"บอกแล้วไงว่าแก้วนี้ฉันไม่รับ... อื้อ! ปล่อยนะ คนฉวยโอกาส!"
เสียงหวานใสที่เริ่มอ้อแอ้เต็มทีตวาดแหวใส่ร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่คณะบริหารที่พยายามยื่นแก้วเหล้าเข้ามาประชิดริมฝีปาก ทิวากำลังนั่งหน้าแดงก่ำอยู่กลางโต๊ะยาวในผับชื่อดังแถวมหาวิทยาลัย สภาพของเด็กสถาปัตย์ปีหนึ่งตัวเล็กคนนี้เมาได้ที่จนดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ ปากเก่งๆ ที่เคยต่อล้อต่อเถียงกับใครต่อใครเริ่มไร้พิษสง เหลือเพียงความดื้อรั้นที่แสดงออกทางพวงแก้มแดงจัดและคิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างขัดใจ
เต้ที่พยายามจะเข้ามาดึงเพื่อนสนิทออกจากวงล้อมของพวกเด็กบริหาร ต้องชะงักกึกเมื่อมีร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวกรรมสีเข้มก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความดุดันและรัศมีคุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของ กรวิชญ์ หรือ 'เฮียกรณ์' ทำเอาคนรอบข้างถึงกับถอยกรูดโดยอัตโนมัติ
"วะ... ว่าไงนะเฮีย กรณ์มาได้ไงเนี่ย" มีน ดาวคณะบริหารที่พยายามตีสนิทกับกรณ์มาตลอดทั้งคืน หน้าเสียไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นสายตาคมกริบราวกับใบมีดที่ส่งตรงมายังเธอ
กรณ์ไม่แม้แต่จะชายตาแลแม่ตัวดี เขาก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าต้นแขนเล็กของคนเมาที่กำลังพยายามฟุบหน้าลงกับโต๊ะให้ลุกขึ้นยืน ทิวาปรือตาขึ้นมองเงาสูงคุ้นตา ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างไม่สบอารมณ์เมื่อโดนขัดใจ
"ฮื้อ... ใครวะ มาดึงอยู่ได้ ปล่อยนะเว้ย ไอ้เฮียหน้ายักษ์!" ทิวาโวยวายเสียงดังลั่น สะบัดแขนหนีแต่มีหรือจะสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้ กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความหึงหวงและโมโหตีรวนขึ้นมาจนหน้ามืด เขาหมดความอดทนกับความดื้อรั้นของเด็กคนนี้เต็มทีแล้ว
"หุบปากแล้วเดินดีๆ ทิวา ถ้าไม่อยากให้ฉันอุาดปากเธอด้วยวิธีอื่นตรงนี้" กรณ์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาดุดันกวาดมองรอบโต๊ะด้วยรังสีอำมหิตจนไม่มีใครกล้าปริปากทักสักคน เต้รีบยกมือยอมแพ้ ถอยฉากเปิดทางให้เฮียรหัสจอมโหดจัดการต่อทันทีแบบไม่ต้องคิด
เมื่อรู้ว่าขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ แถมขาย-หน้าคนอื่นไปครึ่งค่อนร้านแล้ว ทิวาเลยเปลี่ยนแผนยื่นมือเรียวไปคว้าปกเสื้อช็อปของกรณ์ไว้แน่นเป็นที่ยึดเหนี่ยว ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนขวับอย่างไม่ยอมแพ้แม้จะยืนแทบไม่ตรงอยู่แล้วก็ตาม
"ดุชะมัด... ปากก็ร้าย ใจร้ายด้วย ฮึ่ม!" บ่นอุบอิบเบาๆ ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดพิงซบลงบนอกแกร่งของคนตัวโตอย่างไร้เรี่ยวแรง กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสแนบชิดนั้น แต่ก็ยอมยื่นมือโอบเอวบางเอาไว้มั่นเพื่อไม่ให้ร่างเล็กไถลลงไปกองกับพื้น ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตามด้วยความอิจฉาและตกตะลึง
กรณ์ตัดสินใจไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาช้อนตัวร่างบางขึ้นอุวดแนบอกในท่าเจ้าสาวทันที ทิวาอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ รีบยกสองแขนขึ้นคล้องคอแกร่งไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ซบใบหน้าแดงก่ำลงกับลาดไหล่กว้างเพื่อซ่อนความเขินอายที่ตีตื้นขึ้นมากลบฤทธิ์แอลกอฮอล์ชั่วขณะ
"เฮีย... ทำบ้าอะไรเนี่ย คนมองเต็มเลยนะ!" เสียงอู้อี้ประท้วงเบาๆ ที่ข้างหูของคนอุพ
"รู้ว่าอายก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะดุแต่กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อปกป้องร่างเล็กจากสายตาแพรพราวของพวกนักท่องเที่ยวรอบข้าง เขาก้าวเดินฉับๆ ออกจากผับมุ่งตรงไปยังลานจอดรถทันที ทิ้งให้เสียงซุบซิบไล่หลังดังระงม
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้า ทำให้ทิวารู้สึกสร่างเมาขึ้นมาบ้าง แต่ความนุ่มนวลยามที่ถูกวางลงบนเบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรู กลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแปลกๆ กรณ์ก้มตัวลงมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ร่างสูงทาบทับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ทิวากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เผลอจ้องมองสันจอกโด่งและริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนตัวโตในระยะประชิด
"มองอะไร หน้าฉันมีอะไรติดรึไง" กรณ์เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่อ่านไม่ออก จนทิวาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างแก้เก้อ
"เปล่า... แค่คิดว่าเฮียนี่มันเผด็จการชะมัด ใครได้เป็นแฟนคงปวดหัวน่าดู" ปากเก่งสวนกลับทันควันตามนิสัย ถึงตัวจะเมาแต่ฝีปากไม่เคยตกหล่น
กรณ์หรี่ตามองคนดื้อที่นั่งหน้าแดงแจ๋อยู่ข้างๆ เขาไม่ได้ตอบโต้อะไร แค่แค่นเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะปิดประตูฝั่งคนขับแล้วอ้อมมาขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์พารถทะยานออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ จากวิทยุ ทว่าหัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นแรงแข่งกันจนน่ากลัว
ใช้เวลาไม่นานรถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดในลานจอดรถใต้คอนโดมิเนียมส่วนตัวของกรณ์ ทิวาที่เผลอหลับตาพริ้มไปด้วยความเพลีย สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อรถดับเครื่องลง ร่างบางขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะหันมองรอบตัวด้วยความมึนงง
"ถึงแล้วเหรอ... แล้วทำไมไม่ปลุกให้ลงที่หอฉันล่ะเฮีย" ทิวาโวยวายเบาๆ เมื่อเห็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย
"ดึกป่านนี้ใครจะปล่อยให้นายกลับห้องคนเดียว สภาพแบบนี้เดินยังจะไม่รอดอยู่แล้ว ลงมานี่เลย" กรณ์ไมรอให้ต่อความยาวสาวความยืด เขาสั่งเสียงเข้มก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งนายเอกแล้วช้อนตัวอุ้มร่างเล็กขึ้นอีกรอบอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ
"เฮייה! บอกให้ปล่อยไง เลิกอุ้มสักที ขาฉันมีเดินเองได้น่า!" ทิวาทุบไหล่กว้างประท้วงเบาๆ แต่ก็ยอมซบหน้าลงกับอกแกร่งแต่โดยดีเพราะความอ่อนเพลียที่จู่โจมเข้ามาอีกระลอก กรณ์ทำเป็นหูทวนลม ก้าวขายาวๆ พาอีกฝ่ายขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องพักชั้นบนทันที
ประตูห้องพักถูกเปิดออกด้วยระบบคีย์การ์ด กรณ์วางร่างบางลงบนโซฟาตัวนุ่มกลางห้องอย่างทะนุถนอม ทิวารีบขยับตัวถอยหลังไปพิงพนักโซฟา ยกมือขึ้นกอดอกมองเจ้าของห้องด้วยสายתาระแวดระวัง แม้จะตาเยิ้มและไร้เรี่ยวแรงแค่ไหนก็ตาม
"มองอะไร หิวหรือไง ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น" กรณ์เลิกคิ้วถามพลางปลดกระดุมเสื้อช็อปออกตัวหนึ่ง เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อเนียนชวนมอง
"ใครหิวกัน... เฮียต่างหากที่แปลก จู่ๆ ก็ลากมาห้องตัวเอง คิดจะทำมุขอะไรอีกบอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่กลัวหรอก!" ทิวาเชิดหน้าขึ้นเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
กรณ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดินหายเข้าไปในครัวหยิบแก้วน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าโซฟาที่ทิวานั่งอยู่ ร่างสูงเอื้อมมือไปจับข้อเท้าเล็กเบาๆ เพื่อจะถอดรองเท้าผ้าใบออกให้ ทิวาสดุ้งโหยง พยายามดึงเท้าหนี
"เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย เฮียถอดเองได้... ไม่ดิ ผมถอดเองได้!"
"อยู่นิ่งๆ สั้นๆ ถ้าไม่อยากโดนดี" กรณ์เงยหน้าขึ้นดุด้วยสายตาดุๆ ทว่าสัมผัสที่บรรจงถอดรองเท้าให้อย่างเบามือกลับสวนทางกับคำขู่สิ้นเชิง ทิวากัดริมฝีปากล่างแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากตัวของรุ่นพี่คนนี้กำลังทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด
หลังจากจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาและบังคับให้ทิวาดื่มน้ำอุ่นจนหมดแก้ว กรณ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองสำรวจเด็กดื้อที่ตอนนี้เริ่มปรือตาลงอีกครั้งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เริ่มหมดแรง
"นอนซะ ไปนอนในห้องนอนฉัน เดี๋ยวฉันนอนโซฟาเอง" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ เตรียมจะเดินเลี่ยงไป
ทิวาที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนใจร้ายที่ปากบอกว่าดุแต่กลับดูแลเขาดีทุกอย่าง ความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้ริมฝีปากเล็กเอ่ยประโยคที่แม้แต่เจ้าตัวก็คาดไม่ถึงออกไป
"ถ้าเฮียไม่อยากนอนโซฟา... จะนอนด้วยกัน... ก็ได้นะ"
กรณ์ชะงักกึกทันทีที่ได้ยิน ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมามองคนพูดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้ความมืดสลัวในห้องนอน ประกายตาของรุ่นพี่วิศวะจอมซุนกำลังลุกโชนด้วยแรงปรารถนาบางอย่างที่ยากจะควบคุม ขณะที่ทิวาเบิกตากว้างเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรทำลายความเงียบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
**รี้ดเดอร์คะ... ดึกป่านนี้ใครกันที่มาเคาะห้องเฮียกรณ์? แล้วความสัมพันธ์ที่กำลังสุกงอมบนเส้นด้ายนี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน มาร่วมลุ้นและจิกหมอนไปพร้อมกันในตอนหน้าได้เลยนะคะ!**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกาวใจให้กันเสมอนะคะ ❤️
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 20
อุ้มกลับห้อง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!