ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 28

เดทแรกที่ไม่ใช่เดท

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าคิดว่าจะยืนเป็นเสาหินประดับตึกคณะบริหารจนรากงอก ก็เชิญยืนต่อไปค่ะ แต่อย่ามาทำหน้าหงิกใส่ฉันเหมือนฉันเป็นหนี้ร้อยล้าน เพราะคนที่เป็นหนี้บรรยากาศอึมครึมตอนนี้ ไม่ใช่ฉัน... แต่เป็นเฮียต่างหาก" เสียงหวานใสแต่แฝงความประชดประชันเล็กๆ ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงันที่โรยตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ทิวากอดอกแน่น ดวงตากลมโตมองร่างสูงของใครบางคนที่เพิ่งก้าวพ้นเงามืดออกมาด้วยแววตาที่ทั้งขัด, เค้าความไม่พอใจ และซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้ลึกจนมิด คนที่ปรากฏตัวไม่ใช่ใครอื่น... กรณ์ เฮียรหัสสุดซึนแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์นั่นเอง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงขึ้นอีกหลายระดับเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าแอบเดินตามมาตั้งแต่โรงอาหารคณะสถาปัตย์จนถึงลานจอดรถหลังตึกกิจกรรม "ใครเดินตามเธอ ยัยเด็กดื้อ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักนะทิวา" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างตามสไตล์คนปากแข็ง ทว่าดวงตากลับไหววูบเล็กน้อยยามกวาดมองร่างโปร่งในเสื้อช็อปตัวโคร่งที่พับแขนขึ้นจนเห็นข้อมือขาวเนียน "ฉันแค่เดินมาตรวจงานโรงเกียร์ แล้วบังเอิญ... เออ บังเอิญทางเดียวกันต่างหาก" "บังเอิญเหรอคะ?" ทิวายกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฟายน์ไม้จันทน์ที่เธอคุ้นเคย "บังเอิญตั้งแต่โรงอาหารยันตึกสถาปัตย์ แล้วก็บังเอิญมายืนจ้องฉันคุยกับพี่รหัสคนอื่นจนหน้าดำคร่ำเครียดเนี่ยนะ... เฮีย กรณ์คะ รู้ตัวไหมว่าอาการหึงของเฮียมันฟ้องทะลุเกียร์รถแลมโบกินีคันโปรดของเฮียหมดแล้ว" "ใครหึง!" พระเอกหนุ่มสวนกลับเสียงดังขึ้นกว่าเดิมทันที ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะปฏิเสธเสียงแข็งแต่ดวงตากลับหลบวูบไปทางอื่นอย่างคนจนมุม "อย่ามามั่ว ทิวา สมองเธอนี่มันมีแต่เรื่องเพ้อเจ้อหรือไง ถึงได้เอาเวลาว่างจากการคิดโปรเจกต์มามโนอะไรแบบนี้" "ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวรุ่นพี่ปีสี่คนที่มาช่วยฉันถือแปลนตึกเมื่อกี้ด้วยล่ะคะ?" ทิวายังคงรุกไล่ ดวงตาสุกใสระยิบระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนปากแข็งเสียอาการ "ยอมรับมาเถอะค่ะว่าหวง... พูดออกมาคำเดียว ชีวิตเฮียจะง่ายขึ้นเยอะเลยนะ" กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ความหงุดหงิดระคนเอ็นดูตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบอยากจะดึงร่างเล็กนี่เข้ามาตีพิมพ์โทษฐานที่ปากเก่งเกินเบอร์ เขายอมรับก็ได้... ว่าเขาหงุดหงิดจนแทบคลั่งตอนที่เห็นไอ้รุ่นพี่หน้าอ่อนคนนั้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอเกินความจำเป็น แต่จะให้พูดออกไปตรงๆ ว่า *'เออ หึงโว้ย หวงจนแทบจะควักลูกตาไอ้หมอนั่นทิ้ง'* มีหวังยัยเด็กนี่ได้ลอยจนหางโผล่ไปถึงดาวอังคารพอดี "พูดมากน่า..." กรณ์เอื้อมมือหนาไปเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ออกแรงพอให้รู้สึกเจ็บนิดๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย "หิวข้าวไม่ใช่หรือไง หรือว่าอยากจะยืนเถียงกับฉันตรงนี้จนกระเพาะทะลุก่อน" ทิวายกมือขึ้นลูบหน้าผากป้อยๆ ปากก็ยู่ลงเล็กน้อยอย่างขัดใจ "ก็ใครล่ะคะที่ชวนทะเลาะตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขาออกจากตึก... ว่าแต่เฮียเถอะ เมื่อกี้บอกว่าจะไปตรวจงานไม่ใช่เหรอ ทำไมอยู่ๆ ถึงโผล่มาลากฉันมาตรงนี้ได้" "เลิกถามมากแล้วเดินตามมานี่" กรณ์ไม่ตอบคำถามแต่กลับคว้าข้อมือเล็กๆ ของเธอไว้หลวมๆ แล้วออกแรงดึงให้เดินตามไปยังรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโตที่จอดหลบมุมอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ "วันนี้ถ้าเธอไม่ยอมกินข้าวให้เรียบร้อย มีหวังฉันคงต้องโดนไอ้เตéมันโทรมาบ่นหูชาข้อหาปล่อยให้น้องรหัสตัวกะเปี๊ยกผอมโซจนไม่มีแรงส่งโปรเจกต์แน่ๆ" "อ้าว! เกี่ยวอะไรกับเตéล่ะคะเนี่ย" ทิวาบ่นอุบอิบขณะปล่อยให้ร่างสูงจูงมือเดินตามไปโดยขัดขืนไม่สำเร็จ แม้ปากจะบ่นแต่ลึกๆ ในอกกลับเต้นระรัวเป็นจังหวะกลองชุด ความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้ทำเอาสมาธิที่สะสมมาทั้งวันกระเจิงไปหมด รถบิ๊กไบค์คันหรูแล่นออกจากมหาวิทยาลัยท่ามกลางสายลมยามเย็นที่ไม่ร้อนจัด บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ทิวานั่งซ้อนท้ายโดยพยายามเว้นระยะห่างจากแผ่นหลังกว้างของคนขับให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าทุกครั้งที่รถเบรกหรือเลี้ยวโค้ง ร่างกายของเธอก็อดไม่ได้ที่จะต้องโน้มไปแนบชิดกับแผ่นหลังหนาแน่นจนได้กลิ่นไอฟายน์สะอาดๆ ที่คุ้นเคย กรณ์เหลือบมองกระจกมองหลังเป็นระยะ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบาอย่างอารมณ์ดีเมื่อรับรู้ถึงแรงขยับเบาๆ จากคนด้านหลัง เขาลดความเร็วลงเล็กน้อยก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในซอยลับตาคน แวะจอดหน้าร้านชาบูร้านโปรดที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวเก่าแก่บรรยากาศอบอุ่น "ลงมา ร้านนี้แหละ" กรณ์ถอดหมวกกันน็อกออก สะบัดผมปรกหน้าเล็กน้อยจนดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร ทว่าคำพูดคำจายังคงความกวนประสาทตามเดิม "อย่าทำหน้าเอ๋อแบบนั้น ฉันรู้ว่าเธอชอบกินร้านนี้ ยืนมองตาละ้อยอยู่หลายรอบละตอนเดินผ่านกับไอ้เตé" ทิวากลอกตาขึ้นฟ้าเบาๆ ก่อนจะก้าวลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อกคืนให้เขาแล้วเชิดใส่ "รู้ดีจังนะคะ... หรือว่าแอบสะกดรอยตามฉันมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วเนี่ย" "เพ้อเจ้อ" กรณ์หรี่ตามองเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปผลักศีรษะเธอเบาๆ อีกที "จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินฉันจะพาไปกินต้มจืดเต้าหู้ที่โรงอาหารวิศวะแทนนะ รับรองว่าจืดสนิทสมใจแน่" "โหดร้ายที่สุด!" ทิวารีบก้าวฉับๆ เดินนำเข้าร้านชาบูทันiทีด้วยความกลัวว่าเฮียรหัสจอมเผด็จการจะทำจริงอย่างที่ปากพูด บรรยากาศภายในร้านหอมกรุ่นด้วยกลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้น กรณ์เลือกโต๊ะมุมด้านในสุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ทันทีที่นั่งลง เมนูอาหารก็ถูกส่งต่อให้ทิวาทันทีโดยที่เขาไม่แม้แต่จะเปิดดู "สั่งไปเลย ฉันเลี้ยงเอง... ถือว่าไถ่โทษเรื่องที่ทำให้เธอต้องหงุดหงิดเมื่อกลางวัน" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตากลับทอดมองร่างเล็กที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกรายการอาหารด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก ทิวาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษเมนู ดวงตากลมโตมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ "ไถ่โทษ? เฮียเนี่ยนะจะยอมรับว่าตัวเองผิด ปกติเห็นเถียงคอเป็นเอ็นตลอด" "ถ้าไม่สั่ง ฉันจะเปลี่ยนใจไม่เลี้ยงแล้วนะ" กรณ์แกล้งทำเป็นดุ ยกมือขึ้นกอดอก "สั่งค่ะ! คนใจดีเลี้ยงทั้งที ทิวาไม่เกรงใจอยู่แล้วนะคะ!" ทิวายิ้มหวานหยด ยื่นกระดาษสั่งอาหารส่งให้พนักงานที่เดินมารับออเดอร์อย่างรวดเร็ว ระหว่างรออาหาร ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ทว่าไม่ใช่ความอึดอัดเหมือนเคย มันเป็นความเงียบที่เจือด้วยความอบอุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นแปลกๆ กรณ์มองมือเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการแกะตะเกียบ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติ "เรื่องมีน... ที่เธอเห็นวันก่อน" ทิวาชะงักมือที่กำลังถือแก้วน้ำทันที ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบตาคมกริบของคนตรงข้าม หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติเมื่อครู่กลับกระตุกวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ "มีนเขาแค่มารIื่องโปรเจกต์คณะบริหารที่ต้องร่วมมือกับวิศวะ..." กรณ์อธิบายด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าสายตาคมกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับต้องการยืนยันความจริง "ฉันไม่ได้มีอะไรกับเขา และไม่เคยคิดจะมี... เข้าใจไหมทิวา" คำพูดสั้นๆ ทว่าชัดถ้อยชัดคำทำเอาแก้มใสของทิวาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอก้มหน้าหลบสายตาคมกริบคู่นั้น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยิน "มาบอกฉันทำไมล่ะคะ... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" ทิวาพึมพำเสียงเบา พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ก็ไม่อยากให้ใครบางคนแถวนี้เอาไปนอนเพ้อเจ้อแล้วทำหน้าบึ้งใส่ฉันอีกไง" กรณ์เอื้อมมือหนาออกไปวางทับหลังมือเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำเอาทิวาสะấuเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ "อีกอย่าง... คนอย่างกรวิชญ์ ถ้าจะจีบใครสักคน เขาไม่ปล่อยให้คนอื่นมายืนเกะกะขวางทางหรอกนะ" คำสารภาพกลายๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจทำเอาทิวานิ่งงัง สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตที่รวดเร็วเกินตั้งตัวของเฮียรหัสปากร้าย ทว่า... ก่อนที่ทิวาจะได้ทันเปล่งเสียงตอบโต้อะไรกลับไป เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น พร้อมๆ กับที่หน้าจอแสดงชื่อผู้ติดต่อที่ทำให้บรรยากาศหวานละมุนเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา *มีน: "เฮียกรคะ อยู่ไหนเอ่ย มีนอยู่ที่หน้าคณะวิศวะนะ... พอดีมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับแปลนงานที่เฮียต้องช่วยดูหน่อยค่ะ"* กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นข้อความนั้น เขากำลังจะกดปิดหน้าจอ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ข้างโต๊ะชาบูของพวกเขาพอดี "อ้าวน้องทิวา... บังจังเลยนะคะ มากับเฮียกรเหรอเนี่ย" เสียงหวานหยดย้อยของมีนดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพยับที่ส่งให้กรณ์และทิวาอย่างมีความหมาย ขณะที่กรณ์นิ่งงันไปชั่วขณะ ทิวากลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับดาวคณะบริหารคนสวยด้วยรอยยิ้มเย็นเฉียบที่ซ่อนความระแวงเอาไว้เต็มเปี่ยม ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%