กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ยังคงติดอยู่ปลายจมูกไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับความเงียบงันภายในห้องโถงลับแห่งสำนักกระบี่เมฆาอัสนี
เยี่ยเฟิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่จากการปะทะกับผู้วโสเมื่อยามค่ำคืนยังคงส่งกระแสความเจ็บแปลบทุกครั้งที่ลมปราณในกายโคจรติดขัด แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจเขายิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือสายตาอันเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีของหลี่มู่เหยียน ผู้เป็นทั้งอาจารย์และเงาตามตัวที่บีบให้เขาต้องเลือกเส้นทางนี้
"เจ้ายังกล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกหรือ... เยี่ยเฟิง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความลังเลเจือปน หลี่มู่เหยียนก้าวออกมาจากความมืด เงาร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนกับแสงเรืองรองของคัมภีร์ลับสวรรค์ที่ถูกเก็บรักษาไว้เบื้องหลังม่านอาคม ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าหวาดหวั่น — ความว่างเปล่าของผู้ที่ตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง จนกระทั่งเหลือเพียงกระบี่ในมือ
"ศิษย์ทรยศอย่างข้า หากไม่กลับมาเอาสิ่งที่เป็นของตระกูลคืน เกรงว่าวิญญาณบรรพบุรุษคงไม่ยอมตาหลับค่ะ... หรือท่านอาจารย์คิดจะใช้กระบี่ไร้ลักษณ์เล่มนั้น มาตัดหัวศิษย์อกตัญญูคนนี้เพื่อรักษาชื่อเสียงของสำนักเซียน?" เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะ ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทาย ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าช่องว่างระหว่างขอบเขตพลังของพวกเขานั้นกว้างใหญ่ปานฟ้ากับเหว
หลี่มู่เหยียนไม่ตอบคำ เขาเพียงปรายตามองคัมภีร์โบราณที่สั่นระริก ปราณกระบี่รอบตัวเริ่มแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของเยี่ยเฟิงจนเข่าแทบทรุด หากความลับเรื่อง "วิชาผ่าสวรรค์" ที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์เล่มนี้รั่วไหลออกไปสู่มือของจ้าวซีหราน ประมุขพรรคมาร ยุทธภพคงไม่พ้นต้องลุกเป็นไฟ และสำนักกระบี่เมฆาอัสนีจะต้องกลายเป็นผงธุลีในชั่วข้ามคืน
ในฐานะผู้พิทักษ์กฎ หลี่มู่เหยียนไม่มีทางเลือกอื่น... และในฐานะศิษย์ผู้แบกรับความแค้น เยี่ยเฟิงก็ถอยหลังไม่ได้เช่นกัน
"อาจารย์เคยพร่ำสอนว่า กระบี่ที่ดีที่สุดคือกระบี่ที่ไม่มีใจ แต่เหตุใดเล่า... ตอนนี้มือของท่านถึงได้สั่นเทาขณะจับด้ามกระบี่?" เยี่ยเฟิงเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เมื่อสังเกตเห็นปลายนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายที่กำด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในอดีต หลี่มู่เหยียนชะงักไปชั่วลมหายใจ ความทรงจำเมื่อครั้งที่เคยประคองร่างอันไร้ลมหายใจของคนรักย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจที่ด้านชา แต่วินาทีต่อมา แววตาของเทพกระบี่ไร้ลักษณ์ก็กลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง
"เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว... เยี่ยเฟิง"
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าคำรามสะท้านเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกทะลุทะลวงเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับร่างของหลี่มู่เหยียนที่หายวับไปจากจุดเดิม ปราณกระบี่อันคมกริบพุ่งทะยานเข้าหาเยี่ยเฟิงราวกับสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งความปรานี ไร้ซึ่งความลังเล
เยี่ยเฟิงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น เขาไม่มีเวลาคิดคำนึง มือขวาพุ่งไปคว้าด้าม "กระบี่เพลิงโลกันตร์" ที่ปักอยู่บนพื้นศิลาขึ้นมาต้านรับอย่างสุดกำลัง แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบ เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกจากมุมปากของเขาในทันที แรงกดดันระดับเซียนขั้นหลอมรวมวิญญาณบีบให้เขาล้มลงคุกเข่าข้างหนึ่ง แต่ปลายนิ้วยังคงกำด้ามกระบี่แน่นไม่ยอมปล่อย
ทว่า ท่ามกลางประกายไฟจากการปะทะกระบี่ที่สาดกระเซ็นไปทั่วห้อง ประตูหินโบราณด้านหลังแท่นบูชาซึ่งควรจะถูกปิดตายด้วยค่ายกลสวรรค์ กลับค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้า ๆ พร้อมกับละอองหมอกสีดำทมิฬที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุม
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามา เสียงหัวเราะแหบแห้งราวนกแสกดังสะท้อนก้องไปทั่วโถง
"ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง เทพกระบี่ผู้ไร้ใจกำลังสังหารศิษย์รักด้วยมือตนเอง ข้าไม่ต้องลงแรงแม้แต่น้อยก็จะได้ทั้งคัมภีร์และหัวใจของพวกเจ้าทั้งคู่แล้วสินะ... หลี่มู่เหยียน"
หลี่มู่เหยียนและเยี่ยเฟิงชะงักพร้อมกัน ดวงตาทั้งสองคู่เบนไปเบื้องหน้าพร้อมกันเมื่อพบว่า ผู้ที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูหาใช่ใครอื่น — แต่คือ จ้าวซีหราน ประมุขพรรคมารผู้ตายตกไปเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 2
กระบี่ที่ไร้เจ้าของ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!