กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงลอยวนอยู่บนปลายกระบี่เบญจธาตุ ทว่าความเงียบงันภายในถ้ำศิลาอัคคีกลับน่าอึดอัดยิ่งกว่ายามเผชิญหน้ากับศัตรู
หยดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากคมกระบี่กระทบลงบนพื้นหิน กระจายตัวเป็นวงราวกับดอกเหมยสีชาดในฤดูหนาว
"เจ้าประมาทเกินไปแล้ว... เยี่ยเฟิง"
สุ้มเสียงราบเรียบเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ หลี่มู่เหยียนประทับยืนอยู่เบื้องหน้า ร่างระหงภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ไม่ปรากฏร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย แม้ผ่านศึกหนักในการสกัดกั้นค่ายกลมารเมื่อครู่ แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองลงมายังร่างของศิษย์เอกที่กำลังคุกเข่าหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เยี่ยเฟิงกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความเจ็บปวดจากการฝืนโคจรลมปราณทะลวงขอบเขตพุ่งพล่านไปทั่วร่างจนกระดูกแทบแหลกสลาย เขาไม่ยอมค้อมหัวลง ทรนงตนราวกับกระบี่หักที่ยังคงตั้งตรงด้วยความเย่อหยิ่ง
"ศิษย์... มิอาจเทียบชั้นความไร้ความรู้สึกของท่านอาจารย์ได้" เยี่ยเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นเงີบขึ้นสบประสานกับนาง
หลี่มู่เหยียนชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ถูกแช่แข็งไว้ด้วยกาลเวลาและรอยแผลอดีตคล้ายมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้น ความดื้อรั้นในแววตานั้นช่างคล้ายคลึงกับตัวนางในวัยเยาว์... ดื้อด้าน ดลบันดาลชะตากรรมด้วยสองมือ และไม่เคยยอมจำนนต่อสวรรค์
มือเรียวดุจหยกขาวเอื้อมออกไปเบื้องหน้า แทนที่จะใช้กระบี่ชี้หน้าเช่นทุกครา นางกลับวางปลายนิ้วลงบนชีพจรที่ข้อมือของเขาอย่างแผ่วเบา
เยี่ยเฟิงสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณดิบทำให้เขาเกือบจะชักมือกลับ แต่กระแสพลังปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งกลับทะลักเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว เยียวยาเส้นชีพจรที่กำลังฉีกขาดและกดขี่พิษมารที่ตีกลับให้สงบลงอย่างนุ่มนวล
ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ลมหายใจของเยี่ยเฟิงสะดุด เขาเงยหน้าขึ้นมองสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นทั้งผู้มีพระคุณและผู้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาในคราเดียวกัน ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้เสียจนเขาสามารถได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวที่ติดกายหลี่มู่เหยียนมาเนิ่นนาน
"อย่าขยับ" หลี่มู่เหยียนเอ่ยเสียงพร่า นางหลบสายตาที่ร้อนแรงราดรุ้งของเขาโดยการมองไปยังบาดแผลบนไหล่ซ้ายของศิษย์หนุ่ม
รอยแผลนั้นเกิดจากกระบี่มารของจ้าวซีหราน... มันอาบด้วยไอพิษโลหิตทมิฬ หากปล่อยไว้แขนข้างนี้คงต้องพิการไปตลอดกาล เหตุใดเด็กคนนี้จึงโง่เขลาถึงเพียงนั้น? รู้ทั้งรู้ว่าเป็นค่ายกลลวงตา ยังกล้าเอาเนื้อหนังของตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องศิลาผนึกมาร
"ท่านอาจารย์... รังเกียจศิษย์ทรยศเช่นข้าถึงเพียงนี้ ไฉนยังต้องมาใส่ใจลมหายใจอันสกปรกของข้าด้วยเล่า?" เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะเยาะหยันตนเอง ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้การควบคุม
"ข้าไม่ได้ใส่ใจเจ้า... ข้าเพียงแต่ใส่ใจชื่อเสียงของสำนักเซียนกระบี่ไร้ลักษณ์ ที่ไม่ควรมีศิษย์ตายอนาถด้วยความโง่เขลา" หลี่มู่เหยียนกล่าวแก้เก้อ พลางเพิ่มพลังปราณเพื่อขับพิษโลหิตทมิฬออกทางบาดแผล
คำแก้ตัวอันเย็นชาและห่างเหินนั้น ไม่สามารถปกปิดความห่วงใยที่แฝงอยู่ภายใต้ปลายนิ้วที่กำลังสั่นน้อยๆ ได้เลย เยี่ยเฟิงจ้องมองใบหน้างามล้ำที่ประดับด้วยความเย่อหยิ่งเป็นเกราะกำบัง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นระรัวขึ้นอย่างแปลกประหลาด ความรู้สึกซับซ้อนทั้งรัก ทั้งแค้น และโหยหา หลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผาช่องว่างระหว่างอาจารย์และศิษย์
ในอดีต หลี่มู่เหยียนไม่เคยชายตาแลความเจ็บปวดของเขา นางเป็นดั่งเซียนผู้สูงส่งบนหอคอยน้ำแข็ง แต่วันนี้... กำแพงน้ำแข็งนั้นกำลังละลายลงทีละน้อย ด้วยความดื้อรั้นและเลือดเนื้อของเขา
"อาจารย์..." เยี่ยเฟิงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิท "หากวันหนึ่ง... ข้าทำลายสวรรค์ได้ตามที่ตั้ง องคาพยพทั้งหมดของยุทธภพนี้ดับสูญ ท่านจะยังยืนอยู่เคียงข้างข้า... หรือจะถือกระบี่เล่มนั้นแทงทะลุหัวใจข้ากันแน่?"
หลี่มู่เหยียนชะงักค้าง ปลายนิ้วที่กำลังถ่าย
ทอดพลังปราณหยุดลงทันที ดวงตาคู่หงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางมองสบตาชายหนุ่มผู้เป็นดั่งเงาตามตัว พบเพียงความจริงจังและคำถามที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้ในแววตานั้น
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันเข้ามาโอบล้อมพวกเขาไว้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้... มันเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์อันเชี่ยวกรากที่ยากจะควบคุม
ทว่า ก่อนที่หลี่มู่เหยียนจะได้เอ่ยคำใดออกมา ประกายแสงสีดำสนิทก็พุ่งแหวกอากาศยามวิกาลเข้ามาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าดาวตก!
*ฉับพลัน!*
เงาร่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าทางเข้าถ้ำศิลาอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะก้องกังวานที่บาดแก้วหู
"ช่างเป็นภาพอาจารย์ศิษย์ที่น่าประทับใจเสียจริง..."
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายอีกาดำย่างกรายเข้ามา ใบหน้าภายใต้หมวกคลุมเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี — จ้าวซีหราน! ประมุขพรรคมารผู้กุมความลับการตายของตระกูลเยี่ยมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 9
ความเย็นชาที่ละลายลง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!