เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะไม้สักตัวยาวในห้องสโมสรนักศึกษาดังสะท้อนก้อง จนคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างหมุนปากกาเล่นอย่างเหนือฟ้าต้องชำเลืองตามองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเลิศ
"ถ้าจะใช้ความรุนแรงระบายอารมณ์ รบกวนไปทำที่สนามบาสนะคะรุ่นพี่ กรณ์... แฟ้มพวกนี้มันไม่ได้ทำอะไรผิด แถมถ้ากระดาษยับขึ้นมา ฉันเกรงว่าหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมอย่างคุณจะต้องนั่งคัดลายมือใหม่ทั้งหมดเองนะ"
น้ำเสียงใสทว่าแฝงความยียวนกวนประสาทนั้น ทำเอาสันจรามของกัปตันทีมบาสเกตบอลหนุ่มถึงกับกระตุกวูบ กรณ์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนแน่นตึง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองเด็กปีหนึ่งตัวแสบที่เมื่อวานเพิ่งจะกล้าเถียงเขากลางลานเกียร์อย่างไม่เกรงกลัว
"ปากดีนักนะ เหนือฟ้า" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจดั่งไฟป่าหรี่แคบลง "นายคิดว่าตัวเองแน่มากใช่ไหมที่วิ่งไปฟ้องอาจารย์เรื่องตารางงานบอร์ดคณะ จนฉันต้องมารับเวรนรกนี่ร่วมกับนายเนี่ย"
"อุ๊ย พูดจาให้เกียรติสเก็ตบอร์ดคู่ใจฉันด้วยค่ะ" เหนือฟ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่ารุ่นพี่หนุ่มอยู่เกือบช่วงศีรษะ แต่รัศมีดื้อรั้นและความมั่นใจในแววตานั้นกลับทำให้กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ "ฉันไม่ได้ฟ้องค่ะ ฉันแค่ใช้สิทธิ์ของตัวแทนเฟรชชี่ทวงความยุติธรรม ในเมื่อคุณเป็นคนจัดตารางซ้อมบาสทับเวลาประชุมบอร์ดเอง ช่วยฉลาดพอที่จะยอมรับผลกรรมด้วยนะคะ ไม่ใช่มาทำหน้ายักษ์ใส่ฉันแบบนี้"
"นี่นาย!" กรณ์ก้าวเข้าประชิดตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งรับ ความสูงและแรงกดดันจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าทำให้พื้นที่รอบตัวดูแคบลงไปถนัดตา กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการซ้อมกีฬาโชยปะทะจมูก เหนือฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ แต่ด้วยสัญชาตญาณนักดริฟท์สเก็ตบอร์ดที่ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมานับไม่ถ้วน เขากลับเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงเข้าไปในดวงตาคมดุของอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวาดกลัว
ใกล้เกินไป... ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่เหนือหน้าผาก
กรณ์ชะงักค้าง มือหนาที่ตั้งใจจะยื่นไปกระชากแขนอีกฝ่ายให้สำนึก กลับหยุดชะงักกลางอากาศ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงเส้นผมสีดำสนิทที่ไหวตามแรงขยับ นัยน์ตาสีเข้มของรุ่นพี่หนุ่มเผลอกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาในอก ยิ่งใกล้ ยิ่งเหมือนถูกดึงดูด ยิ่งอยากจะต่อปากต่อคำให้มากกว่าเดิม... *ให้ตายสิ นี่เขากำลังบ้าอะไรอยู่*
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีกาวตราช้างติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องไม่กระพริบตาขนาดนั้น หรือว่า..." เหนือฟ้าหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เพิ่งค้นพบว่ารุ่นน้องคนนี้หน้าตาดีจนเกินต้านทาน จนใจละลายแล้วล่ะสิ"
"หลงตัวเอง" กรณ์รีบผงะถอยหลังกลับไปตั้งหลักทันที ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจางๆ อย่างไม่รู้ตัว ร้อนถึงต้องรีบแสร้งทำเป็นหยิบกระดาษแพลนงานขึ้นมาสะบัดกลบเกลื่อนความพิรุธ "ฝันไปเเถอะ เลิกเพ้อเจ้อแล้วมาดูนี่... งานออกแบบบอร์ดต้อนรับปฐมนิเทศ ถ้าโครงสร้างไม่เสร็จภายในสามวันนี้นายได้นอนเฝ้าคณะแน่"
เหนือฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางเก๊กขรึมที่ไม่เนียนเอาเสียเลยของคนตัวโต แต่ก็ยอมเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปใกล้เพื่อดูแบบร่างบนกระดาษ กลิ่นอายความตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศการทำงานที่เริ่มคุกรุ่นไปด้วยอีโก้ของคนสองคนที่ไม่มีใครยอมใคร
"โครงสร้างอันนี้เชยระเบิดค่ะรุ่นพี่ เหมือนบอร์ดโรงเรียนประถมสมัยคุณแม่ยังสาว" เหนือฟ้าใช้ปลายนิ้วเรียวจิ้มลงไปบนกระดาษร่าง "ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างเรขาคณิตซ้อนมิติ แล้วเพ้นท์กราฟฟิตี 3D ลงไป รับรองว่าเด็กปีหนึ่งปีนี้กรี๊ดสลบ ยอดไลก์เพจคณะพุ่งกระฉูดแน่"
"เด็กกะโป้าอย่างนายจะไปรู้อะไร งานนี้มันต้องมีความเป็นทางการ เรียบร้อย และดูน่าเชื่อถือ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น" กรณ์แย้งทันควัน พลางโน้มตัวลงมาดูจุดที่อีกฝ่ายชี้ ใกล้จนไหล่กว้างเกือบชนกับไหล่บางของรุ่นน้อง
"ความน่าเชื่อถือกับความน่าเบื่อมันเส้นยาแดงผ่าแปดนะคะรุ่นพี่ ถ้าอยากได้แบบโบราณคร่ำครึ เชิญคุณพี่ไปทำคนเดียวเถอะค่ะ แต่ถ้าจะทำกับ 'เหนือฟ้า' คนนี้... ต้องล้ำ ห้ามซ้ำใคร และต้องแซ่บพอที่จะทำให้คนเดินผ่านต้องเหลียวหลังหัก!"
ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย กรณ์มองรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั้นแล้วก็ได้แต่ขบกรามแน่น ปากบอกว่าเถียงไม่ได้ความ แต่นัยน์ตากลับซ่อนประกายความทึ่งไว้ลึกๆ อย่างแนบเนียน รอยยิ้มมุมปากของเด็กนี่มันชวนให้หมั่นไส้เสียจนเขาอยากจะแกล้งให้ร้องไห้คาอกจริงๆ
"ปากเก่งนักนะ ถ้าทำออกมาแล้วห่วยแตก นายเตรียมตัววิ่งรอบสนามฟุตบอลสิบรอบได้เลยเหนือฟ้า"
"ถ้าสวยจนคุณพี่ต้องกราบขอขมาล่ะคะ จะว่ายังไง?"
"ถ้ามันออกมาดีจริงอย่างที่ปากว่า..." กรณ์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าดังขึ้นท่ามกลางห้องเงียบสงบ "...ฉันยอมทำตามที่นายสั่งทุกอย่าง... ว่าไง ตกลงไหมล่ะ"
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดข้างแก้มทำเอาขนลุกซู่ เหนือฟ้าชะงักค้าง หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ในขณะที่กรณ์เองก็กำลังนึกเสียใจระคนแปลกใจกับความกล้าบ้าบิ่นของตัวเองที่เผลอแสดงออกไปเกินกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องทั่วไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนที่บานประตูห้องสโมสรจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษาแนบเนื้อของดาวคณะปีสองที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"พี่กรณ์คะ แย่แล้วค่ะ! น้องรันเดอร์ตกลงปลงใจจะย้ายไปทีมบาสคณะอื่นแล้วนะคะ!"
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความรู้สึกเมื่อครู่ ร่างสูงผละออกจากเหนือฟ้าทันทีโดยอัตโนมัติ
แต่ก่อนที่กัปตันหนุ่มจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เหนือฟ้าที่ยืนมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ กลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตาสองสีคู่สวยมองตรงไปยังผู้มาใหม่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันกลับมาสบตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับกรณ์ที่กำลังยืนหน้าเครียด
"อุ๊ย... ดูท่าทางทีมบาสสุดรักของคุณพี่กำลังจะแตกกระเจิงซะแล้วสิคะรุ่นพี่กรณ์" เหนือฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยชาย กึ่งเยาะกึ่งสนุก "สนใจจะเปลี่ยนใจมาซ้อนท้ายสเก็ตบอร์ดหนีปัญหาไปกับฉันตอนนี้เลยไหมล่ะคะ... รับรองว่าเร้าใจกว่าเรื่องในทีมตั้งเยอะ!"
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมติดขอบสนามความซึนของพี่กรณ์และน้องเหนือฟ้าในตอนนี้นะคะ
รุ่นพี่นักกีฬาปากแข็งกับน้องปีหนึ่งสายลุย•ตอนที่ 2
รุ่นพี่หน้ามึนกับน้องปีหนึ่งตัวแสบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่นักกีฬาปากแข็งกับน้องปีหนึ่งสายลุย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
