ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันในเวลาตีสองสี่สิบหนาที ไม่ได้ทำให้หัวใจของฟ้าใสเต้นเป็นจังหวะปกติอีกต่อไปแล้วค่ะ มันกระหน่ำรัวรากับมีวงกลองร็อคมาตั้งอยู่กลางอก สองมือบางที่กำลังกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด เนื้อตัวสั่นเทาจนผ้าห่มผืนหนาที่คลุมโปงอยู่แทบจะเอาไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์จากหน้าจอไลฟ์สดเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนยังคงติดตา ประโยคหลอนหูที่ว่า *“ช่วยด้วย... ช่วยหาหัวของฉันที...”* มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำไปซ้ำมา จนเธอแทบอยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงสัญญาณรอสายที่ดังขึ้นในความเงียบสงัดช่างยาวนานราวกับเป็นชั่วกัลปหวานะคะ ฟ้าใสกัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกได้ถึงรสคาวเลือด จังหวะนี้ศักดิ์ศรีอินฟลูเอนเซอร์สายมูผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนถูกโยนลงถังขยะไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่เด็กสาวขี้ขลาดตาขาวคนหนึ่งที่กำลังจะสติแตกคาห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้
“รับสิไอ้สัปเหร่อหน้าปลาตาย... รับสายฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ฟ้าใสพึมพำกับโทรศัพท์มือถือในมือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจและหวาดกลัวสุดขีด
(ฮัลโหล... เสียงคนจะหลับจะนอนวะเนี่ย คุณฟ้าใสขา ถ้าโทรมาปรึกษาเรื่องซื้อโลงศพส่วนลดพิเศษ ตอนนี้ดึกไปหน่อยนะ ทางเราไม่รับเคสด่วนนอกเวลานกฮูกค่ะ) เสียงทุ้มนุ่มติดจะงងเงี่ยและกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นที่ปลายสายทันทีที่กดรับ ทำเอาฟ้าใสเกือบจะปรีแตก
“ไอ้ตะวัน! นายห้ามวางนะ! ห้ามวางเด็ดขาดเลยนะไอ้บ้า!” ฟ้าใสโวยวายลั่นห้อง เสียงสะท้อนในความเงียบทำให้เธอยิ่งผวาหนักขึ้นไปอีก จนต้องขยับตัวเข้ามาคุดคู้ชิดมุมเตียง
(เฮ้ยๆ ใจเย็นคุณหญิง อย่าเพิ่งแผดเสียงใส่หูผม สมองผมยังทำงานไม่เต็มระบบ ว่าแต่... เสียงสั่นเชียวนะครับ ไปโดนตัวไหนมาล่ะ หรือว่าเจอดีเข้าแล้ว?) ปลายสายน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เมื่อจับกระแสความหวาดกลัวที่สั่นเครือในน้ำเสียงของคนปลายสายได้
“ฉัน... ฉันไม่ได้เจอดีอะไรทั้งนั้นแหละ!” ฟ้าใสเถียงเสียงแข็งทั้งที่น้ำตาไหลพราก “แค่... แค่มีอะไรก็ไม่รู้มาเคาะประตูห้อง แล้วก็... แล้วก็ส่งเสียงประหลาด...”
(อะไรล่ะ อะไรของคุณ ลองเล่าให้มันมีสติหน่อยสิครับ หรืออยากให้ผมถือโทรศัพท์แล้วเดินไปเคาะกบาลคุณแก้ขวัญผูก่อนดี) ตะวันถอนหายใจเบาๆ แต่คำพูดกวนประสาทนั้นกลับทำให้ฟ้าใสรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด อย่างน้อยเธอก็รู้ว่ายังมีมนุษย์อีกคนที่ตื่นอยู่และรับฟังเธอ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิมและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับผู้ที่อยู่หลังบานประตูกำลังยื่นใบหน้าเข้ามาแนบชิดกับตาแมว
“ตะวัน! มันมาอีกแล้ว! มันมาเคาะอีกแล้ว!” ฟ้าใสหวีดร้องลั่น สะดุ้งโหยงจนโทรศัพท์เกือบหลุดมือ
(โอเคๆ ตั้งสติก่อนฟังผมนะฟ้าใส... ห้ามวางสาย เดินไปที่ประตูแล้วส่องตาแมวดูซิว่าใครมา) ตะวันออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
“บ้ารึเปล่า! ใครจะกล้าไปส่องเล่า! ถ้านั่นไม่ใช่คนล่ะ!”
(ถ้าไม่ใช่คนแล้วจะเป็นอะไรได้ล่ะครับ หรือคุณคิดว่าเป็นน้องหัวขาดที่เพิ่งทักแชทหาคุณเมื่อตอนหัวค่ำ?) ตะวันแกล้งหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“ไอ้ตะวัน! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะเว้ย! ฉันกลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้วเนี่ย!” ฟ้าใสโวยวายเสียงสั่น หน้าตาเหเกือบจะร้องไห้โฮออกมาจริงๆ
(ครับๆ ไม่แกล้งแล้ว... ฟังผมนะ ลุกขึ้นยืนช้าๆ หายใจเข้าลึกๆ แล้วถือโทรศัพท์เดินไปที่ประตู ผมจะอยู่ในสายกับคุณตลอดเวลา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็จะไม่ยอมวางสายเด็ดขาด... โอเคไหมครับ?)
คำพูดประโยคสุดท้ายของตะวัน ไม่รู้ทำไมถึงมีพลังประหลาดที่สามารถสงบสติอารมณ์ที่กำลังเตลิดเปิดเปิงของฟ้าใสลงได้ น้ำเสียงที่ปกติจะกวนประสาท ตอนนี้กลับหนักแน่นและอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาลวกๆ แล้วค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างระมัดระวัง
ก้าวเท้าทีละนิด... ทีละนิด...
เสียงหัวใจของเธอดังแข่งกับเสียงแอร์ในห้อง บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงอย่างกะทันหัน กลิ่นธูปเก่าๆ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลเข้ามาในห้องพักที่ควรจะมีแต่กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศ ทั้งๆ ที่หน้าต่างและประตูห้องปิดสนิททุกบาน
ฟ้าใสเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้สีขาว มือขวาถือโทรศัพท์แนบหูไว้แน่น ส่วนมือซ้ายที่สั่นเทายื่นออกไปช้าๆ พยายามเอื้อมไปใกล้ช่องตาแมวทรงกลม
(เก่งมากครับ... ไหน ลองมองดูซิว่าใครมาส่งการบ้านดึกดื่นป่านนี้) เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาผ่านลำโพงโทรศัพท์ ราวกับตะวันกำลังมายืนกระซิบอยู่ข้างๆ หูของเธอจริงๆ
ฟ้าใสกลั้นหายใจ เปลือกตาปิดสนิทชั่วขณะก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วแนบดวงตาข้างหนึ่งลงกับช่องตาแมว...
ความมืดมิดนอกประตูห้องทอดตัวยาวเหยียด แต่ทันทีที่ดวงตาปรับโฟกัสได้ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังช่องตาแมวกลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนแข็งค้าง ดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตรงมาที่ช่องตาแมวเช่นกัน รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูบนใบหน้าที่ซีดขาวไร้สีเลือด พร้อมกับเส้นผมยาวรุงรังที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำสีแดงสด
“อ๊ะ...!” ฟ้าใสผงะถอยหลังสุดแรงเกิดด้วยความตกใจกลัว ขาทั้งสองข้างพันกันจนล้มพับลงไปกองกับพื้นห้อง โทรศัพท์มือถือหลุดมือกระเด็นไปกระแทกกับขาโต๊ะเสียงดังสนั่น
(ฟ้าใส! ฟ้าใสครับ! เกิดอะไรขึ้น! ตอบผมสิ!) เสียงตะวันตะโกนลั่นมาจากโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้น น้ำเสียงที่เคยนิ่งสงบตอนนี้เต็มไปด้วยความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
ฟ้าใสตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพรูออกมาอย่างสุดจะกลั้น เธอกำลังจะอ้าปากตะโกนบอกเขาว่าเจออะไร แต่ทว่า...
แกร๊ก... เสียงบิดลูกบิดประตูห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังของเธอดังขึ้นช้าๆ พร้อมกับเสียงลากเท้าหนักๆ เดินตรงเข้ามาหาเธอในความมืด และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังชิดติดต้นคอ
*“เจอหัว... ของฉัน... แล้วสินะคะ...”*
สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน•ตอนที่ 3
กลิ่นธูปเตือนภัย
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!