เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 6

พันธนาการแห่งโชคชะตา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงลอยวนเวียนอยู่ปลายนาสิก ประหนึ่งหมอกสีชาดที่เกาะกุมยอดเขาอู๋ซานไม่ยอมจางหาย ยามนี้รอยแยกแห่งมิติเบื้องหน้ากำลังส่งเสียงกรีดร้องราวกับสรรพสัตว์ที่ใกล้สิ้นลม ปราณมารสีดำทมิฬบิดม้วนตัวเป็นเกลียวพายุ หมุนวนกลืนกินแสงดาราบนนภากาศจนมืดมิด ทัศนียภาพรอบกายถูกความวิปริตแปรปรวนของฟ้าดินบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เยี่ยเฟิงยืนหยัดอยู่บนหน้าผาสูงชัน ชายเสื้อสีนิลปลิวสะบัดตามแรงลมพิโรธ ปลายกระบี่ ‘อัสนีโลหิต’ ในมือยังคงหยดหยาดโลหิตสีดำสนิทของอสูรเงาที่เพิ่งถูกสังหาร เบื้องหลังเขาคือบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพกระบี่ไร้ลักษณ์—หลี่มู่เหยียน ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองหนักอึ้งยิ่งกว่าขุนเขาพันชั่ง แม้จะเป็นศัตรูคู่แค้นที่โชคชะตาผลักไสให้ต้องห้ำหั่น แต่อันตรายจากรอยแยกมิติที่กำลังขยายตัวในยามนี้ กลับบีบบังคับให้เงาแห่งความตายทาบทับลงบนร่างของพวกเขาทั้งคู่พร้อมๆ กัน "เจ้าคิดจะเดินไปตายเคียงข้างข้าด้วยเหตุผลใด... เยี่ยเฟิง" สุ้มเสียงราบเรียบเย็นชาดังขึ้นจากเบื้องหลัง ไร้ซึ่งร่องรอยความรู้สึก ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันระดับขอบเขตเซียนที่ทำให้อากาศรอบกายแข็งตัว หลี่มู่เหยียนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงไร้ช่องโหว่ นัยน์ตาสคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นจ้องมองแผ่นหลังของอดีตศิษย์เอกอย่างพิจารณา เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับทอประกายเด็ดเดี่ยวล้ำลึก เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นอาจารย์ รัศมีปราณกระบี่ในกายแผ่ซ่านออกมาปะทะกันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบในอากาศ "ตายเคียงข้างท่าน? อาจารย์... ท่านคิดว่าข้ามีความใจบุญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ" เยี่ยเฟิงเชิดหน้าขึ้น เลือดขัตติยะในกายสูบฉีดพลان "ข้าเพียงแต่ไม่ต้องการให้ผู้ที่กุมความลับเรื่องการล่มสลายของตระกูลเยี่ยต้องมาตายด้วยน้ำมือของมารชั้นต่ำอย่างจ้าวซีหรานเสียก่อนที่ข้าจะสะสางบัญชีแค้นนี้ให้เสร็จสิ้นต่างหาก!" "วาจาคมคายนัก" หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้าที่ด้ามกระบี่ประจำกาย 'อัสนีเหมันต์' ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นน้ำวนที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "ทว่า... ทางเบื้องหน้านั้นมิใช่เส้นทางแก้แค้นธรรมดา แต่มันคือเส้นทางสู่วังวนแห่งทัณฑ์สวรรค์ หากก้าวเข้าไปแล้ว แม้แต่จิตวิญญาณก็มิอาจหลุดพ้น เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่ายังอยากจะร่วมทางกับข้า" คำถามนั้นไม่ใช่การขู่ขวัญ แต่คือคำเตือนจากผู้ที่เคยผ่านความสูญสลายมาแล้วครั้งหนึ่ง เยี่ยเฟิงนิ่งงันไปชั่วลมหายใจ ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันที่ตระกูลเยี่ยถูกเผาผลาญด้วยเพลิงมารยังคงชัดเจนในความทรงจำ เปลวเพลิงสีม่วงที่พรากทุกสิ่งไปจากชีวิตเขายังคงแผดเผาอยู่ในใจไม่เคยดับมอด และผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือจ้าวซีหราน ประมุขพรรคมารผู้ใช้วิชามารกลืนกินวิญญาณเพื่อคานอำนาจกับสำนักเซียน หากเขาปฏิเสธที่จะร่วมมือกับหลี่มู่เหยียนในวันนี้ เกรงว่าแผนการกวาดล้างพรรคมารคงล้มเหลว และเขาก็จะไม่มีวันได้ล้างแค้นให้บิดามารดาไปชั่วชีวิต ดวงตาคมปลาบของเยี่ยเฟิงฉายแววแน่วแน่ขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันกังวานใสท่ามกลางเสียงคำรามของพายุ "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่ไร้ความเมตตา... ข้า เยี่ยเฟิง ก็จะขอเดินเคียงข้างไปกับท่าน เพื่อลากคอมันลงมาสังหารด้วยมือของข้าเอง!" หลี่มู่เหยียนนิ่งเงียบไปนาน ประกายตาของเทพกระบี่ไร้ลักษณ์ไหววูบคล้ายคลื่นผิวน้ำยามต้องลม ร่องรอยความอาลัยในอดีตที่ฝังกลบไว้ลึกก้นบึ้งของหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครา ยามที่มองเห็นเงาร่างของเยี่ยเฟิงในยามนี้ ช่างซ้อนทับกับใครบางคนในอดีตเสียเหลือเกิน... คนผู้ซึ่งเคยกล่าวคำสัญญาทำนองนี้กับเขาเช่นกัน "ดี..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอặnออกมาเพียงพยางค์เดียว ทว่าทรงพลังดั่งประกาศิตแห่งสวรรค์ "ในเมื่อเจ้าเลือกเส้นทางนี้แล้ว จงจำไว้ว่ากระบี่ในมือข้าจะไม่ปกป้องคนอ่อนแอ หากเจ้าก้าวตามไม่ทัน... ข้าจะทิ้งเจ้าไว้เบื้องหลังให้กลายเป็นปุถุชนไร้ค่าเสีย" "หึ ข้าไม่เคยต้องให้ใครมาปกป้องอยู่แล้ว ท่านอาจารย์" เยี่ยเฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มท้าทาย ยามนั้นเอง ท้องนภาก็พลันคำรามกึกก้อง รอยแยกมิติเบื้องหน้าแตกขยายออกเป็นวงกว้าง แสงสีม่วงเข้มสาดส่องลงมาอาบไล้ร่างของคนทั้งสอง เงาร่างมหึมานับพันตนกำลังเคลื่อนตัวออกมาจากความมืดมิด เสียงกรีดร้องของภูตผีปีศาจดังระคนไปทั่วสารทิศ เป็นสัญญาณเตือนว่ากอง ทัพมารแห่งพรรคมารภายใต้การนำของจ้าวซีหรานได้เริ่มเคลื่อนพลเพื่อทำลายล้างแดนเซียนแล้ว! หลี่มู่เหยียนสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง กระบี่อัสนีเหมันต์พุ่งทะยานออกจากฝัก เปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดดั่งดาวตก แหวกอากาศพุ่งนำลิ่วไปยังใจกลางรอยแยกมิติเบื้องหน้าทันที ปราณกระบี่อันบริสุทธิ์สะท้อนก้องฟ้าดิน ประกาศกร้าวถึงการต่อต้านโชคชะตา "ตามมา!" หลี่มู่เหยียนเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะทะยานร่างพุ่งตามกระบี่ของตนไปดั่งสายฟ้าแลบ เยี่ยเฟิงไม่รอช้า พลังปราณในจุดตันtianระเบิดออก ร่างของเขากลายเป็นประกายแสงสีทองพุ่งติดตามศิษย์พี่ใหญ่/อาจารย์ (ตามสถานะ) ไปติดๆ รัศมีกระบี่ทั้งสองสายหลอมรวมกันกลางนภากาศ เกิดเป็นม่านพลังป้องกันอันแข็งแกร่งที่พร้อมจะแหลกสลายทุกสิ่งที่ขวางทาง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่พวกเขากำลังจะพุ่งทะลวงผ่านม่านพลังมารชั้นแรกเข้าไปนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความว่างเปล่ารอบทิศทาง ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกที่รอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว *(รอยยิ้มของจ้าวซีหรานปรากฏขึ้นในความมืด พร้อมกับเงาปริศนาของผู้ทรงพลังอีกผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติเบื้องหลัง...)* "คิดว่าจะรอดออกไปจากค่ายกลนี้ได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ... ศิษย์รักของข้า" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%