เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 7

กลิ่นอายมรณะในเมืองร้าง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพัง ราวกับวิญญาณนับร้อยที่ยังไม่ไปผุดไปเกิดกำลังกรีดร้องอยู่ในความเงียบงัน "เมืองอวิ๋นเฉิง... บัดนี้เหลือเพียงเปลือกนอกที่กลวงเปล่า" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงบดขยี้ของหินผาดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของโรงเตี๊ยมร้างกลางเมือง หลี่มู่เหยียน ยืนตระหง่านอยู่บนคานไม้ผุกร่อน ร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไม่ยอมแปดเปื้อนแม้แต่ฝุ่นผง ดวงตาคมกริบลึกล้ำดั่งเหวลึกคู่นั้นกวาดมองลงไปยังลานกว้างเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาร่างนับสิบกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบดั่งภูตผี ไอฟ้ายสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับรากไม้มีชีวิตที่กำลังดูดกลืนพลังชีวิตของผืนแผ่นดินนี้ นี่คือ "ค่ายกลกลืนโลหิต" วิชามารสายมืดที่สูบวิญญาณมนุษย์เพื่อหล่อเลี้ยงขอบเขตพลังของผู้ใช้ "ท่านอาจารย์... หรือควรเรียกว่า 'ผู้อาวุโสหลี่' ดีล่ะขอรับ?" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาเสา เยี่ยเฟิง ศิษย์ทรยศผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่เยียบเย็น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาเต็มไปด้วยความทะนงตนและริษยาที่สั่งสมมาเนิ่นนาน ในมือของเยี่ยเฟิงถือกระบี่มารโลหิตที่ส่งเสียงคำรามกระหายเลือดไม่ต่างจากสัตว์ป่า หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะชายตามองลูกศิษย์อกตัญญูผู้นั้น สายตาของเขายังคงนิ่งสงบ ดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น "เจ้าใช้ชีวิตของชาวเมืองนับหมื่นแลกกับการเปิดประตูมิติพรรคมาร ความโลภทำให้จิตวิญญาณของเจ้าเน่าเฟะยิ่งกว่าศากที่ตายไปแล้วเสียอีก, เยี่ยเฟิง" "ความโลภหรือ? หึ... มันคือความจริงของโลกใบนี้ต่างหาก!" เยี่ยเฟิงแผดเสียงหัวเราะลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยจิตสังหาร "ท่านพูดถึงคุณธรรมและความถูกต้องมาตลอดชีวิต แล้วดูสิ่งที่ท่านได้กลับมาสิ! การสูญเสีย... ความโดดเดี่ยว... และกระบี่ที่ไร้ซึ่งผู้เคียงข้าง ท่านต่างหากที่โง่เขลาที่สุด!" สิ้นคำพูดของเยี่ยเฟิง พื้นดินรอบโรงเตี๊ยมก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เงาร่างในชุดดำนับสิบทะยานขึ้นมาจากใต้พื้นดิน พวกมันคือสมุนเดนตายของพรรคมาร ดวงตาเบิกโพลงไร้แววชีวิต ปราณมารพวยพุ่งทะลักออกมาจากร่างจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว "ฆ่ามัน! อย่าให้มันขวางแผนการท่านประมุขได้!" เงาร่างทั้งสิบทะยานเข้าหาหลี่มู่เหยียนพร้อมกัน คมกระบี่เคลือบพิษสีนิลสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาบวับ พุ่งตรงเข้าจุดตายทั้งเก้าจุดอย่างเหี้ยมโหด หลี่มู่เหยียนยังคงยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่แรกเข้ามาประชิด นิ้วเรียวยาวก็ดีดเบาๆ ไปที่ด้ามกระบี่ข้างกาย *ชิ้ง!* เสียงกระบี่ออกจากฝักกังวานก้องดั่งเสียงระฆังทองคำสะท้อนฟ้าดิน รัศมีกระบี่สีครามบริสุทธิ์ระเบิดออกเป็นวงกว้างในพริบตาเดียว! รัศมีปราณกระบี่นั้นรุนแรงและเฉียบคมเสียจนอากาศรอบด้านถูกตัดขาดเป็นสุญญากาศ สมุนพรรคมารที่พุ่งเข้ามายังไม่ทันได้กรีดร้อง ร่างของพวกมันก็แข็งค้างกลางอากาศ ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีดำปลิวหายไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงรอยแยกของพื้นดินที่ลากยาวออกไปนับร้อยเมตร เยี่ยเฟิงที่ยืนดูอยู่ถึงกับใบหน้าถอดสี ก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าอดีตอาจารย์ของตนจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่พลังการกดดันที่เหนือชั้นอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้... ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงมดปลวกที่กำลังท้าทายพายุสุริยะ "ฝีมือของท่าน... พัฒนาขึ้นอีกแล้วสินะ" เยี่ยเฟิงกัดฟันกรอด กำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อขาวซีด หลี่มู่เหยียนก้าวเท้าลงมาจากคานไม้ ชายเสื้อสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลมปราณ ท่าทีของเขาสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจุติ แต่กลับแผ่ไอสังหารที่ทำให้สรรพสิ่งต้องสั่นสะทว่า "วิชามารของจ้าวซีหรานสอนให้เจ้าได้เพียงความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริงสินะ เยี่ยเฟิง... วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่นี้ ชำระล้างบาปที่เจ้าก่อขึ้นด้วยมือของเจ้าเอง" ทว่า ก่อนที่ปลายกระบี่ของหลี่มู่เหยียนจะพุ่งเข้าหาศิษย์ทรยศ บรรยากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นหนתาวเหน็บอย่างกะทันหัน อุณหิภูมิลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณดังสะท้อนมาจากมิติที่ฉีกขาดเบื้องบน ท้องฟ้าเหนือเมืองร้างที่เคยเป็นสีนิล บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆหมอกก่อตัวเป็นรูปใบหน้ามหึมาที่กำลังจ้องมองลงมาด้วยความสนุกสนาน "ฮ่าๆๆ... หลี่มู่เหยียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเหยื่อตัวนี้เป็นเพียงแค่หมากเบี้ยไร้ค่าที่เจ้าจะเด็ดหัวเมื่อไหร่ก็ได้?" เงาร่างในชุดคลุมสีทองเข้มปักลายอสูรโบราณค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติที่เปิดออก ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวกดทับลงมาจนพื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก ผู้มาใหม่ผู้นี้คือหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์แห่งพรรคมาร "อู๋ซิน" ผู้มีขอบเขตพลังเหนือกว่าเยี่ยเฟิงหลายเท่าตัว! และสิ่งที่ทำให้ดวงตาของหลี่มู่เหยียนหรี่แคบลงอย่างอันตราย คือสิ่งที่อู๋ซินกำลังลากจูงมาด้วยโซ่ตรวนอักขระมาร... ร่างบอบบางในอาภรณ์สีม่วงเข้มที่คุ้นตา คราบเลือดกรังติดอยู่ตามกรอบหน้าอันซีดเซียว ดวงตาที่เคยสว่างไสวบัดนี้ปิดสนิท นางถูกพันธนาการด้วยพลังมารจนแทบไม่เหลือลมหายใจ "ซีฮั่ว..." หลี่มู่เหยียนพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบที่ถูกกลืนหายไปในความมืด ปราณกระบี่รอบตัวที่สงบนิ่งมาตลอด กลับระเบิดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไร้การควบคุม สร้างความปั่นป่วนให้แก่มิติโดยรอบจนเกิดเสียงคำรามดังกึกก้องดั่งฟ้าผ่า ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%