“กรี๊ด! นายลบมันเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้สัปเหร่อหน้าปลาตาย!”
เสียงแหลมปรี๊ดของฟ้าใสเกือบจะทำให้กระจกหน้าต่างห้องเก็บศพในวัดร้างแห่งนี้สั่นสะเทือน หล่อนกระโดดโหยงเหยงราวกับโดนน้ำร้อนลวก มือบางพยายามแย่งโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดในมือของชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มที่ยืนทำหน้าตายสนิทอยู่ตรงหน้า ตะวันยื่นแขนยาวๆ ออกไปจนสุดเอื้อม ปล่อยให้ร่างเล็กๆ ของอินฟลูเอนเซอร์สาวกระโดดตะกุยอากาศเล่นเหมือนแมวตะמתสลิดตกมัน
“จะบ้าเหรอคุณ ใครใช้ให้คุณตั้งค่าแชตบอทตอบกลับอัตโนมัติเป็นประโยคบอกรักมหาภัยแบบนั้นล่ะครับ รู้ไหมว่าตอนที่ผมกดเข้ามาดูไลฟ์สดของคุณเมื่อกี้ แฟนคลับเกือบครึ่งแสนกำลังแคปหน้าจอเอาไปทำมีมล้อเลียนว่าไกด์ผีสายวีนกำลังสารภาพรักกับสัปเหร่อหน้าใสอยู่แล้วนะ” ตะวันเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เจือความกวนประสาทอย่างเต็มเปี่ยม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงmodernเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เด้งข้อความแจ้งเตือนรัวเป็นชุดจนเครื่องแทบจะค้าง
*“รักนะคะคนดู... และรักนายสัปเหร่อปากหมาคนนี้ที่สุดเลยด้วยค่าาาาา!”*
ข้อความเจ้ากรรมที่ถูกส่งออกไปสดๆ ร้อนๆ ก่อนที่ตะวันจะเดินเข้ามาเคาะประตูกระจกขัดจังหวะการกรี๊ดกร๊าดไลฟ์สดของเธอยังคงคาหราอยู่บนหน้าจอแชต ฟ้าใสหน้าแดงก่ำ ลามไปจนถึงใบหูเล็กๆ ของเธอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธจัดจนเลือดสูบฉีด หรือเพราะความอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีดี ปากบางอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
“มันเป็นระบบบอทต้อนรับสปอนเซอร์ต่างหากเล่า! ใครจะไปรู้ว่าตาบ้าอย่างนายจะโผล่พรวดเข้ามาตอนที่ฉันกำลังตั้งค่าระบบอยู่พอดี แล้วอีกอย่างนะ... นายมีสิทธิ์อะไรมาขัดจังหวะการทำงานของฉันฮะ! รู้ไหมว่าเมื่อกี้วิญญาณคุณนายทองกำลังจะยอมบอกใบ้เลขเด็ดงวดนี้ให้ฉันอยู่แล้วเชียว!” ฟ้าใสแหวใส่เสียงดังลั่น พยายามกระชากปกเสื้อคอโปโลสีดำของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะอีกฝ่ายตัวสูงกว่าหล่อนเกือบหนึ่งช่วงตัวแถมยังมีหุ่นหนาแน่นสมเป็นคนที่ต้องแบกโลงศพและขุดหลุมฝังศพอยู่ทุกวี่วัน
“วิญญาณคุณนายทองที่ว่าเนี่ยเหรอครับ...”
ตะวันปรายตามองข้ามไหล่บางของหญิงสาวไปยังมุมมืดของห้องเก็บศพ ที่ซึ่งเงาร่างโปร่งแสงของหญิงชราแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณสไบเฉียงกำลังยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงอยู่หลังเสาปูน บรรยากาศรอบตัวของคุณนายทองแผ่ไอเย็นเยียบจนขนอ่อนบนต้นแขนของฟ้าใสลุกชันขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ
“ยายแก่นั่นไม่ได้จะบอกใบ้เลขเด็ดอะไรให้คุณหรอกครับ... เขากำลังจะบอกว่า ถ้าคุณยังแหกปากโวยวายเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาอีกรอบเดียว เขาจะถอดวิญญาณคุณออกจากร่างแล้วลากลงไปนอนเคียงคู่กับศพไร้ญาติในล็อกที่สามโน่นต่างหากล่ะ”
สิ้นคำพูดหน้าตายของสัปเหร่อหนุ่ม ฟ้าใสถึงกับสะดุ้งโหยง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา หล่อนรีบถอยกรูดเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของตะวันโดยสัญชาตญาณ มือเรียวเล็กคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อยืดสีดำของเขาไว้แน่นราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวความมืด แม้ปากจะยังเก่งและสั่นระริกด้วยความกลัวก็ตาม
“คะ... ใครกลัวกันเล่า! นายอย่ามาอำฉันนะตะวัน! ผีที่ไหนจะใจร้ายใจดำขนาดนั้น เขากับฉันเราออกจะคุยกันถูกคอ...” เสียงของฟ้าใสเบาลงเรื่อยๆ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของคุณนายทองค่อยๆ ลอยเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาฝ้าฟางสีขาวโพลนจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสองคนด้วยแววตาดุร้าย และที่สำคัญที่สุด... ปากของคุณนายทองกำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
“ถ้าไม่เชื่อ ลองหันไปถามเจ้าตัวดูสิครับว่า... เขาอยากได้คุณไปเป็นเพื่อนแก้เหงาในโลงไม้สักทองใบนั้นหรือเปล่า” ตะวันกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แนบชิดใบหูของหญิงสาวจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง ท่ามกลางความหวาดผวาและความใกล้ชิดที่เกินความจำเป็นจนหัวใจดวงน้อยๆ ของฟ้าใสเต้นระรัวผิดจังหวะ
ทว่า ก่อนที่ฟ้าใสจะได้โวยวายใส่ความฉวยโอกาสของพ่อสัปเหร่อปากร้ายคนนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากโถงทางเดินด้านนอก ความเงียบสงบที่ชวนขนหัวลุกถูกแทนที่ด้วยเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังก๊อกแก๊ก... ก๊อกแก๊ก... ใกล้เข้ามาทุกที
ตะวันขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังและระแวดระวังขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขาผลักร่างบางของฟ้าใสให้ไปหลบอยู่ด้านหลังอย่างปกป้อง พร้อมๆ กับที่เสียงเคาะประตูไม้เก่าแก่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
“ดึกป่านนี้... ใครมาวะครับเนี่ย” ตะวันพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะในยามวิกาลเช่นนี้ สุสานร้างแห่งนี้ไม่ควรมีใครกล้ากกกายเข้ามาอย่างเด็ดขาด ยกเว้นเสียแต่ว่า... สิ่งที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น จะไม่ใช่ ‘คน’
ฟ้าใสหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด มือบางกำชายเสื้อของตะวันแน่นยิ่งกว่าเดิม ร่างกายสั่นเทิบท่ามกลางไอเย็นยะเยือกที่จู่ๆ ก็พุ่งทะลักเข้ามาในห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างน่ากลัว และก่อนที่ตะวันจะทันได้ยื่นมือไปผลักบานประตูไม้ผุกร่อนให้เปิดออก ประตูบานนั้นก็ถูกผลักเข้ามาเองด้วยแรงลมประหลาด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังลอดเข้ามาในโสตประสาทของคนทั้งคู่
*“ช่วยด้วย... ช่วยหาหัวของฉันที...”*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้ร่วมชะตากรรมความหลอนและฟินทุกท่านจากใจ "เสียงกระซิบยามดึก" นะคะ
สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน•ตอนที่ 2
สัปเหร่อกวนตีนคือศัตรูหมายเลขหนึ่ง
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!