โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงกังวานดั่งระฆังสำริดแตกซ่าน
หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจคมกระบี่โบราณสะท้อนภาพร่างของบุรุษเบื้องหน้า—เยี่ยเฟิง อดีตศิษย์รักผู้ที่นางเคยใช้ปลายนิ้ววาดอักขระกระบี่ให้เมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ กลิ่นอายรอบกายเขากลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ พลังปราณสีนิลทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นคำรามกึกก้องราวกับพญามังกรที่ถูกจองจำมานานนับหมื่นปีและกำลังฉีกกระชากโซ่ตรวนแห่งสวรรค์ให้แหลกเป็นจุล
"เจ้า... กล้าใช้ 'วิชาผ่าตะวัน' กลืนกินเขตแดนสวรรค์เช่นนั้นหรือ?" น้ำเสียงของเทพกระบี่ไร้ลักษณ์เยือกเย็นและสั่นพร่าเล็กน้อย ความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความไร้หัวใจกำลังถูกกัดกร่อนด้วยสัจธรรมที่ว่า ศิษย์ผู้ทรยศนางผู้นี้ ได้ก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์และเซียนพึงกระทำไปเสียแล้ว
เยี่ยเฟิงหัวเราะต่ำในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาราวกับเสียงหัวเราะของยมบาลแห่งขุมนรกที่สั่นคลอนจิตวิญญาณของผู้ฝึกตน เส้นผมสีดำสนิทปลิวสะบัดตามแรงพายุอสนีบาตที่ก่อตัวขึ้นเหนือท้องฟ้ามืดครึ้ม ดวงตาคู่นั้นคมปลาบและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันไร้ก้นบึ้ง
"กฎสวรรค์งั้นหรือ? อาจารย์... ท่านพร่ำสอนข้าเสมอว่าวิถีกระบี่คือการฝืนลิขิตฟ้าดิน แต่เหตุใดเมื่อข้าลงมือฝืนมันจริงๆ ท่านกลับเป็นคนแรกที่เอากระบี่ชี้หน้าด่าทอข้าว่านอกรีต?"
สิ้นคำพูด ประกายแสงสีทองอร่ามที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่มู่เหยียนก็ระเบิดออก นางตวัดนิ้วเรียกกระบี่ประจำกาย 'เหมันต์สวรรค์' เข้ามาอยู่ในกำมือ แรงกดดันระดับเซียนขั้นบรรลุอรหันต์แผ่ขยายออกไปจนพื้นศิลาเบื้องล่างปริร้าวเป็นใยแมงมุม นางไม่อาจปล่อยให้เขาเดินหน้าต่อไปในเส้นทางนี้ได้ วิชาต้องห้ามที่เขากำลังใช้ ไม่เพียงแต่จะผลาญอายุขัยและวิญญาณของเขาจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว แต่มันกำลังดึงดูดทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้าให้ลงมาบดขยี้ทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้
"ศิษย์อกตัญญู เจ้าไม่เข้าใจ... วิถีกระบี่ไร้ใจคือการตัดสิ้นกิเลส มิใช่การนำพาจิตวิญญาณไปสู่ความพินาศ!" นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับพุ่งทะยานร่างเข้าหาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่เปล่งประกายแสงสีฟ้าจัดจ้านหมายจะสกัดจุดชีพจรและผนึกพลังมารที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในร่างของเขา
ทว่า เยี่ยเฟิงมิใช่เยี่ยเฟิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เขามิต้องการหลบเลี่ยง มิได้คิดจะตั้งรับ ร่างสูงสง่าก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง ฝ่ามือหนายื่นออกไปคว้าจับคมกระบี่ 'เหมันต์สวรรค์' ด้วยมือเปล่า!
*ฉับพลัน!*
โลหิตสีดำสนิทไหลรินอาบฝ่ามือของเขา แต่ไม่มีเสียงร้องคร่ำครวญ มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากและประกายตาดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด พลังปราณทมิฬระเบิดจากฝ่ามือลามเลียขึ้นสู่ตัวกระบี่จนน้ำแข็งพันปีของสำนักเซียนเริ่มละลายและเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
"ถ้าวิถีกระบี่ไร้ใจของท่านคือการตัดสิ้นความรู้สึก... เช่นนั้น ข้าก็จะขอใช้กระบี่เล่มนี้ สับเปลี่ยนฟ้าดินใหม่เสีย!"
เยี่ยเฟิงคำรามลั่น ท้องฟ้าเบื้องบนพลันฉีกขาดออกเป็นทางยาว เปลวเพลิงสีชาดและสายฟ้าสีม่วงเข้มผสานเข้าหากันจนกลายเป็นม่านพลังอัสนีโลหิตที่กดทับลงมา แรงกดดันนี้ทำให้เหล่าศิษย์สำนักเซียนที่แอบมองอยู่ไกลๆ ต่างกระอ่วนโลหิตออกมาและทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์... แต่มันคือพลังที่ท้าทายกฎเกณฑ์ของสวรรค์โดยแท้จริง!
หลี่มู่เหยียนรู้สึกได้ถึงหัวใจที่กระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด—คนรักของนางในอดีตก็เคยใช้เคล็ดวิชาฝืนลิขิตฟ้าเช่นนี้ จนกระทั่งร่างแหลกสลายหายไปต่อหน้าต่อตา นางสูญเสียสิ่งสำคัญไปครั้งหนึ่งแล้ว และบัดนี้... นางกำลังจะต้องมองดูศิษย์รักเดินไปสู่เส้นทางแห่งความตายซ้ำรอยเดิมอย่างนั้นหรือ?
ความเย็นชาที่สะสมมานับร้อยปีพังทลายลงในชั่วพริบตา แววตาของนางไหววระริกด้วยความตื่นตระหนกและความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดใจ
"เยี่ยเฟิง! หยุดเดี๋ยวนี้! หากเจ้ายังฝืนใช้วิชานี้ต่อ วิญญาณของเจ้าจะแตกดับจนไม่ได้แม้แต่จะไปเกิดใหม่!"
"สายไปแล้วท่านอาจารย์..." เยี่ยเฟิงก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง ร่างกายของทั้งสองแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผดเผาจากร่างของเขา และความเย็นเยียบจากปราณเซียนของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มเนียนของหญิงสาว ในขณะที่มืออีกข้างของเขายกขึ้นแตะที่ปลายคางของเทพกระบี่ผู้สูงศักดิ์บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นสบตา
ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน ท่ามกลางพายุเพลิงและอสนีบาตที่กำลังทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัว โลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความโกรธแค้นและความรักอันบิดเบี้ยวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ในเมื่อสวรรค์ไม่เคยเมตตาพวกเรา... ข้าก็จะขอเป็นคนทำลายมันด้วยมือคู่นี้เอง..."
เยี่ยเฟิงกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของนาง ก่อนที่เขาจะตวัดแขนโอบเอวบางของหลี่มู่เหยียนไว้แน่น พร้อมกับเงื้อมืออีกข้างขึ้นฟ้า พลังปราณอันมหาศาลที่เกิดจากการกลืนกินกฎสวรรค์พุ่งทะยานขึ้นสู่กลีบเมฆเบื้องบน เกิดเป็นเงากระยับยักษ์ของกระบี่ทมิฬเล่มมหึมาที่พร้อมจะปักทะลวงหัวใจของผืนแผ่นดิน
และในวินาทีนั้นเอง... ท้องฟ้าก็แยกออกจากกัน เสียงคำรามของเงาร่างลึกลับอันทรงอำนาจที่สถิตอยู่เหนือชั้นฟ้าเก้าชั้นก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกแห่งมิติ—ผู้ที่ถือครองกุญแจแห่งการตัดสินชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองคนอย่างแท้จริง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 5
วิชาต้องห้าม
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!