กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ในตำหนักไร้ลักษณ์ ปลายกระบี่ ‘อสนีบาตไร้เงา’ ยังคงจ่ออยู่ตรงร่องชีพจรบริเวณลำคอของเยี่ยเฟิง ปลายเหล็กคมกริบนั้นไร้ซึ่งความสั่นไหว ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเจตจำนงอันแข็งแกร่งดุจหินผาของหลี่มู่เหยียน
“อาจารย์ยังคงระแวงศิษย์คนนี้... แม้ในยามที่ข้าไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะกำหมัดแล้วอย่างนั้นหรือขอรับ?”
น้ำเสียงของเยี่ยเฟิงแหบพร่า รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึง ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่าเบื้องหน้าผู้เป็นอาจารย์ บาดแผลจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเมื่อคราวก่อนยังคงกัดกินเส้นลมปราณ สร้างความเจ็บปวดเสียดแทียนจนเม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย
หลี่มู่เหยียนนิ่งเงียบ ปราณกระบี่รอบกายวับวามดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด ใบหน้าภายใต้หน้ากากหยกขาวและอาภรณ์สีหมึกนั้นเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวทอดมองศิษย์เอกที่แปรเปลี่ยนเป็น ‘ศิษย์ทรยศ’ ในสายตาของยุทธภพ
“เจ้ารู้ดีว่าวิถีกระบี่ไร้ใจคืออะไร, เยี่ยเฟิง” สุ้มเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นดั่งสายน้ำจากยอดเขาน้ำแข็งเอ่ยขึ้น “ผู้ใดก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ ไร้ซึ่งความผูกพัน ไร้ซึ่งความลังเล... เหตุใดเจ้าจึงยังปล่อยให้ความแค้นตระกูลเยี่ยครอบงำจิตวิญญาณ จนยอมจำนนต่อเคล็ดวิชาสายมารของจ้าวซีหราน?”
เยี่ยเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตา ท่าทีคุกเข่าหาได้มีความนอบน้อมดั่งศิษย์พึงมีต่ออาจารย์ไม่ กลับกัน... มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำผู้สร้างกรงขังให้แหลกคามือ
“วิถีกระบี่ไร้ใจ?” เยี่ยเฟิงหัวเราะในลำคอ แววตาไหววูบด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่เก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึงหัวใจ “อาจารย์สอนให้ข้าตัดขาดจากโลกีย์ สอนให้ข้าเย็นชาดั่งกระบี่เหล็กกล้า... แต่ท่านเล่า? ยามที่ท่านยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งเซียนกระบี่ ไฉนข้าจึงยังเห็นเงาความโศกเศร้าในแววตาของท่านยามที่มองไปยังทิศตะวันตก? ท่านบอกให้ข้าไร้ใจ แต่ท่านเองกลับเก็บงำความอาลัยรักไว้ในอกเสื้อ... นี่หรือคือความยุติธรรมของสำนักเซียน?”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจสำนักกระบี่ บรรยากาศภายในตำหนักพลระอุขึ้นทันตาเห็น ปราณกระบี่ของหลี่มู่เหยียนพวยพุ่งทะลักออกมาราวกับคลื่นคลั่ง ข้าวของเครื่องเรือนสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ทว่ามือที่ถือกระบี่กลับชะงักค้าง ปลายเหล็กคมกริบขยับเข้าใกล้ผิวเนื้อจนเลือดสีสดซึมไหลออกมาเป็นทางยาว
หลี่มู่เหยียนไม่ตอบโต้ ทว่าความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมากลับบอกเล่าทุกอย่าง
“เจ้าไม่เข้าใจ...” น้ำเสียงของหลี่มู่เหยียนแผ่วเบาลงชั่วขณะ ราวกับรำพึงรำพันกับตัวเอง “ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย... คือโซ่ตรวนที่ผูกมัดวิญญาณ ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเดินซ้ำรอยทางนรกที่ข้าเคยผ่านมา”
“ถ้าเช่นนั้น... ไฉนท่านจึงไม่ปล่อยให้ข้าเลือกทางเดินของตัวเองเสียที!”
เยี่ยเฟิงพุ่งทะยานเข้าหาคมกระบี่โดยไม่ลังเล! การกระทำอันบ้าบิ่นนี้ทำให้หลี่มู่เหยียนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบพลิกข้อมือเบี่ยงคมกระบี่ออกในเสี้ยววินาที ทว่าแรงปะทะกลับทำให้ร่างของทั้งสองพุ่งเข้าประชิดกันอย่างแนบชิด
กลิ่นอายบุรุษหนุ่มผสมผสานกับกลิ่นโลหิตและกลิ่นอายอสนีบาตโชยเข้าแตะนาสิก เยี่ยเฟิงใช้จังหวะนั้นคว้าข้อมือของหลี่มู่เหยียนไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก ความใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณลำคอระหง
“ข้าทรยศสำนักเซียน... ข้าเลือกเดินบนเส้นทางแห่งมาร... แต่ข้าไม่เคยทรยศหัวใจตัวเองที่ปรารถนาจะก้าวข้ามฟ้าดินเพื่อยืนเคียงข้างท่าน” เสียงกระซิบของเยี่ยเฟิงพร่าเลือน ทว่าก้องกังวานลึกลงไปในโสตประสาทของคนฟัง
หลี่มู่เหยียนนิ่งงัง ราวกับถูกสายฟ้าสวรรค์ผ่าเข้าที่กลางใจ ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจนึก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ปราณกระบี่ที่เคยควบคุมได้ดั่งใจกลับปั่นป่วนจนลมปราณตีกลับ
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของจอมยุทธ์ผู้เยือกเย็นเริ่มสั่นคลอน เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้ามาจากหน้าต่างตำหนักที่แตกละเอียด ประกายแสงสีม่วงเข้มพุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของเยี่ยเฟิงอย่างเหี้ยมเกรียม!
“ระวัง!” หลี่มู่เหยียนตวัดสายตากลับมา ความเป็นห่วงที่หลบซ่อนพวยพุ่งเหนือเหตุผล นางดึงร่างของเยี่ยเฟิงเข้าหาตัวพร้อมกับซัดฝ่ามือกระบี่ต้านทานพลังมืดนั้นทันที
*ตูม!*
แรงปะทะมหาศาลทำให้ตำหนักสั่นสะเทือน ฝุ่นควันตลบอบอวล ทว่าเมื่อควันจางลง ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่บนคานไม้เบื้องบน นัยน์ตาคู่คมสีม่วงเข้มทอประกายเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากของ ‘จ้าวซีหราน’ ประมุขพรรคมาร
“ช่างเป็นภาพศิษย์อาจารย์ที่ลึกซึ้งกินใจเสียจริง... หลี่มู่เหยียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเสืออย่างเจ้า จะเลี้ยงลูกพยัคฆ์ตัวนี้ไว้ในกรงได้ตลอดไป?”
จ้าวซีหรานหัวเราะร่า พร้อมกับดีดนิ้วส่งอักขระมารสีดำสนิทพุ่งเข้าตรึงร่างของเยี่ยเฟิงที่ยืนอยู่เคียงข้างหลี่มู่เหยียนให้ทรุดลงไปอีกครั้ง เลือดสีดำทะลักออกจากปากของเยี่ยเฟิงทันที!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 3
คำสารภาพในเงามืด
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!