เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่ดังขึ้นติด ๆ กันสามครั้งในความเงียบสงัดของห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ กลางดึก ช่างบาดลึกโสตประสาทของคนขวัญอ่อนจนแทบอยากจะควี้ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งออกนอกหน้าต่างให้รู้แล้วรู้รอด ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัวจนหมอนอิงรูปเป็ดน้อยในอ้อมแขนเกือบหลุดมือ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอเรืองแสงด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอก
ประโยคสุดท้ายจากเหตุการณ์ระทึกขวัญในสุสานเมื่อครู่ยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัว
*“เจอหัว... ของฉัน... แล้วสินะคะ...”*
และในวินาทีที่เธอกำลังจะซุกตัวหนีความกลัวใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา หน้าจอมือถือก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับชื่อผู้ส่งที่ทำให้ความกลัวเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลในเสี้ยววินาที
**'ไอ้สัปเหร่อหน้าปลาตาย'**
[ตะวัน]: หลับหรือยังครับคุณไกด์ผีสายวีน? หรือว่ากำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นน้ำตานองหน้าอยู่หน้าจอห้องนอนกันแน่เอ่ย?
[ตะวัน]: พอดีผมเดินตรวจรอบเมรุแล้วบังเอิญเจออะไรบางอย่างตกอยู่แถวศาลา... หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนวิญญาณเร่ร่อนแถวนี้เลยแฮะ
ฟ้าใสกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ มือเรียวสั่นเทาด้วยความโกรธผสมความกลัว เธอนิ้วจิ้มแป้นพิมพ์รัวยิกด้วยความเร็วแสงเพื่อสวนกลับไอ้มนุษย์ใจร้ายที่ชอบหาความสุขบนความทุกข์ของชาวบ้าน
[ฟ้าใส]: นี่คุณ! จะบ้าหรือไงคะ! ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่หลับไม่นอนอีกหรือวะ! แล้วนั่นส่งอะไรมาหลอกหลอนฉันอีกฮะ! บอกไว้ก่อนนะว่าฉันเป็นคนจริง ไม่ได้กลัว... เออ! กลัวก็ได้วะ! แต่อย่ามาเล่นอะไรบ้า ๆ แบบนี้นะเว้ย!
[ตะวัน]: อ้าว ผมไม่ได้เล่นสักหน่อย จริงจังระดับสิบเลยนะเนี่ย... เนี่ย ดูรูปสิ ผมถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยนะ กลัวคุณจะไม่เชื่อว่าผมไม่ได้ตาฝาด
พรึบ! รูปภาพขนาดความละเอียดสูงถูกส่งตรงเข้ามาในแชท ฟ้าใสกลั้นใจหลับตาปี๋หนึ่งข้างแล้วค่อย ๆ หรี่ตามองหน้าจอผ่านร่องนิ้ว ภาพที่ปรากฏคือความมืดมิดของลานวัด มีเพียงแสงไฟฉายสลัว ๆ สาดส่องไปยังพุ่มไม้ข้างศาลา และที่น่าตกใจคือ... มีเงาตะคุ่มคล้ายเส้นผมสีดำยาวรุงรังโผล่ออกมาจากพุ่มไม้นั้นจริง ๆ!
[ฟ้าใส]:กรี๊ดดดดดดดดดดดดด! ไอ้บ้าตะวัน! ลบรูปเดี๋ยวนี้เลยนะ! นายเอาอะไรมาถ่ายเนี่ย! นั่นมันผีหรือคน หรือว่าคุณนายทองมาทวงหนี้หวยรัฐบาลฮะ!
[ตะวัน]: (สติกเกอร์รูปแมวกำลังขำกลิ้งจนน้ำตาเล็ด)
[ตะวัน]: ฮ่าๆๆๆๆ เสียงกรี๊ดคุณทะลุกำแพงมาถึงเมรุผมแล้วมั้งเนี่ยฟ้าใส ตั้งสติหน่อยคุณ นั่นมันวิกผมแฟนซีสีดำที่เด็กวัดเอามาเล่นซ่อนแอบแล้วทำลืมไว้ต่างหากเล่า ใครจะไปคิดว่าอินฟลูเอนเซอร์สายมูผู้โด่งดังจะขี้ตกใจได้เบอร์นี้
ฟ้าใสอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เลือดในกายสูบฉีดพุ่งขึ้นมาถึงใบ จนแก้มเนียนแดงก่ำด้วยความอับอายปนโมโหจนตัวสั่น
[ฟ้าใส]: ไอ้... ไอ้คนนิสัยไม่ดี! ไอ้สัปเหร่อโรคจิต! ว่าว่าง-านแล้วยังว่างมาแกล้งคนอื่นเล่นอีกเหรอวะ! สนุกมากไหมที่ได้เห็นคนอื่นกลัวหัวหดเนี่ย! ไอ้วายร้าย! ไอ้มือปราบวิญญาณจอมกวนประสาท!
[ตะวัน]: สนุกดีครับ ได้เห็นคุณพิมพ์ยาวเหยียดส่งมาด่าผมเป็นชุดแบบนี้ รู้สึกเจริญอาหารขึ้นเยอะเลยล่ะ
[ฟ้าใส]: อยากกินตีนฉันแทนข้าวไหมคะคุณสัปเหร่อ! ส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจะเดินไปกระทืบให้หายแค้นเลยคอยดู!
[ตะวัน]: โอ้โห ดุจังเลยครับแม่คุณ... งั้นเชิญเดินมาที่ห้องพักสัปเหร่อหลังวัดได้เลยนะ ประตูไม่ได้ล็อกหรอก เผื่อคุณกลัวผีเดินมาคนเดียวแล้วอยากหาคนกอด... เอ้ย หาเพื่อนคุยแก้เหงา
ฟ้าใสชะงักค้างไปชั่วขณะ อ่านประโยคสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมา หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนจังหวะมาเต้นระส่ำระสายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนเธอต้องยกมือขึ้นมาสัมผัสแก้มตัวเองที่กำลังขึ้นสีจัด
*'ไอ้บ้านี่... พูดอะไรไม่เข้าท่า บ้าที่สุด!'*
[ฟ้าใส]: ใครจะไปหากันยะ! ฝันไปเถอะ! นอนรอให้ผีหลอกตายคนเดียวไปเลยนะ!
[ตะวัน]: อ้าว แน่ใจเหรอครับ? ว่าแต่... แน่ใจนะว่าไม่อยากมาจริง ๆ เพราะตอนนี้... ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตูห้องผมอยู่พอดีเลยแฮะ
[ฟ้าใส]: ห๊ะ? แขกอะไร? ดึกป่านนี้เนี่ยนะ?
[ตะวัน]: ก็... เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อก... ก๊อก..." แล้วก็มีเสียงกระซิบเรียกชื่อผมเบา ๆ ว่า "ตะวันจ๋า... เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิคะ..." ฟังดูคุ้น ๆ เหมือนเสียงคุณนายทองตอนยังสาว ๆ เลยแฮะ หรือว่าแกจะมาทวงหัวคืนจริง ๆ ว้า...
ฟ้าใสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความง่วงและความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นยะเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาจากไขสันหลัง เมื่อเธอมองออกไปนอกหน้าต่างห้องพักของตัวเอง ที่ตอนนี้ความมืดมิดยามดึกเริ่มปกคลุมจนน่ากลัว และเสียงลมพัดหวีดหวิวก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
[ฟ้าใส]: ตะวัน... นายอย่ามาอำเล่นนะ! มุกนี้ไม่ตลกเลยนะเว้ย!
[ตะวัน]: ใครอำล่ะคุณ... เสียงมันดังมาจากหน้าห้องผมนี่จริงๆ นะเนี่ย... เนี่ย มือผมจับลูกบิดประตูอยู่เนี่ย... จะเปิดดีไหมนะ?
[ฟ้าใส]: ห้ามเปิดนะ! บอกว่าห้ามเปิดเด็ดขาดไงไอ้บ้า! ถ้าแกเปิดออกไปแล้วเจออะไรขึ้นมา ฉันจะ... ฉันจะเลิกติดตามช่องยูทูปแกให้หมดเลยคอยดู!
ฟ้าใสพิมพ์ข้อความส่งไปรัว ๆ ด้วยความร้อนรน มือไม้สั่นเทาจนเกือบพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก ความเป็นห่วงและความกลัวตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกังวลว่าไอ้คนปากเสียฝั่งโน้นจะเป็นอะไรไปจริง ๆ หรือเปล่า
[ตะวัน]: ฮ่าๆๆๆๆ เป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย ถึงได้สั่งห้ามเสียงแข็งเชียว
[ฟ้าใส]: ใครเป็นห่วงนายยะ! ห่วงตัวเองเถอะไอ้สัปเหร่อสมองนิ่ม! ถ้าแกโดนผีลากตัวไปกินตับฉันจะได้ไม่ต้องไปตามเก็บกวาดศพให้เหนื่อยต่างหากเล่า!
[ตะวัน]: ปากแข็งจังนะคุณไกด์... งั้นถ้าอยากรู้ว่าผมรอดหรือเปล่า...
แชทเงียบไปชั่วขณะ... ไม่มีข้อความใด ๆ ถูกส่งกลับมาอีกเลย นานร่วมนาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม และในจังหวะที่ฟ้าใสกำลังจะกดโทรศัพท์โทรหาเขาเพื่อเช็กให้แน่ใจ หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความสุดท้ายที่ถูกส่งเข้ามา
[ตะวัน]: ฉันรักเธอนะยัยขี้แย... ถ้าฉันไม่รอด ฝากดูแลแมวที่เมรุแทนฉันด้วยนะ
ฟ้าใสเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับประโยคสารภาพรักกะทันหันที่ถูกส่งมาในสถานการณ์สยองขวัญแบบนี้ และก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งสติพิมพ์อะไรกลับไป ข้อความถัดมาก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเครื่องหมายตกใจสีแดง
[ตะวัน]: (ระบบ: ข้อความนี้ถูกยกเลิก)
*...ไอ้บ้านี่! ยกเลิกทำไมเล่า! ส่งมาแล้วจะมาลบหนีกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอวะไอ้สัปเหร่อเจ้าเล่ห์!*
ขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาหลอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน•ตอนที่ 4
แชตลวงโลก
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไกด์ผีสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!