"ถ้าไม่อยากให้ความลับของเฮียกรณ์ต้องจบลงด้วยเรื่องอื้อฉาว... ก็เลิกยุ่งกับเขาซะ ทิวา"
เสียงเย็นเยียบที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉันเมื่อวานนี้ยังคงตามหลอกหลอนไม่เลิก ทิวาขบเม้มริมฝีปากแน่นจนรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดจางๆ ขณะนั่งพิงผนังห้องแล็บสถาปัตย์มือไม้สั่นระริกโดยไม่รู้ตัว คำขู่ของมีนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่มันคือการประกาศสงครามที่ชัดเจนเกินไป
"เหม่ออะไรของมึงวะ? จะลากเส้นหรือจะนั่งแทะปากกา?"
เสียงของเตะปลุกฉันให้หลุดจากภวังค์ เพื่อนสนิทตัวดีวางแก้วชานมไข่มุกกระแทกโต๊ะข้างๆ ก่อนจะหรี่ตามองฉันอย่างจับผิดตามนิสัยคนรู้ทัน
"เปล่า... แค่คิดงานไม่ออกน่ะ" ฉันตอบปัดพลางก้มหน้าลงมองแบบแปลนที่ยังค้างคา พยายามซ่อนแววตาสั่นไหวไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา
"โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะทิวา ไอ้ท่าทางเหมือนหมาหงอยแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเฮียกรณ์ก็ต้องเป็นแม่คุณหนูมีนใช่ไหมล่ะ บอกมาเลย เดี๋ยววันนี้กูจัดให้" เตะขยับเข้ามาใกล้ น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นเริ่มจริงจังขึ้น
ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไร เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นหูก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องแล็บ พร้อมกับบรรยากาศในห้องที่เปลี่ยนไปทันทีราวกับถูกแช่แข็ง
"งานไม่เดินเพราะมัวแต่เหม่อ... หรือเพราะรอให้คนอื่นมาสอนเขียนแบบให้?"
ร่างสูงใหญ่ของเฮียกรณ์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของโลหะและช็อปวิศวะที่ติดตัวเขาทำเอาหัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ เฮียเดินตรงมาหยุดข้างโต๊ะฉัน มือหนาเอื้อมมาดึงดินสอเขียนแบบไปจากมือฉันอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะก้มลงมองกระดาษตรงหน้า สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองรายละเอียดงานด้วยความชำนาญ
"เฮียมาทำอะไรที่นี่ครับ? แล้ว... ไม่กลัวคนอื่นเขาเข้าใจผิดหรือไง" ฉันถามสวนออกไปทันควัน พยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้สั่น
เฮียกรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาฉันตรงๆ แววตาซึนๆ คู่นั้นฉายแววหงุดหงิดระคนเอ็นดู "เข้าใจผิดเรื่องอะไร? เรื่องที่ฉันมาดูน้องรหัสตัวเองเนี่ยนะ? หรือเรื่องที่คนอื่นเขาแซวกันว่าเราสองคน 'ตัวติดกัน' จนน่าหมั่นไส้?"
คำว่า 'ตัวติดกัน' ทำให้ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เพื่อนๆ ในคณะเริ่มหันมามองและซุบซิบกันเป็นแถบๆ บ้างก็ยิ้มแซว บ้างก็ทำท่าทางล้อเลียน ซึ่งมันยิ่งทำให้ความกังวลเรื่องคำขู่ของมีนพุ่งสูงขึ้น
"เฮีย... กลับไปเหอะ งานผมเสร็จเองได้" ฉันพยายามแย่งดินสอคืน แต่เฮียกลับยกมือสูงขึ้นหนี
"งั้นก็รีบทำสิ ฉันจะนั่งรอตรงนี้" เขาว่าพลางดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ ฉันเบียดจนไหล่เราชิดกัน "หรือต้องให้ฉันช่วยจับมือเขียนถึงจะเลิกทำหน้าเป็นตูดลิงแบบนี้?"
"เฮีย! ที่นี่ห้องแล็บนะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น" ฉันปรามเสียงเบา แต่หัวใจกลับเต้นรัวจนแทบระเบิด ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ฉันเผลอลืมความทุกข์ใจเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
ตลอดช่วงบ่าย บรรยากาศระหว่างเรากลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในห้อง ความซึนปากร้ายที่เคยมีเปลี่ยนเป็นการกวนประสาทแบบคลั่งรัก เฮียกรณ์คอยโน้มตัวมาติงานข้างๆ หู จังหวะที่เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะแก้มฉัน มันทำให้สมาธิที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกระเจิงไปหมด
"ทิวา... ตั้งใจหน่อย" เสียงกระซิบพร่าชิดใบหูทำเอาฉันขนลุกซู่ "อย่าให้ฉันต้องหอมแก้มเป็นรางวัลนะถ้าทำเสร็จเร็ว"
"ใครเขาอยากได้รางวัลจากเฮียกันเล่า!" ฉันสวนกลับทันควัน แม้ว่ามือจะสั่นจนลากเส้นเบี้ยวไปหมดแล้วก็ตาม
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและสายตาแซวของเพื่อนๆ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันตีกันอยู่ในอก ฉันรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเราที่ก้าวข้ามเส้นไปทีละนิดกำลังจะทำลายกำแพงที่กั้นอยู่ระหว่างโลกของวิศวะกับสถาปัตย์ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็หยุดไม่ได้... ฉันหยุดที่จะแพ้ทางสายตาอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าดุๆ ของเฮียไม่ได้เลย
เมื่อใกล้เวลาเลิกแล็บ เฮียกรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางขยี้ผมฉันจนยุ่งเหยิง ก่อนจะโน้มหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาฉันราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง
"เรื่องที่ได้ยินมาเมื่อวาน... ฉันจัดการเอง ไม่ต้องไปเก็บมาใส่ใจให้รกสมอง"
คำพูดเพียงประโยคเดียวของเขาส่งผลกระทบต่อใจฉันอย่างรุนแรง เฮียรู้... เฮียรู้เรื่องที่มีนขู่ฉันมาตลอด และเขาก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อมัน
"เฮียรู้ได้ยังไง..." ฉันอ้าปากค้าง
เฮียกรณ์ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูร้ายกาจแต่กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขากำลังจะเอ่ยปากอะไรบางอย่าง แต่แล้ว...
ปัง!
ประตูห้องแล็บถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ทุกสายตาในห้องหันไปมองเป็นตาเดียว และร่างของมีนที่ยืนหอบหายใจรัวอยู่ตรงประตู พร้อมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองก็ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
"เฮียกรณ์! ออกมาคุยกับมีนเดี๋ยวนี้ค่ะ อย่าให้มีนต้องทำอะไรที่เฮียจะเสียใจไปตลอดชีวิต!"
มีนจ้องเขม็งมาที่ฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พร้อมกับในมือของเธอที่ชูโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงผลบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของเฮียกรณ์เปลี่ยนไปในทันที... มันคือรูปถ่ายของเราสองคนเมื่อคืน ในมุมที่ดูสุ่มเสี่ยงและหมิ่นเหม่ต่อความเข้าใจผิดมากที่สุด!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของทิวาและเฮียกรณ์มาถึงครึ่งทางนะคะ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" จะพยายามเขียนให้ฟินจิกหมอนยิ่งขึ้นในตอนต่อไปค่ะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 30
ครึ่งทางความสัมพันธ์
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!