เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 4

หุบเขาแห่งความทรงจำ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายอับชื้นของดินชื้นแฝกลอยอวลเคล้ากลิ่นสนพันปี ความมืดสลัวภายในถ้ำลึกซ่อนเร้นหลังม่านน้ำตก “ผาจันทราทอแสง” ดุจดังหีบสมบัติโบราณที่กาลเวลาหลงลืม หยาดน้ำค้างที่เกาะพราวตามปลายใบหญ้าด้านนอกร่วงหล่นลงกระทบผิวน้ำ เกิดเสียงสะท้อนกังวานดั่งเสียงถอนหายใจของสวรรค์ หลี่มู่เหยียนสะบัดแขนเสื้อเบาๆ อาคมพรางตาเก้าชั้นก็แผ่ขยายปกคลุมปากถ้ำทันที ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ทว่าบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นผงจากการหลบหนีการไล่ล่า เขาทรุดกายลงพิงผนังหินเย็นเฉียบอย่างอ่อนแรง กระบี่ไร้ลักษณ์ข้างกายส่งเสียงสั่นพานคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงบาดแผลภายในที่กำลังกัดกินเส้นลมปราณของเขา “ท่านยังดึงดันใช้เคล็ดวิชาฝืนสวรรค์นั้นอีกทำไม?” น้ำเสียงเยียบเย็นทว่าแฝงความร้าวรานดังขึ้นจากมุมมืด เยี่ยเฟิงก้าวออกมาจากเงาอัสดง ร่างของอดีตศิษย์เอกผู้ทรยศสำนักเปี่ยมไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ เส้นผมสีดำสนิทรุ่ยระสายไม่เป็นระเบียบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองผู้เป็นอาจารย์ด้วยความรู้สึกซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ “หากข้าไม่ทำเช่นนั้น… เจ้าคงไม่รอดเงื้อมมือของจ้าวซีหราน” หลี่มู่เหยียนปรายตามองศิษย์รัก ปลายเสียงเจือความเยชาชาและห่างเหิน แต่นัยน์ตาคู่คมกลับไหววูบราวกับผิวน้ำยามต้องลมพายุ เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวด “ศิษย์ทรยศเช่นข้าสมควรตายตกตามระเบียบฟ้า เหตุใดท่านต้องเอาชีวิตเข้าแลก… หรือเพราะท่านยังเห็นภาพเงาของเด็กน้อยคนเดิมในตัวข้า หลี่มู่เหยียน ท่านช่างน่าสมเพชนัก” คำพูดนั้นคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ แต่ไม่มีผู้ใดขยับตัวเข้าห้ำหั่นกัน บรรยากาศภายในถ้ำแคบๆ กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างศิษย์ผู้เหิมเกริมและอาจารย์ผู้เยือกเย็น ทั้งคู่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความแค้น ความผูกพัน และอดีตที่ไม่วันหวนคืน ที่นี่คือ “ถ้ำเหมันต์นิรันดร์” สถานที่ที่พวกเขาเคยใช้เวลาฝึกวิชาร่วมกันในยามเยาว์วัย รอยสลักบนผนังหินที่หลี่มู่เหยียนเคยใช้สอนกระบี่ยังคงรางเลือน กลิ่นอายของความหลังอบอวลอยู่ทุกอณูอากาศ จนทำให้หัวใจที่ด้านชาของเซียนผู้ไร้ใจกระตุกวูบอย่างเจ็บปวด เยี่ยเฟิงก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายปราณมารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขายามนี้ไม่ได้น่ากลัวดังเช่นวันก่อน ตรงกันข้าม มันสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาเอื้อมมือไปสัมผัสบาดแผลบริเวณหัวไหล่ของหลี่มู่เหยียน “อย่าแตะต้องข้า” หลี่มู่เหยียนเอ่ยเสียงพร่า พยายามขยับถอยหนี ทว่าเรี่ยวแรงกลับหมดสิ้นลงจากการใช้กระบวนท่าต้องห้าม “ถ้าข้าไม่แตะ… แล้วใครเล่าจะรักษาท่าน?” เยี่ยเฟิงย่อตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้า ดวงตาที่มักเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจยามนี้กลับฉายแววอาลัยอาวรณ์อย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวยาวถ่ายเทพลังปราณอุ่นร้อนเข้าไปยังจุดตันtianของหลี่มู่เหยียนเพื่อกดขี่พิษมารที่กำลังลุกลาม การสัมผัสกันครั้งนี้ทำให้เวลาหยุดนิ่ง ความทรงจำเมื่อครั้งอดีตไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำวน เยี่ยเฟิงในวัยเยาว์ที่เคยซบลงบนตักของเขาเพื่อฟังเรื่องราววิถีกระบี่ และหลี่มู่เหยียนผู้เคร่งขรึมที่คอยเช็ดหยาดเหงื่อให้ด้วยความทะนุถนอม บัดนี้ เด็กน้อยคนนั้นเติบโตเป็นปีศาจผู้เหยียบย่ำยุทธภพ ขณะที่ผู้เป็นอาจารย์ยังคงยืนหยัดรักษาคุณธรรมจอมปลอมของสำนักเซียน “เจ้าเกลียดข้าถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงยังช่วยชีวิตข้าไว้ที่หุบเขาอสูร?” หลี่มู่เหยียนเอ่ยถามแผ่วเบา ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ เยี่ยเฟิงชะงักมือที่กำลังส่งลมปราณ ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคู่ลึกซึ้งของอาจารย์ “เพราะข้าต้องการให้ท่านมองเห็นข้า… มองเห็นข้าในฐานะบุรุษผู้หนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะศิษย์ผู้โง่เขลาที่ต้องคอยก้มหัวรับคำสั่ง!” ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของหลี่มู่เหยียนเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายร้อยปี ปรัชญากระบี่ไร้ใจที่เคยยึดถือพังทลายลงในพริบตา เมื่อปลายนิ้วของเยี่ยเฟิงเลื่อนขึ้นมาสัมผัสพวงแก้มสากระคายของเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับจะยืนยันว่าตัวตนของอีกฝ่ายยังคงอยู่จริง ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันลึกซึ้งและเปราะบางนั้นเอง… *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากถ้ำ ม่านอาคมเก้าชั้นแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ในชั่วพริบตา เศษหินและฝุ่นควันพวยพุ่งตลบอบอวล พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลระดับบรรพกาลที่กดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบ เงาร่างหนึ่งก้าวล่วงผ่านม่านหมอกเข้ามา ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายดาราโลหิต ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของจ้าวซีหราน ประมุขพรรคมารผู้กุมชะตากรรมของยุทธภพ “พบตัวเสียที… ศิษย์ทรยศ และเทพกระบี่ผู้หลงทาง” จ้าวซีหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดั่งเสียงภูตผี พร้อมกับชูหยกวิญญาณสวรรค์ที่เปล่งแสงสีเลือดฉานขึ้นกลางฝ่ามือ “ของสิ่งนี้… สมควรกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงเสียที” หลี่มู่เหยียนเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อตระหนักได้ว่าหยกชิ้นนั้นคือต้นตอของการล่มสลายทั้งหมด และมันกำลังสั่นพ้องกับพลังมารในร่างของเยี่ยเฟิงอย่างบ้าคลั่ง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%