"เจ้า... เจ้าเอาสิ่งนี้มาจากที่ใดกันหลินอิง!"
เสียงทุ้มต่ำของจางหย่งหลุดลอดออกมาด้วยความระคนตกตะลึง ร่างกายกำยำในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ซอมซ่อถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของอดีตนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนเบิกกว้างจ้องมองถาดขนมปังสีทองอร่ามบนโต๊ะไม้ผุกร่อน กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยแท้ผสมผสานกับความกรุ่นของแป้งสาลีชั้นดีลอยฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมร้างที่เคยอับชื้น จนกลิ่นอายความยากจนแทบจะมลายหายไปในพริบตา
ถาดขนมปังปอนด์เนื้อเนียนนุ่มชิ้นนี้ไม่มีทางหาได้จากหมู่บ้านปลายตะวันแห่งนี้อย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่า เมื่อสักครู่บนโต๊ะว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ!
ส่วนจ้าวซื่อ... ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้จอมเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งเดินดุ่มๆ เข้ามาหวังจะมาขุดคุ้ยหาเศษเสี้ยวอาหารเพื่อรีดไถ ร่างกายกลับแข็งค้างราวกับถูกสาป ปลายจมูกฟุดฟัดสูดกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเข้าไปเต็มปอด ดวงตาคู่เล็กตี่ของนางฉายแววโลภโมโทสานทันที ความตกใจถูกแทนที่ด้วยความริษยาอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง
"ก... กลิ่นอันใดกัน เหตุใดจึงหอมหวนเยี่ยงนี้!" จ้าวซื่อก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้โต๊ะ มือหยาบกร้านพยายามจะคว้าขนมปังชิ้นนั้นเข้าปากโดยไม่เกรงใจเจ้าของบ้านแม้แต่น้อย ปากก็เอמהขยายเสียงแหลมสูง "น้องสะใภ้ เจ้าซ่อนแป้งชั้นดีนี้ไว้ที่ใด เหตุใดจึงไม่ยอมเอาออกมาตั้งแต่แรก เจ้าคิดจะเก็บไว้กินคนเดียวหรือไร ช่างเห็นแก่ตัวนัก!"
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบมือกระทบอากาศอย่างเฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หลินอิงขยับตัวด้วยความรวดเร็วราวดาวตก มือเรียวบางปัดป้องมือสกปรกของจ้าวซื่อออกไปอย่างไม่ใยดี นัยน์ตากลมโตคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยวจนจ้าวซื่อต้องสะดุ้งเฮือกถอยหลัง
"พี่สะใภ้จ้าว กรุณารักษามารยาทด้วยนะคะ" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับซ่อนความคมกริบเอาไว้ "นี่คือบ้านของข้า ข้าวของบนโต๊ะนี้ก็เป็นสิทธิ์ของข้า เหตุใดท่านจึงถือวิสาสะเข้ามาหยิบฉวยตามอำเภอใจเช่นนี้เล่า หรือว่าที่บ้านเดิมของท่านไม่เคยอบรมสั่งสอนเรื่องสิทธิส่วนบุคคลกันคะ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" จ้าวซื่อหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว นางชี้หน้าหลินอิงตัวสั่นเทา "เจ้ากล้าดียังไงมาว่าข้า! ข้าเป็นพี่สะใภ้ของพวกเจ้า เป็นผู้อาวุโสในตระกูลนะ! อาหารกลิ่นหอมชวนกินขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าแอบซ่อนวัตถุดิบชั้นดีไว้จากกองมรดกครอบครัว แล้วไฉนจึงมีปัญญาทำออกมาได้เล่า! ส่งขนมปังนั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะไปฟ้องท่านแม่ให้มาจัดการพวกเจ้าข้อหาซุกซ่อนทรัพย์สิน!"
คำขู่โง่เง่าของจ้าวซื่อไม่ได้ทำให้หลินอิงสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย หญิงสาวยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ท่าทีสง่างามราวกับคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แม้สวมอาภรณ์เรียบง่ายก็ไม่อาจกลบรัศมีแห่งความเหนือกว่านี้ได้
ทรัพย์สินอันใดกัน? ตระกูลจ้าวใจดำอำมหิตขับไล่พวกนางสองสามีภรรยาออกมาด้วยมือเปล่า ให้กระท่อมผุพังใกล้พังหลังนี้เป็นมรดก และทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้รับผิดชอบ ตอนที่พวกนางอดอยากแทบตาย ใยไม่อيเห็นใจบ้างเล่า ตอนนี้เห็นกลิ่นหอมโชยออกมารังแต่จะวิ่งเข้ามาตักตวง ช่างน่าไม่อายสิ้นดี!
"เชิญฟ้องตามสบายเลยค่ะ" หลินอิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังจ้าวซื่ออย่างไม่เกรงกลัว "หากท่านแม่สามีมาถึง แล้วถามว่าพวกเราเอาวัตถุดิบมาจากไหน ข้าก็ยินดีจะบอกท่านด้วยซ้ำว่า ข้าใช้ 'มือและสมอง' ของข้าเองหามา ไม่ได้หน้าด้านมาขอส่วนบุญจากใครเหมือนพยาธิบางตัวในตระกูลนี้หรอกนะคะ!"
"เจ้า... เจ้ากล้าเปรียบเทียบข้ากับพยาธิหรือ!" จ้าวซื่อกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความบันดาลโทสะ นางหันขวับไปหาจางหย่งที่ยืนนิ่งเงียบเป็นรูปปั้น "จางหย่ง! เจ้าดูเอาเถอะ เมียของเจ้ามันปีศาจชัดๆ กล้าด่าทอพี่สะใภ้ ปล่อยให้นางยโสโอหังเช่นนี้ได้อย่างไร หรือว่าเจ้ากลัวเมียจนหัวหด กลายเป็นไอ้หน้าตัวเมียไปเสียแล้ว!"
จางหย่งขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้มตึงเครียดขึ้นมาทันที ร่างกายกำยำก้าวเข้ามาบังภรรยาตัวน้อยไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจเขายังคงสับสนงงงวยกับที่มาของขนมปังไร้ที่มาบนโต๊ะ แต่สำหรับเขาแล้ว หลินอิงคือภรรยาที่เขาให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะปกป้องด้วยชีวิต ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องนาง แม้แต่คนในตระกูลเดียวกันก็ตาม
"ภรรยาของข้า... นางทำสิ่งใดผิดหรือครับพี่สะใภ้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังกดดันจนจ้าวซื่อถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "บ้านหลังนี้พวกท่านเป็นคนขับไล่พวกเราออกมาเอง ทรัพย์สินสักอีแปะเดียวก็ไม่เคยแบ่งให้ ข้ากับอิงอิงหาทางเอาตัวรอดกันเอง มันแปลกตรงไหนหรือครับ หรือพวกท่านหวังจะให้พวกเราอดอยากตายคาซากปรักหักพังนี้จริงๆ ถึงจะพอใจ?"
"ข้า... ข้าเปล่า..." จ้าวซื่อเริ่มเสียงอ่อนลงเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของอดีตนายทหาร แม้จางหย่งจะปลดประจำการและบาดเจ็บ แต่กลิ่นอายความดุดันในสนามรบของเขายังคงน่าเกรงขามเสมอ
"หากไม่มีธุระอันใดแล้ว เชิญกลับไปเถอะค่ะ" หลินอิงเอ่ยตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า นางเอื้อมมือเรียวไปหยิบขนมปังปอนด์อุ่นๆ ขึ้นมาฉีกแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ กลิ่นหอมของเนยสดและนมวัวในมิติลับทะลักทลายออกมาอีกระลอกจนจ้าวซื่อถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าอากาศด้วยความหิวโหย
"เดี๋ยว... ข้าขอชิมสักนิดก็ยังดี..." จ้าวซื่อเปลี่ยนท่าทีทันทีเมื่อความอยากอาหารเอาชนะศักดิ์ศรี
"ของกินชิ้นนี้ มีไว้สำหรับสามีที่ซื่อสัตย์และทำงานหนักเพื่อครอบครัวเท่านั้นค่ะ... ไม่ได้มีไว้แจกทานเรี่ยราดให้คนใจคด" หลินอิงยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่คำพูดกลับเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ นางยื่นชิ้นขนมปังที่หอมกรุ่นที่สุดป้อนให้จางหย่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยความทะนุถนอม
จางหย่งรับขนมปังชิ้นนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขามองหน้าภรรยา ดวงตาสื่อความหมายลึกซึ้ง ทั้งรัก ทั้งซาบซึ้ง และเทิดทูนนางยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อเขากัดลงไปคำแรก เนื้อสัมผัสที่นุ่มฟูละลายในปาก ความหวานละมุนและความมันกลมกล่อมของเนยแท้กระจายไปทั่วลิ้น พลังงานความเหนื่อยล้าจากการขุดดินถางหญ้ามาทั้งวันราวกับถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา พลังชีวิตในร่างกายพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
จ้าวซื่อมองภาพนั้นด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบกระอักเลือด นางสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง กระทืบเท้าเร่าๆ แล้วหันหลังวิ่งหนีกลับออกไปจากกระท่อม พร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่นทางเดิน
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังสารเลว! ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ ให้พาคนมาขนของพวกเจ้าไปให้หมด!"
เสียงฝีเท้าของจ้าวซื่อดังห่างออกไปจนลับตา บรรยากาศภายในกระท่อมกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง หลินอิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมามองสามีรูปงามที่กำลังเคี้ยวขนมปังด้วยความทึ่ง
"อร่อยมากใช่ไหมคะพี่หย่ง?" หลินอิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มซุกซน
"อร่อยที่สุดในชีวิตที่พี่เคยทานมาเลยลดยา..." จางหย่งตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาคมจ้องมองภรรยาไม่วางตา "แต่อิงอิง ขนมปังวิเศษนี่... เจ้าเอามาจากไหนกันแน่? มันไม่ใช่ของที่จะหาได้ทั่วไปในแคว้นเราหรอกนะ"
หลินอิงหัวسิกคิกคักเบาๆ นางขยับเข้าไปใกล้สามี กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเปี่ยมด้วยความลับ "ความลับค่ะ... ไว้ค่อยบอกทีหลังนะ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือ..." นางกวาดสายตามองไปรอบกระท่อมที่ทรุดโทรม "ในเมื่อเรามีสุดยอดขนมปังสูตรลับจากมิติลับแห่งนี้แล้ว ได้เวลาที่เราจะไป 'เปิดตลาดค้าขาย' เพื่อเปลี่ยนชีวิตความยากจนนี่ให้กลายเป็นเศรษฐีกันเสียทีค่ะ!"
จางหย่งมองภรรยาด้วยความหลงใหลและศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม เขาพยักหน้าหนักแน่น "ไม่ว่าเจ้าต้องการทำสิ่งใด พี่จะอยู่เคียงข้างและปกป้องเจ้าเสมอ"
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนอนาคตอันรุ่งโรจน์ด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเอง!
*ปึง! ปึง! ปึง!*
เสียงทุบประตูไม้หน้ากระท่อมดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนจงใจพังมันให้พังครืนลงมา ตามมาด้วยเสียงตวาดกร้าวของหญิงชราผู้ทรงอำนาจที่สุดในตระกูลจ้าว—'แม่สามีใจร้าย' ที่พ่วงมาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างกำยำนับสิบชีวิตถือท่อนไม้ครบมือ!
"นังสะใภ้ตัวดี! กล้าดีอย่างไรถึงรังแกหลานสะใภ้ของข้า! วันนี้ถ้าพวกแกไม่คายความลับและทรัพย์สินทั้งหมดออกมา พังกระท่อมหลังนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
......................................................................
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่คอยสนับสนุนผลงานชิ้นนี้เสมอนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าหลินอิงจะจัดการแม่สามีจอมโฉดอย่างไรในตอนหน้า!)
สูตรลับก้นครัวกับสามีผู้ซื่อสัตย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 2
สูตรขนมปังเปลี่ยนโชคชะตา
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับก้นครัวกับสามีผู้ซื่อสัตย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!