“เจ็ดหมื่นห้า... น้องคิดว่าหน้าตาพี่เหมือนตู้เอทีเอ็มสีแดงหรือสีส้มคะ ถึงได้กะจะกดเงินสดออกมาจ่ายค่าซ่อมโมเดลตึกคณะสถาปัตย์ที่พังคามือเนี่ย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟดำผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวสะอาด ๆ ของผู้ชายโซนช่างลอยวนอยู่ในอากาศ กรณ์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ขายยาว ๆ กางออกเล็กน้อยในท่าทางที่ไม่ได้เกร็ง แต่กลับทรงอิทธิพลจนทำให้คนตัวเล็กกว่าที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าโต๊ะทำงานต้องเม้มปากจนเป็นเส้นตรง
ทิวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววหยิ่งทะนงเสมอเวลาต่อปากต่อคำกับคนอื่น ตอนนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจ โมเดลตึกระฟ้าจำลองชิ้นนั้นเขาทุ่มเทอดหลับอดนอนทำมาเกือบสองสัปดาห์เพื่อส่งอาจารย์ แต่กลับมาพังไม่เป็นท่าเพราะความซุ่มซ่าม (ที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ) ของเฮียรหัสปีสามคนนี้
“ก็เฮียเป็นคนชนมันร่วงลงไปเองนี่คะ! จะให้ทิวารับผิดชอบคนเดียวได้ยังไง ในเมื่อเฮียเป็นต้นเหตุ” ทิวาเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตาไม่หลบเลี่ยงสายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างพิจารณา
“พี่เดินมาตามทางปกติ แต่น้องต่างหากที่วางโมเดลไว้หมิ่นเหม่ริมโต๊ะซะขนาดนั้น เหมือนจงใจจะบูชาพระภูมิเจ้าที่แถวนี้มากกว่าจะเอาไว้ส่งงาน” กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า “แต่เอาเถอะ... พี่เป็นคนใจดีและแฟร์พอ ถ้าไม่อยากจ่ายเงินสดเจ็ดหมื่นห้ามาโปะค่าเสียหายตอนนี้ มันก็มีอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนะ”
เต้ที่ยืนอยู่ข้างหลัง รีบสะกิดแขนเพื่อนสนิทเบา ๆ พร้อมกับกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าระแวง “ทิวา แกตั้งสติก่อน อย่าเพิ่งไปรับข้อเสนออะไรมั่วซั่ว วิศวะพวกนี้ไว้ใจที่ไหนกัน เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเป็นงูพิษทุกตัว แกก็เห็น”
ทิวายกมือขึ้นปัดมือของเต้ออกเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าเอาอยู่ ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าคนตัวสูงที่นั่งไขว่ห้างรอฟังคำตอบอย่างใจเย็น “ข้อเสนออะไรของเฮียคะ ถ้ามันแปลกประหลาดหรือเข้าข่ายใช้งานทาสแรงงาน ทิวาขอเลือกผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนยังจะดีกว่า”
“หึ...” กรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าที่ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน “ไม่ถึงกับเป็นทาสแรงงานหรอกค่ะ แค่มาเป็น ‘ลูกมือส่วนตัว’ ให้พี่สักหนึ่งเดือน... คอยช่วยจัดระเบียบตารางชีวิต ดูแลเอกสารในชมรม และที่สำคัญที่สุด...”
ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนทิวาต้องกลั้นหายใจ กลิ่นกายสะอาดผสมความอบอุ่นของผู้ชายตรงหน้าแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิดจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
“ต้องคอยคุมความประพฤติเวลาพี่หงุดหฤทัยด้วย แลกกับการที่หนูไม่ต้องจ่ายเงินสักแดงเดียว แถมโมเดลตัวนั้น... พี่จะช่วยออกค่าอุปกรณ์และนั่งประกอบให้ใหม่ด้วยมือของพี่เองเลย สนใจไหมล่ะครับ... เด็กดี”
คำว่า ‘เด็กดี’ ถูกกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูขาวเนียน ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ทิวากัดริมฝีปากล่างด้วยความลังเล สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วระหว่างเงินเจ็ดหมื่นห้าที่ไม่มีปัญญาหามาจ่ายได้ทันสิ้นเดือนนี้ กับการต้องมาเป็นลูกมือให้อีตาเฮียวิศวะปากร้ายจอมกวนประสาทนี่ทุกวัน
“ทำไมเฮียต้องลงทุนขนาดนี้ด้วยคะ? แค่ชดใช้เงินมันง่ายกว่าตั้งเยอะ” ทิวาเงยหน้าขึ้นสบตา ตั้งคำถามด้วยความเคลือบแคลง
“เพราะพี่ไม่อยากให้น้องเดือดร้อนเรื่องเงิน... แล้วก็...” กรณ์เว้นจังหวะไปนิด สายตาคมกริบที่มองลงมาแฝงประกายความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก “พี่รู้สึกสนุกเวลาได้แกล้งเด็กดื้ออย่างน้องมากกว่า”
“นี่เฮีย!” ทิวาถลึงตาใส่ กำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้ อยากจะยกเท้าขึ้นยันยอดอกคนตรงหน้าสักทีสองทีข้อหาพูดจาชวนโมโห
“ว่าไงคะ? จะรับดีลนี้หรือจะเดินไปกดเอทีเอ็มหน้าคณะตอนนี้ดี พี่ให้เวลาตัดสินใจสามวินาที” กรณ์นับถอยหลังในลำคอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “สาม... สอง...”
“ก็ได้ค่ะ! ทิวายอมรับข้อเสนอเฮียก็ได้!” ทิวาจำใจต้องเอ่ยปากตกลงด้วยความคับแค้นใจ ขืนปล่อยให้เป็นหนี้ก้อนโตมีหวังโดนแม่บ่นหูชาแน่ ๆ เอาวะ เป็นลูกมือก็แค่เดือนเดียว จะยากสักแค่ไหนกันเชียว
“ฉลาดนี่คะ” กรณ์ยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ เอื้อมมือหนามาขยี้ผมซอยสั้นของทิวาจนยุ่งเหยิงด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ ก่อนจะผละตัวออกไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
ทิวายกมือขึ้นจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่ด้วยความหงุดหฤทัย พลางบ่นพึมพำเบา ๆ “มือหนักชะมัด คิดว่าหัวคนหรือสนามหญ้าหน้าคณะสถาปัตย์กันแน่เนี่ย”
“พรุ่งนี้แปดโมงตรง เจอกันที่ห้องชมรมหุ่นยนต์ ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าสาย... พี่จะปรับเป็นชั่วโมงละห้าร้อยบาท โทษฐานผิดสัญญา” กรณ์หันมาสั่งเสียงเข้มตามวิสัยทัศน์ของรุ่นพี่จอมเผด็จการ
“รู้แล้วน่า! ย้ำอยู่ได้ เป็นพ่อคนที่สองหรือไงคะเนี่ย” ทิวาทำปากมุบมิบสวนกลับตามนิสัยปากเก่งที่ไม่เคยยอมใคร
ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเสียงต่อปากต่อคำของคนทั้งคู่ ประตูห้องสโมสรสีทึบก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยแรงผลักที่ไม่เบานัก เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องดังชัดเจนเรียกความสนใจให้ทุกคนหันไปมอง
ร่างระหงของหญิงสาวในชุดนักศึกษาเข้ารูปพอดีตัว เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มและใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตปรากฏขึ้นที่หน้าประตู มีน ดาวคณะบริหารและตัวป่วนที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่ากำลังพยายามทำคะแนนจีบเฮียรหัสสุดฮอตคนนี้อยู่ กวาดสายตามองมาที่ทิวาด้วยแววตาไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผย
“อ้าว กรณ์คะ... อยู่ที่นี่เอง มีนตามหาซะทั่วเลย พอดีอาจารย์ฝากเอกสารชุดนี้มาให้ช่วยดูหน่อยค่ะ” มีนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้กรณ์โดยไม่สนใจทิวาและเต้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย
ทิวาสบตากับเต้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้รู้ว่าชีวิตการเป็นลูกมือชดใช้หนี้ในเดือนนี้ของเธอคงไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิดแน่ ๆ และก่อนที่ทิวาจะได้ถอยฉากเดินหนีออกไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าปวดหัวนี้ เสียงทุ้มของกรณ์ก็เอ่ยตัดบทขึ้นเสียก่อน
“วางไว้ตรงนั้นแหละครับมีน... อ้อ แล้วก็ช่วยกรุณารับทราบไว้ด้วยว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป น้องคนนี้คือกรรมสิทธิ์... เอ๊ย ลูกมือคนสำคัญที่ต้องอยู่ดูแลทุกอย่างในความรับผิดชอบของผม”
กรณียื่นมือไปคว้าไหล่บางของทิวาให้ขยับเข้ามาใกล้ตัวอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนแข็งทื่อด้วยความตกใจ ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของทิวากระตุกวูบ
“เตรียมตัวรับมือกับงานหนักได้เลยนะ... ทิวา”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซึนและเคมีคลั่งรักในตอนนี้นะคะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 2
ดีลลับฉบับเฮียวิศวะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!