ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 27

เคลียร์ชัดเจน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"เฮียจะเอายังไงกับมีนคะ?" คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากของทิวาท่ามกลางความเงียบงันในโรงจอดรถคณะวิศวะฯ กลิ่นไอของน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตของผู้ชายตรงหน้าทำให้หัวใจของคนตัวเล็กเต้นไม่เป็นจังหวะ มือที่ยังถูกกุมไว้นั้นไม่ได้แน่นจนเจ็บ แต่มันอบอุ่นเสียจนทิวาอยากจะแกล้งทำเป็นลืมวิธีสะบัดมันออกไปซะ กรวิชญ์ไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแค่นิ่งเงียบ สายตาคมดุคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของคนตัวเล็กที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความประหม่า ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต "ถามเหมือนไม่รู้" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยตอบ สวนกลับมาด้วยท่าทีนิ่งเฉยที่ทำเอาทิวาอยากจะฟาดเข้าให้สักที "ถ้ามีนรู้แล้วจะถามเฮียทำไมล่ะคะ? เลิกแกล้งโง่สักทีสิเฮียกรณ์" ทิวาเชิดหน้าขึ้น แววตาดื้อรั้นสะท้อนความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ดาวบริหารเดินตามเฮียต้อยๆ แถมยังประกาศกร้าวซะขนาดนั้น เฮียจะปล่อยให้เขามโนไปเรื่อยแบบนี้เหรอ หรือจริงๆ แล้ว... เฮียชอบให้คนมาตามเอาใจแบบนั้น?" คนตัวสูงเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง ก่อนจะก้าวประชิดตัวจนทิวาต้องถอยหลังไปชนกับรถกระบะคันโต มือข้างที่ไม่ได้ถูกกุมยกขึ้นมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกปากร้ายนั่นทำให้ทิวาชะงัก "หึง?" "เปล่า! ใครจะไปหึงเฮีย... แค่หมั่นไส้" ทิวาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจเต้นรัวเหมือนกลองชุด กรวิชญ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำๆ ที่ดูร้ายกาจแต่กลับมีเสน่ห์จนน่ากลัว เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ทิวารู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รดรินอยู่ตรงช่วงลำคอ "มีนก็แค่คนรู้จักที่แม่ฉันให้รู้จัก เค้าจะมาตามตื๊อ จะมาประกาศอะไร มันก็เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของฉัน" "แล้วเรื่องของเฮียล่ะ?" "เรื่องของฉัน..." กรวิชญ์เว้นจังหวะ สายตาจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของทิวา ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "สำหรับฉัน... มีนไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว คนที่ฉันให้ค่าและแคร์ว่าเขาจะรู้สึกยังไง คือคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มันหนักแน่นจนทิวาแทบหยุดหายใจ รอยยิ้มที่เขาพยายามซ่อนไว้ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่สะสมมาตลอดหลายวันราวกับถูกยกออกไปจนหมดสิ้น ทิวาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองยิ้มกว้างจนเกินงาม "พูดเองนะ..." ทิวาพึมพำ "เออ พูดเอง และไม่เคยคืนคำ" กรวิชญ์กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะดึงมืออีกข้างของทิวาขึ้นมากุมไว้แน่นทั้งสองมือ "ชัดพอหรือยัง? หรือต้องให้ฉันแสดงอะไรมากกว่านี้ถึงจะเลิกตั้งคำถามงี่เง่าพวกนี้สักที" ทิวาแสร้งทำเป็นเบะปาก "ก็ดี... ถ้าเห็นเฮียไปเดินกับดาวบริหารอีกเมื่อไหร่ อย่าหาว่าทิวาไม่เตือน" "ไม่มีทาง" กรวิชญ์พูดเสียงหนักแน่น ก่อนจะอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กเผลอ โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูจนทิวาขนลุกชัน "เพราะเวลาของฉัน... ฉันตั้งใจจะใช้กับ 'เด็กดื้อ' แถวนี้คนเดียวเท่านั้น" บรรยากาศที่กำลังหวานชื่นกลับถูกแทรกแซงด้วยเสียงส้นสูงที่ดังกระทบพื้นปูนจังหวะมั่นคงทิ้งห่างออกไปไม่กี่เมตร ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบร่างโปร่งระหงของหญิงสาวที่คุ้นตาดีเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ "คุยอะไรกันอยู่เหรอคะเฮียกรณ์? มีนตามหาตั้งนาน" มีนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงรังสีที่ไม่เป็นมิตรแผ่ออกมา แม้จะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของเธอ แต่แววตานั้นกลับจ้องมองทิวาอย่างไม่วางตา ราวกับต้องการจะฉีกกระชากคนตัวเล็กให้หลุดออกจากพื้นที่ส่วนตัวของกรวิชญ์ กรวิชญ์ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขาเพียงแค่ปล่อยมือจากทิวาช้าๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชาดั่งน้ำแข็ง "มีอะไร?" "มีนมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเฮียค่ะ... เรื่องที่คุณแม่ฝากบอก" เธอเน้นคำว่า 'คุณแม่' เป็นพิเศษ พร้อมกับก้าวเข้ามาควงแขนกรวิชญ์อย่างถือวิสาสะ ทิวาชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอก แต่ก่อนที่ทิวาจะได้พูดอะไร กรวิชญ์กลับดึงแขนออกจากการเกาะกุมของมีนอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขาสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือของทิวาอีกครั้งอย่างจงใจ "ถ้าเป็นเรื่องแม่ ฉันจะโทรไปคุยเอง แต่ตอนนี้... ฉันมีธุระสำคัญกับ 'แฟน' ต้องไปทำ" คำว่า 'แฟน' ทำเอาทิวาเบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า หันไปมองหน้ากรวิชญ์ด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่ใบหน้าของมีนซีดเผือดลงทันตาเห็น ก่อนที่เธอจะแค่นยิ้มออกมาด้วยความสั่นเทา "เฮีย... ว่าไงนะคะ?" กรวิชญ์ไม่ตอบซ้ำ เขาเพียงแค่ดึงมือทิวาให้ก้าวเดินออกไปจากจุดนั้น ทิ้งให้มีนยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ทิวาที่สมองยังประมวลผลไม่ทันได้แต่เดินตามแรงดึงของคนตัวสูงไปอย่างงงๆ ทว่าก่อนจะพ้นจากโรงจอดรถ กรวิชญ์ก็หยุดกะทันหัน แล้วก้มลงกระซิบเสียงต่ำจนคนฟังใจสั่นสะท้าน "เตรียมตัวให้พร้อมนะทิวา... คืนนี้ เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว" พร้อมกับที่เงาร่างของใครบางคนที่ยืนแอบฟังอยู่หลังเสาต้นใหญ่ค่อยๆ ก้าวออกมา... คนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เกียร์เปื้อนกาวใจเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%