“สาม สอง หนึ่ง... สวัสดีค่ะคุณผู้ชมทุกท่าน! ตอนนี้ฟ้าใสและเพจ ‘มูเตลูพาซ่า’ อยู่กันที่... อึ๊ก... สุสานร้างท้ายหมู่บ้านค่ะ!”
เสียงหวานใสที่พยายามดัดให้ฟังดูตื่นเต้นระทึกขวัญดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของบรรยากาศรอบตัว กล้องโทรศัพท์มือถือราคาแพงส่องกราดไปทั่วบริเวณที่มีแต่ป่ารกช้างและแผ่นปูนซีเมนต์เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของดินผสมกับกลิ่นธูปจางๆ ลอยมาแตะจมูกจนหญิงสาวต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวาที่ถือไม้กันสั่นสั่นระริกจนภาพในไลฟ์สดเริ่มไหวโยกเยกตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
(ยอดวิวพุ่งขึ้นหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึงสามนาที คอมเมนต์วิ่งเร็วเป็นจรวดจนอ่านแทบไม่ทัน)
*‘คุณแม่น้องมาร์ค’ ส่งดาว 100 ดวง: น้องฟ้าใส ระวังข้างหลังค่ะ! บรรยากาศหลอนมาก*
*‘นักเลงคีย์บอร์ด’ พิมพ์มาว่า: ของจริงเปล่าเนี่ย หรือจ้างหน้าม้ามาต้มตุ๋นยอดวิวอีกแล้ว*
*‘สายมูตัวแม่’ พิมพ์มาว่า: กลิ่นธูปแรงมากแม่ ระวังเจอดีนะ!*
ฟ้าใสเหลือบตาขึ้นมองคอมเมนต์เหล่านั้นด้วยความหมั่นไส้ในใจ ปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสดเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้กล้องด้วยอินเนอร์อินฟลูเอนเซอร์สาวมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ขาเรียวภายใต้กางเกงยีนส์รัดรูปกำลังสั่นพับๆ เหมือนลูกนกตกน้ำ
“ฮั่นแน่... คอมเมนต์บอกว่าระวังข้างหลังเหรอคะ? บอกเลยว่า ‘ฟ้าใส’ คนนี้ไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ผีสางเทวดาน่ะไม่มีจริงหรอก มีแต่คนอุปาทานไปเองทั้งนั้น... ใช่ไหมคะคุณผู้ชม?”
พูดจบท้าทายยังไม่ทันขาดคำ ลมพัดตึงกรรโชกแรงจนกลุ่มควันธูปปริศนาลอยมาเข้าตาเต็มๆ จนแสบยิบ ตามมาด้วยเสียงกุกกักประหลาดราวกับมีใครลากโซ่ตรวนเหล็กสนิมเขรอะดังมาจากพุ่มไม้ทึบด้านหลังแผ่นปูนหลุมศพเก่าคร่ำคร่า
*กรี๊ดดดดดดด!*
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของอินฟลูเอนเซอร์สาวดังลั่นป่า ชนิดที่นกแสกแถวนั้นยังต้องบินหนีตาย เธอลืมตัวโยนไม้กันสั่นทิ้งแล้ววิ่งป่าราบไม่คิดชีวิต สองมือปัดป่ายอากาศอย่างไร้ทิศทางจนสะดุดรากไม้ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ฝุ่นดินคลุ้งกระจายเต็มชุดแฟชั่นราคาแพง
“ช่วยด้วยยยยย! ผีหลอกกกก! แม่จ๋าช่วยลูกด้วยยยยย!”
ฟุ่บ!
ในวินาทีที่ฟ้าใสกำลังจะฝังหน้าจมกองดินโคลนเน่าๆ เอวบางกลับถูกมือปริศนาคว้าหมับเข้าอย่างแรง แรงดึงมหาศาลกระชากเธอลอยหวือขึ้นมาก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น จากนั้นก็ถูกเหวี่ยงไปหลบหลังเสาปูนซีเมนต์เย็นเยียบอย่างรวดเร็วจนหัวใจแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก
“เงียบปากก่อนยัยตัวแสบ ถ้าไม่อยากให้ผีแถวนี้มันตามมาหิ้วหัวเธอไปกินตับแทนข้าวเย็น”
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทกระซิบชิดริมหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่ปิดปากเธอไว้แน่นจนส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ฟ้าใสเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าคมคายของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่
ภายใต้แสงจันทร์สลัว... ผู้ชายคนนี้สวมเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงคาร์โก้เซอร์ๆ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความขบขัน เส้นผมหยักศกเล็กน้อยยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่สิ่งที่ทำให้ฟ้าใสหายใจไม่ทั่วท้องไม่ใช่ความหล่อเหลาแบบดิบเถื่อนนั่นหรอกนะ... แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดแปลกๆ ที่ผสมปนเปมากับกลิ่นดอกไม้จันทน์จางๆ ต่างหากเล่า!
“อื้อๆๆๆๆ!” (ปล่อยฉันนะไอ้โรคจิต!) ฟ้าใสส่งเสียงอู้อี้ พยายามใช้ศอกกระทุ้งสีข้างของคนตัวสูงกว่าแต่เขาไวกว่าคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน
“มือไม้นิ่งๆ หน่อยสิครับคุณอินฟลูเอนเซอร์ ผมมาช่วยเธอนะเนี่ย ดูซิ... ทำกล้องราคาแพงระยับตกโคลนตมหมดแล้ว มิน่าล่ะ... ถึงได้ไลฟ์สดเรียกเรตติ้งแถวสุสานเก่า สมองเธอนี่มีแต่รอยหยักหรือมีแต่ลมกันแน่ ถึงกล้ามาลบหลู่เจ้าที่เจ้าทางตอนดึกดื่นแบบนี้”
ตะวันยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น สายตาคู่คมกวาดมองสภาพมอมแมมของแม่ตัวดีที่ตอนนี้เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นดินและคราบเหงื่อไคล แต่กลับดูตลกน่ารักในสายตาของเขา จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปปัดเศษใบไม้ออกจากกลุ่มผมนุ่มสลวยนั้นเบาๆ
ฟ้าใสปัดมือเขาออกทันทีด้วยความฉุนเฉียว ลืมความกลัวผีไปชั่วขณะเมื่อเจอความกวนประสาทของนายสัปเหร่อหน้าใสคนนี้เข้าจังๆ เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขาทันทีโดยไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น
“นี่คุณ! เป็นใครยะ! มาจับเนื้อต้องตัวฉันแบบนี้เดี๋ยวฉันก็แจ้งตำรวจจับซะหรอก! แล้วใครขอให้คุณมาช่วยไม่ทราบ? ฉันกำลังทำคอนเทนต์เรียกยอดวิวอยู่ต่างหากเล่า!”
“อ๋อ... คอนเทนต์เรียกตีนผีว่างั้นเถอะ?” ตะวันหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน ดวงตาคู่คมมองเลยผ่านไหล่บางไปด้านหลัง ซึ่งตอนนี้เงาดำทะึมรูปร่างสูงใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังระคายหูจนขนหัวลุก
“ระวังตัวไว้เถอะแมวตื่นตูม... คุณนายทองแกไม่ชอบให้ใครมาส่งเสียงดังรบกวนเวลาแกนอนกลางวันหรอกนะ ยิ่งพวกชอบไลฟ์สดไร้สาระแบบเธอนี่... แกโปรดปรานเป็นพิเศษเลยล่ะ”
“ยะ... อย่ามาอำนะ!” ฟ้าใสเสียงสั่น เริ่มหน้าซีดเผือดลงทีละน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ทั้งที่เมื่อครู่ยังปากเก่งอยู่แท้ๆ มือเรียวเล็กเอื้อมไปควชายเสื้อยืดของตะวันไว้โดยอัตโนมัติราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวความมืด
ตะวันเหลือบมองมือบางที่กำเสื้อเขาแน่นจนยับยู่ยี่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างนึกสนุก เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจเป่ารดต้นคอขาวผ่อง
“ถ้าไม่อยากโดนคุณนายทองลากไปเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาใต้หลุมศบ... ก็หุบปากแล้วกอดผมแน่นๆ ล่ะ... เพราะตอนนี้... แกกำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอแล้วนะ”
ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือกจนไร้สีเลือด ดวงตากลมโตหวาดหวั่นฉายแววตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเงาดำมหึมาทาบทับลงมาปกคลุมร่างของเธอและตะวันจนมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ดังขึ้นจากเบื้องหลัง...
“อีหนู... เสียงดังน่ารำคาญจริงนะ... มาเป็นเพื่อนฉันแก้เหงาดีกว่ามั้ยจ๊ะ?”
ด้วยความกลัวจนขีดสุด ฟ้าใสหลับตาปี๋แล้วซุกหน้าเข้ากับแผงอกอุ่นของตะวันอย่างไร้สติ สองแขนเรียวกอดเอวสอบของเขาแน่นราวกับกิ่งไม้สุดท้ายกลางทะเลคลั่ง โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... แววตาของสัปเหร่อหนุ่มที่ก้มมองเธอนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความอบอุ่นและรอยยิ้มเอ็นดูที่ระบายอยู่เต็มดวงหน้าคมคาย
ทว่า... ในวินาทีที่ฟ้าใสซุกซบอยู่กับอกอุ่นนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่ตกอยู่บนพื้นห่างออกไปไม่ไกลนัก ก็เด้งสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด พร้อมกับข้อความอัตโนมัติจากระบบไลฟ์สดที่ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า... ซึ่งถูกส่งตรงไปยังกลุ่มลับของแฟนคลับนับแสนคนโดยที่เธอไม่มีทางรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
*(ข้อความแชตอัตโนมัติถูกส่งออกไปแล้ว: "รักนะคะคนดู... และรักนายสัปเหร่อปากหماคนนี้ที่สุดเลยด้วยค่าาาาา!")*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหลอนและฟินไปด้วยกันนะคะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน•ตอนที่ 1
ไลฟ์สดนี้...มีแถม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!