“ถ้าจะยืนจ้องตาเขม็งกันขนาดนี้ แนะนำให้ไปสมัครรายการเดทติ้งโชว์เถอะค่ะ จะได้รู้ไปเลยว่าใครจะแพ้ก่อน”
เสียงของ ‘เต้’ ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่เกือบจะกลายเป็นระเบิดเวลา ทิวาหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ข้างหลัง ส่วน ‘มีน’ ก็ยังคงรอยยิ้มหวานหยดเอาไว้ที่มุมปาก แม้สายตาที่มองมาทางทิวาจะแฝงไปด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะอย่างจัง
กรณ์ไม่ได้หันไปมองมีนเลยสักนิด ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่ง สายตาคมดุจเหยี่ยวของเขาตรึงอยู่ที่ใบหน้าของทิวาเพียงคนเดียว มือหนาข้างหนึ่งที่เคยวางอยู่บนโต๊ะเริ่มขยับมาคว้าข้อมือเล็กของทิวาไว้แน่น ไม่ใช่การจับแบบรุนแรง แต่มันคือการยึดพื้นที่ที่ดูมีนัยสำคัญบางอย่าง
“มีน... ถ้าไม่มีธุระเรื่องงานก็กลับไปก่อนเถอะครับ”
น้ำเสียงของกรณ์ราบเรียบ เย็นชาจนคนฟังยังรู้สึกหนาวสะท้าน มีนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าแข็งค้างเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะแค่นหัวเราะเบาๆ แล้วหันหลังเดินสะบัดจากไปโดยไม่พูดอะไรต่อ
“เฮีย...” ทิวาเรียกเสียงแผ่ว พยายามจะดึงข้อมือออก แต่กรณ์กลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้น
“ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น” กรณ์พูดเสียงต่ำ สายตาที่มองมาที่เขามันไม่ใช่สายตาแบบที่ใช้มอง ‘น้องรหัส’ ที่เอาไว้แกล้งเล่น แต่มันมีความไหววูบและความหนักแน่นซ่อนอยู่ข้างใน “ฉันรำคาญคนพวกนี้เต็มทีแล้ว”
ทิวาใจเต้นผิดจังหวะ เขาเม้มปากแน่น ความสงสัยที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก ปกติเฮียกรณ์จะเป็นคนปากร้าย หงุดหงิดง่าย และชอบต้อนเขาให้จนมุมด้วยคำพูดเจ็บๆ แต่การกระทำในวันนี้... มันต่างออกไป
“รำคาญมีน? หรือรำคาญที่ผมอยู่ตรงนี้กันแน่ครับ” ทิวาถามกลับพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่หัวใจในอกมันเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกยิ้มที่ดู ‘ร้าย’ กว่าทุกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ยแบบที่เขาชอบทำ รอยยิ้มนี้... มันดูอ่อนโยนจนทิวาทำตัวไม่ถูก
“ถ้าฉันรำคาญนาย ฉันคงไม่มานั่งจ้องจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อแบบนี้หรอก” เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ปลายจมูก “แล้วก็นะ... เลิกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เวลาเจอคนอื่นมาเข้าใกล้ฉันได้แล้ว มันน่ารำคาญ... ที่ต้องมาคอยอธิบายว่าใครสำคัญกว่าใคร”
ทิวาชะงักไป ลมหายใจเหมือนถูกกระชากออกจากปอด เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า แววตาของกรณ์ในตอนนี้ไม่มีความหยอกล้อ ไม่มีความปากดี แต่มันกลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทิวาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
นี่ไม่ใช่การแกล้ง... นี่ไม่ใช่เกมการเล่นรหัสที่ทิวาเคยเข้าใจ
“เฮียหมายความว่ายังไง...”
“ไม่รู้หรือไง” กรณ์กระซิบเสียงแหบพร่า “ว่าทำไมฉันถึงยอมให้แค่คนเดียวมายืนเถียงฉอดๆ อยู่ตรงหน้าได้ทุกวันโดยไม่ไล่ไปให้พ้นทาง... ทิวา ฉันไม่ใช่คนใจเย็น และฉันก็ไม่ใช่คนมีเวลาว่างมากพอที่จะมาใส่ใจใครถ้าคนนั้นไม่มีค่าพอ”
มือหนาปล่อยจากข้อมือเลื่อนขึ้นมาสัมผัสข้างแก้มใสของทิวาเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนไปทั่วใบหน้า ทิวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาพยายามจะถอยหลังแต่ขากลับก้าวไม่ออก สายตาของกรณ์เหมือนกับดักที่ดึงดูดให้เขาสยบยอม
“เฮีย...”
“หืม?”
“ถ้าเฮียพูดแบบนี้... ผมจะไม่ปล่อยเฮียไปไหนง่ายๆ นะครับ” ทิวาตัดสินใจพูดออกไป ความกล้าที่เคยมีถูกรวบรวมมาไว้จนหมดสิ้น เขาสบตากับกรณ์ด้วยสายตาที่ชัดเจนไม่แพ้กัน
กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่เปลี่ยนไปของเขามันทำให้โลกของทิวาสว่างไสวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน...
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนแทบจะละลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับการเปิดประตูห้องสมุดเสียงดังโครม
“เฮ้ย! กรณ์! อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่องโปรเจกต์จบ มึงมัวทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ!”
เสียงของเพื่อนกลุ่มวิศวะตะโกนเรียกดังสนั่น กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผละตัวออกจากทิวาด้วยใบหน้าที่กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่จะเดินจากไป เขาหันมาคว้าคอเสื้อทิวาแล้วดึงเข้ามาใกล้
“รอก่อน... เดี๋ยวเย็นนี้ฉันมีเรื่องจะพูดให้เคลียร์กว่านี้”
เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาทิวาขนลุกวาบไปทั้งตัว ก่อนจะเดินหันหลังออกไปทิ้งให้ทิวามองตามหลังด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ทิวายืนนิ่งอยู่กลางห้องสมุด สัมผัสจากปลายนิ้วของกรณ์ยังคงหลงเหลืออยู่บนแก้ม หัวใจที่เคยระแวงว่าทุกอย่างคือการแสดง กลับเต้นแรงด้วยความมั่นใจ... ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือเรื่องจริงที่ไม่มีใครมาขวางได้
“เป็นอะไรไปวะทิวา หน้าแดงเชียว” เต้ที่เพิ่งเดินกลับมาถามพลางหรี่ตามองด้วยความสงสัย
ทิวาไม่ตอบ แต่รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขารู้แล้วว่ารอยยิ้มที่เปลี่ยนไปของเฮียกรณ์นั้นมีความหมายว่าอย่างไร... และมันคุ้มค่าแค่ไหนที่เขาจะเสี่ยงกับดีลลับครั้งนี้
ทว่า เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของทิวาก็สั่นขึ้นมาขัดจังหวะความคิด ทิวาหยิบขึ้นมาดูแล้วต้องชะงัก... ข้อความในแชทที่ถูกส่งมาจาก ‘หมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน’ ทำเอาเขารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
[ถ้าไม่อยากให้ความลับของเฮียกรณ์ต้องจบลงด้วยเรื่องอื้อฉาว... ก็เลิกยุ่งกับเขาซะ ทิวา]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเคียงข้างและติดตามความรักของเฮียกรณ์กับน้องทิวาในตอนนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 29
รอยยิ้มที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!