เสียงเคาะประตูดังสนั่นห้องนอนในยามวิกาลทำลายบรรยากาศที่กำลังระอุเสียจนแทบละลาย ทิวาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง ความร้อนผ่าวที่เคยซ่านอยู่บนพวงแก้มเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที ร่างเล็กดีดตัวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ในความมืดสลัว
"ใคร..." ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่พยายามบังคับให้มั่นคงที่สุด
"เฮียเอง... เปิดประตูหน่อยซิกรณ์ มึงอยู่ในนั้นใช่ไหมวะ?"
เสียงทุ้มห้าวของ 'ไอ้กรณ์' อีกคน—หมายถึงเพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะของเจ้าของห้อง ตะโกนลอดบานประตูเข้ามาพร้อมเสียงทุบปังๆ จนโครงไม้สั่นสะเทือน ทิวาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้า 'เฮียกรณ์' ตัวจริงที่ยืนอยู่ข้างเตียง ร่างสูงไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงแต่ดวงตาสีเข้มกลับฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจนที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในยามวิกาลแบบนี้
กรณ์พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูกอย่างขัดใจ ดวงคมปลาบกวาดตามองคนตัวเล็กที่นั่งกอดหมอนแน่นอยู่บนเตียงด้วยท่าทางตื่นตระหนกเป็นกระต่ายตื่นตูม ก่อนที่ขายาวจะก้าวฉับๆ ไปปลดล็อกกลอนประตูแล้วกระชากเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับพร้อมจะกินหัวคนได้ทุกเมื่อ
"มีเห Nอะไรของมึงดึกดื่นวะไอ้พี?" เสียงห้วนจัดเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าตาตื่นถือกระป๋องเบียร์อยู่หน้าห้อง
"อ้าวไอ้กร... กูเห็นไฟห้องมึงยังเปิดอยู่ นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นซะอีก พอดีกูซื้อเบียร์มาเผื่อ... เฮ้ย!" ไอ้พีชะโงกหน้าผ่านไหล่กว้างของเพื่อนเพื่อจะมองเข้ามาด้านใน แต่กรณ์กลับขยับตัวยืนบังกรอบประตูไว้มิดชิด ไม่เปิดโอกาสให้สายตาซอกรู้ของเพื่อนสนิทได้ล่วงล้ำเข้ามาสำรวจพื้นที่ส่วนตัวแม้แต่น้อย
"ไม่มีอะไร กลับห้องมึงไปได้แล้ว ไป!" กรณ์เอ่ยไล่อย่างไร้เยื่อใย พร้อมทำท่าจะปิดประตูใส่หน้า
"เดี๋ยวๆ ใจเย็นดิวะ มึงรีบไล่กูจังวะ หรือว่า... มึงแอบซ่อนเด็กไว้ในห้อง?" พีหรี่ตามองด้วยความสงสัย พยายามจะแทรกตัวเข้ามา แต่เจอสายตาดุๆ ระดับรังสีอำมหิตของเฮียรหัสคณะวิศวะส่งตรงมาให้จนต้องยกมืออมยิ้มยอมถอยหลัง "เออๆ กูไปก็ได้วะ หวงชิบหาย... ฝันดีนะเว้ยเพื่อนรัก"
ปัง!
ประตูห้องปิดกระแทกใส่หน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่ไยดี กรณ์หมุนตัวกลับเข้ามาในห้อง ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับอึมครึมและเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ร่างสูงเดินกลับมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง มองคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งตัวเกร็งหลังพิงหัวเตียงไม่ยอมขยับไปไหน
ทิวากลืนก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอลงไป พยายามตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกก็ตาม "มองอะไรเล่า... จะให้ผมนอนตรงนี้จริงๆ เหรอไง?"
"แล้วอยากนอนตรงไหนล่ะ หื้ม?" กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนเตียงยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแก้มใส ทิวาผะงะถอยหนีตามสัญชาตญาณแต่ถูกมือหนาคว้าเข้าที่เอวบางแล้วรั้งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
"ปล่อยนะ! ไหนบอกว่าจะให้ผมนอนดีๆ ไงเล่า ไอ้เฮียฉวยโอกาส!" ทิวาร้องโวยวาย มือเล็กระดมทุบลงบนอกแกร่งไม่ยั้งเพื่อประท้วงความเอาแต่ใจ แต่แรงแค่นี้มีค่าเท่ากับการนวดตัวให้เสือสมิงเท่านั้น กรณ์รวบข้อมือทั้งสองข้างของร่างเล็กไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้เหนือหัวอย่างง่ายดาย
"ปากเก่งนักนะตัวแค่นี้..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูจนทิว ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เมื่อกี้ข้างนอกมันขัดจังหวะไปหน่อย... แต่ตอนนี้ไม่มีใครมากวนแล้ว เรามาเคลียร์เรื่องที่เราค้างคาไว้เมื่อกี้ต่อดีกว่าไหม เด็กดื้อ"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ที่เผลอหลุดปากออกไปอย่างไร้การยั้งคิด ความร้อนพุ่งพล่านตีตื้นขึ้นมาบนใบหน้าจนแดงก่ำลามไปถึงใบหู ทิวาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายนี้
"ผม... ผมง่วงแล้ว! ง่วงมาก ตาจะปิดอยู่แล้วเนี่ย ปล่อยเลยนะ!" ทิวาแกล้งทำเป็นหาวหวอดๆ หลับตาปี๋หนีสายตากรุ้มกริ่มที่มองมาอย่างรู้ทัน
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความเอ็นดูฉายชัดอยู่ในแววตาคมกริบ ร่างสูงยอมคลายมือที่ตรึงข้อมือบางออกอย่างนึกสนุก "ง่วงก็เรื่องของเธอ แต่พื้นที่บนเตียงนี้มันเป็นของฉัน ส่วนเธอ..." กรณ์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "นอนซบแขนฉันนี่แหละ ห้ามดื้อ ไม่งั้นฉันจะปลุกเธอลุกขึ้นมาเคลียร์ยาวจนถึงเช้าจริงๆ ด้วย"
"ไอ้...!" ทิวาอ้าปากจะด่าแต่โดนสายตาดุๆ ปรามไว้เสียก่อน สุดท้ายก็จำใจต้องล้มตัวลงนอนบนหมอนใบโตอย่างจำยอม โดยมีแขนแกร่งของร่างสูงทำหน้าที่เป็นหมอนหนุนแทนความสมัครใจ ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด
ความเหนื่อยล้าจากการตะลอนทำโปรเจกต์และเหตุการณ์ระทึกขวัญตลอดทั้งวันเริ่มถาโถมเข้ามา ทิวาพยายามข่มตาหลับใหลหนีความจริงอันน่าอาย แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวของคนข้างกายกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นจังหวะเสียเลย
ผ่านไปเนิ่นนานจนลมหายใจของคนในอ้อมแขนเริ่มสม่ำเสมอ กรณ์ก้มมองใบเนียนใสที่หลับสนิทซุกซบอยู่กับอกของตน มุมปากหยักระบายยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากยิ่ง ร่างสูงกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดเพื่อป้องกันไม่ให้คนตัวเล็กดิ้นหนีในยามดึก ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนตาม
กริ๊งงงง!
เสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัลหัวเตียงดังลั่นขึ้นอย่างกะทันหันในเวลาตีห้าครึ่ง ทิวาสะดุ้งตื่นตามสัญชาตญาณ มือเล็กยื่นไปปัดสะเปะสะปะเพื่อปิดเสียงน่ารำคาญนั้น ก่อนดวงตากลมจะค่อยๆ ปรับโฟกัสตื่นเต็มตาเมื่อพบว่าตัวเองนอนกอดก่ายอยู่บนร่างของเฮียรหัสคณะวิศวะแบบแนบเนื้อ
ทิวาสูดหายใจเข้าลึก and เตรียมจะผุดลุกขึ้นหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนโหวะเหะของเตเพื่อนสนิทที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง
"ไอ้กรณ์! ไอ้ทิวา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย! พวกมึงสองคนไปอยู่ด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 21
ตื่นมาเจอหน้าเฮีย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!