สูตรลับก้นครัวกับสามีผู้ซื่อสัตย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 1

มิติลับกับสามีในกระท่อมโทรม

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กลิ่นอับของฟางแห้งผสมกลิ่นสาบดินชื้นแฉะเตะเข้าจมูกทันทีที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมา หลินอิงขยับเปลือกตาขึ้นด้วยความยากลำบาก ร่างกายนี้หนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับถม ปอดแต่ละข้างสูบฉีดอากาศได้อย่างฝืดเคืองจนหน้าอกสะท้อนไหวรุนแรง แต่นั่นยังไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับเสียงแหลมสูงของสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังแผดเสียงแปร๋นอยู่ข้างหู "นังสะใภ้ขี้โรค! แกจะนอนอืดกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน! ตะวันโดเลยหัวไปเท่าไหร่แล้ว งานในครัวยังไม่มีใครแตะ ข้าวต้มก็ยังไม่ตั้งเตา แกคิดจะให้คนทั้งบ้านอดตายหรือไง ถึงได้ทำตัวเป็นภาระไม่รู้จักอายฟ้าดินแบบนี้!" ป้าสะใภ้ใหญ่—จ้าวซื่อ ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นิ้วเรียวยาวที่ประดับด้วยเล็บยาวสกปรกชี้หน้าคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่โยกเยกทุกครั้งยามขยับตัว รอบตัวหลินอิงมีเพียงเศษผ้าขาดๆ และกลิ่นอายความยากจนข้นแค้นที่ฟุ้งกระจายจนชวนคลื่นไส้ หลินอิง เชฟเบเกอรี่มือทองและเจ้าของแฟรนไชส์คาเฟ่ชื่อดังในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดขมวดคิ้วมุ่น สมองของเธอกำลังประมวลผลเรื่องราวอย่างรวดเร็ว ความทรงจำแปลกปลอมไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก... เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ "หลินอิง" หญิงสาวอ่อนแอขี้โรค สะใภ้รองแห่งตระกูลจางผู้ถูกรังแกและใช้งานราวกับวัวควาย สามีของนางคือ "จางหย่ง" อดีตทหารหนุ่มผู้บาดเจ็บกลับมาจากชายแดนพร้อมกับฉายา "ไอ้ใบ้ไร้ค่า" ที่ครอบครัวสามีจงใจขับไล่ให้มาอยู่กระท่อมปลายนาโทรมๆ แห่งนี้ เพื่อพ้นภาระในการเลี้ยงดู ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของเชฟสาวเต้นแรงด้วยความตื่นตะลึง ไม่ใช่ความรันทดของร่างนี้ แต่เป็น "ความรู้สึกอุ่นวาบ" ที่ฝ่ามือขวา เมื่อหลินอิงลองตั้งสติเพ่งเล็งไปที่ฝ่ามือ ภาพในหัวของเธอกลับปรากฏพื้นที่สีขาวสว่างไสวขนาดมหึมา—"มิติลับ" ฟาร์มเกษตรอัจฉริยะและห้องครัวสเตนเลสสตีลครบวงจรที่เธอสะสมไว้ก่อนสิ้นใจ! ชั้นวางวัตถุดิบนำเข้า เครื่องนวดแป้งอัตโนมัติ เตาอบลมร้อนระดับพรีเมียม ไปจนถึงคลังสินค้าที่บรรจุวัตถุดิบชั้นเลิศและเงินสดไม่จำกัด ทุกอย่างถูกย้ายตามวิญญาณของเธอมาด้วยอย่างไร้รอยต่อ! *หึ... ส่งฉันมาตกระกำลำบากในยุคโบราณงั้นเหรอ? แต่แถมมิติลับมูลค่าหลายร้อยล้านนี่มาให้ แบบนี้คงไม่ได้อยากให้ฉันมาตายผอมแห้งตายคาไร่หรอกกระมัง* หลินอิงแค่นหัวเราะในใจ นัยน์ตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวตามวิสัยนักธุรกิจหญิงผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา "นังอิง! แกหูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วรึไง! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!" จ้าวซื่อเห็นลูกสะใภ้นอนนิ่งไม่ไหวติง แถมยังส่งสายตาน่ากลัวกลับมา นางจึงปรี่เข้าไปหมายจะใช้มือหยิกเนื้อแขนของหญิงสาวให้หายแค้น หมับ! มือเรียวบางที่ควรจะอ่อนแรง กลับคว้าข้อมือของป้าสะภ้ใหญ่ไว้ได้อย่างมั่น and รวดเร็วจนอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วไม่ได้เบาบางเหมือนคนป่วยใกล้ตายเลยแม้แต่น้อย จ้าวซื่อเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "แก... นังตัวดี กล้าจับมือฉันรึ!" "ปล่อยมือสกปรกของคุณออกจากตัวฉันเสีย ก่อนที่ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกในเวลากลางวันมันเป็นอย่างไร" หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนจ้าวซื่อถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความกดดันแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างผอมแห้งนี้ทำเอาผู้สูงวัยใจฝ่อไปชั่วขณะ ก่อนที่จ้าวซื่อจะทันได้โวยวายแก้เก้อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากหน้าประตูกระท่อม ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในเงาแสงสลัว จางหย่งในชุดเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านสันดั้ง แต่นัยน์ตากลับคมปลาบดุดันราวกับพญาอินทรี ในมือของเขามีปลาช่อนตัวโตดิ้นกระแดะอยู่ในถังไม้ และผักป่ากำใหญ่ที่เพิ่งไปหามาได้จากลำธาร ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง สายตาคมกวาดมองระหว่างป้าสะใภ้ใหญ่ผู้กำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งฟื้นไข้ จางหย่งวางถังปลกลงบนพื้น เสียงไม้กระทบพื้นดังทึบ ทว่าความเงียบที่ตามมากลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก "ท่านป้า... มาทำอะไรที่กระท่อมของเราแต่เช้าครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม นัยน์ตาส่อแววคุกามอย่างไม่ปิดบัง แม้เขาจะไม่ค่อยพูดจา แต่รัศมีของอดีตนายทหารสนามรบก็เพียงพอที่จะทำให้คนใจไม่กล้าต้องถอยร่น จ้าวซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของหลินอิง แล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยความฮึกเหิมตามประสาคนหน้าหนา "ข้าก็แค่มาดูว่านังภรรยาขี้เกียจของแกมันตายหรือยังนะสิ! อยู่กินกันมาตั้งนาน ไม่เคยสร้างประโยชน์อะไรให้ตระกูลจาง มีแต่กินข้าวเปลืองแรง! วันนี้แหละ ข้าจะพาตัวมันกลับไปช่วยงานที่บ้านใหญ่ ไม่ยอมให้มานอนอืดอยู่ที่นี่ผลาญเงินหรอก!" พูดจบ จ้าซื่อก็พุ่งเข้ามาหมายจะฉุดกระชากแขนของหลินอิงให้ลุกขึ้นตามความตั้งใจ ทว่า หลินอิงกลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัว นางเพียงแค่เหลือบมองสามีหนุ่มที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ก่อนจะมุมปากจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่งดงามและอันตรายยิ่ง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จางหย่งที่ยืนขวางประตูอยู่ก็ก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าภรรยาไว้ราวกับกำแพงเหล็ก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของจ้าวซื่ออย่างแรงจนหญิงสูงวัยร้องเสียงหลง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองป้าสะใภ้เขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ภรรยาของผม... ผมเลี้ยงเองได้" จางหย่งเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ต่ำทุ้มและทรงพลัง "และถ้าใครกล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" บรรยากาศในกระท่อมโทรมๆ พลันเงียบสงบลงอย่างเฉียบพลัน หลินอิงมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ยืนปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด หัวใจที่เคยด้านชาในโลกเก่ากลับกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แต่ก่อนที่ใครจะได้เอאคำพูดใดต่อ กลิ่นหอมกรุ่นของ "เนยสดแท้และกาแฟอาราบิก้าชั้นดี" ก็โชยตลบอบอวลออกมาจากอากาศว่างเปล่ากลางห้อง ทั้งที่ในกระท่อมนี้ไม่มีเตาไฟหรือวัตถุดิบใดๆ ทั้งสิ้น! จ้าวซื่อและจางหย่งต่างสูดจมูกฟุดฟัดด้วยความตกตะลึง ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างเมื่อเห็นควันสีขาวจางๆ ลอยขึ้น พร้อมกับถาดขนมปังอบใหม่กรุ่นที่มีไอความร้อนพวยพุ่ง ปรากฏขึ้นบนโต๊ะไม้เก่าๆ เบื้องหน้าอย่างไร้ที่มา! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับก้นครัวกับสามีผู้ซื่อสัตย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%