกคำสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่า... เขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นที่กบดานใหม่ ชื่อปลอมที่เธอใช้สมัครงาน หรือแม้แต่ความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะตัดขาดจากพันธนาการของเขา
คิรากรก้าวเข้ามาประชิดตัวในจังหวะที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนภายนอกโชยปะทะนาสิก ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟสลัวจากหลอดไฟริมทางจนเงาของเขาโถมทับร่างเธอไว้มิดชิด ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนลินินต้องถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบไร้ทางหนี
"คุณ... รู้ได้ยังไง" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ดวงตาไหวระริกด้วยความหวาดกลัวผสมกับความโกรธขื่นที่อัดแน่นอยู่ในอก "ฉันอุตส่าห์... ฉันพยายามหนีไปให้ไกลที่สุดแล้วนะ ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยฉันไปสักที!"
"ปล่อย?" คิรากรทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองเธอราวกับเหยื่อในกำมือ มือหนายื่นเข้ามาตรึงกรอบหน้าผากของเธอไว้ด้วยอุ้งมือเดียว บังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน "เธอคิดว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร ถึงกล้าดลใจตัวเองให้หนีหายไปจากสายตาฉันแบบนี้ ลินิน!"
ความแค้นที่สั่งสมมาตลอดหลายเดือนระเบิดออกมาในแววตาสีเข้ม ลินินไม่ยอมแพ้ เธอใช้มือทั้งสองข้างผลักไสแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นเต็มแรง แต่สำหรับเขา แรงอันน้อยนิดของเธอก็ไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวหนากำแพงเหล็ก
"ฉันไม่ใช่ทาสของคุณ! ฉันมีสิทธิ์ที่จะไปจากชีวิตเฮงซวยนี่! ปล่อยฉันนะ ไอ้คนบ้า!"
คำด่าทอไม่ได้ทำให้คิรากรโกรธเกรี้ยวขึ้น กลับกัน มันยิ่งจุดประกายไฟโทสะและแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวในแววตาของเขาให้โหมกระพือรุนแรงขึ้นไปอีก ร่างหนาโถมเข้าประชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ริมฝีปากหยักกดลึกด้วยความขัดเคืองระคนคลั่งไคล้
"ปากดีนักนะ... ลองพูดคำว่าอยากไปใหม่อีกสักครั้งซิ เผื่อฉันจะใจดีฟังเธอบ้าง"
คิรากรไม่รอให้เธอได้เอื้อMคำใดออกมาอีก ริมฝีปากร้อนผ่าวก็พุ่งเข้าบด ริมฝีปากบางของเธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ เป็นการจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหิวกระหาย ความโกรธขิว และความโหยหาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ลินินพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกเขาอุตลุด แต่เรียวปากแข็งแกร่งกลับรุกรานหนักหน่วงยิ่งขึ้น ขบเม้มจนได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ เจือจางในโพรงปาก
รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนสูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดไปจากร่างของลินิน ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกพรากอิสรภาพปะปนกับความคุ้นเคยทางร่างกายที่ตอกย้ำว่าเธอยังคงพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของเขาเสมอ น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาอาบแก้ม รสเค็มปร่าปะปนไปกับรสจูบอันร้อนแรง ทำให้คิรากรชะงักไปเล็กน้อย
เขาผละริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก ทว่ามือหนากลับเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่นตรึงราวกับเหล็กกล้า ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามืออย่างขัดแย้งกับแววตาดุดัน
"ร้องไห้ทำไม... เจ็บเหรอ" เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยความเยียบเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แล้วตอนที่เธอทิ้งฉันไป เธอคิดบ้างไหมว่าฉันแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว!"
"คุณสมควรแล้ว..." ลินินหอบหายใจสะท้าน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความเกลียดชังที่เคลือบด้วยความอ่อนแอ "คุณมันเห็นแก่ตัว... คิรากร คุณทำลายชีวิตฉัน ทำลายทุกอย่าง แล้วยังจะหน้าด้านตามมาบังคับกันอีกเหรอ!"
"ใช่... ฉันมันเห็นแก่ตัว และฉันก็เลวได้มากกว่าที่เธอกำลังคิด" คิรากรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอจนเธอยืนแทบไม่ไหว "จำใส่สมองของเธอเอาไว้ ลินิน... ต่อให้เธอวิ่งหนีไปจนสุดขอบโลก ฉันก็จะขุดเธอกลับมา ขังเธอไว้ในกรงทองของฉัน ห้ามไปไหนทั้งสิ้น!"
สัมผัสจากมือใหญ่วกกลับมาลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ความตั้งใจที่จะขัดขืนเริ่มสั่นคลอนเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาล่วงล้ำเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อเนียนนุ่ม ความวาบหวามที่คุ้นเคยแล่นริ้วไปตามไขสันหลัง ทำให้ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความปั่นป่วน แม้ใจจะสั่งให้ปฏิเสธ แต่สัญชาตญาณลึก ๆ กลับตอบสนองต่อแรงดึงดูดอันตรายนี้อย่างน่าละอาย
คิรากรสังเกตเห็นประกายความไหววานในดวงตาคู่นั้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างผู้เหนือกว่า เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้หญิงคนนี้คืออะไร และเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะใช้มันเป็นอาวุธในการสยบเธอ
"ปากบอกว่าเกลียดฉัน... แต่ร่างกายเธอกำลังบอกอีกอย่างนะ ลินิน"
เขากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับรวบตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นด้วยพละกำลังมหาศาล ลินินอุทานด้วยความตกใจ รีบใช้แขนคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ แรงปะทะจากการถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนอนนุ่มกลางห้องทำให้ความตื่นตระหนกพุ่งพล่าน คิรากรตามทาบทับลงมาทันที ร่างกายกำยำกดทับเธอไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์แบบ ปิดกั้นทุกทางหนีทีไล่
ความมืดมิดภายในห้องช่วยขับเน้นบรรยากาศให้ร้อนระอุขึ้นเป็นทวีคูณ เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองประสานกันเป็นจังหวะกระชั้นชิด แววตาของคิรากรเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามที่มองสำรวจเรือนร่างใต้ร่างของตน ความกระหายใคร่ในตัวเธอมันรุนแรงเสียจนเขายากจะควบคุมสติ
"ปล่อย... อื้อ..."
คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความปรานีใด ๆ ทั้งสิ้น คิรากรจู่โจมเร่าร้อนและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว
ความโกรธแค้นในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่เผาผลาญสติสัมปชัญญะ ลินินแอ่นกายหนีสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความสั่นสะท้าน แต่ยิ่งเธอขัดขืน เขาก็ยิ่งรุกรานหนักหน่วงขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าปลุกเร้าอารมณ์จนร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนรางหายไป เหลือเพียงเสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ
คิรากรผละใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อมองผลงานของตัวเอง ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจยามเห็นเธอกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเขา
"จำไว้... ว่าเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ลินิน" เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องขบเม้มสร้างรอยรักสีแดงช้ำอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับที่บทเพลงแห่งความเร่าร้อนอันดุดันและลึกซึ้งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่ยากจะหวนคืน
ทว่า... ในวินาทีที่ร่างกายของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความสั่นสะสมทางอารมณ์ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว!
คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง เขาตวัดสายตาคมกริบมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏเด่นหร่าอยู่บนนั้น... ข้อความที่ถูกส่งตรงมาจากบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน!
"นายใหญ่ครับ... คนของเราทางฝั่งท่าเรือรายงานมาว่า มีคนพบตัว 'มัน' เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวเขตอิทธิพลของเราครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ ภูริศร์
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 25
รอยร้าวที่ยากประสาน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!