ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 3

กฎสามข้อที่ห้ามแหก

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดไม่ได้มีความนุ่มนวลแม้แต่น้อย มันสะท้อนความหงุดหงิดของผู้เคาะจนทิวาที่ยืนถือแฟ้มกระดาษแน่นถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษาปีหนึ่งที่รีดมาอย่างเรียบกิ๊บยืนอยู่หน้าห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวบริเวณตึกกิจกรรมเก่าหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่นี่เงียบสงบและอับทึบกว่าตึกเรียนปกติ ปราศจากผู้คนพลุกพล่าน เหมาะกับการทำเรื่องลับ ๆ หรือ... การโดนเฮียรหัสจอมซึนกลั่นแกล้งสารพัดตามสัญญา “เปิดประตูสéวะ ไม่ได้ล็อก” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านบานไม้หนาออกมาไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากจะก้าวเข้าไปข้างในเลยสักนิด มีแต่จะทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทิวากัดริมฝีปากล่างเบา ๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูแล้วผลักเข้าไป ภายในห้องซ้อมดนตรีค่อนข้างกว้างขวาง ผนังบุด้วยวัสดุกันเสียงสีเข้ม แสงไฟสลัวสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดชอบกล กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝุ่นจาง ๆ ลอยแตะจมูก และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็คือ... กรณ์ หรือเฮียกรวิชญ์ของเหล่าสาว ๆ วิศวะ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวยาว สวมเสื้อช็อปสีกรมท่าพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มดุจคู่อาฆาตเงยขึ้นมองผู้มาใหม่นิ่ง ๆ นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง “ช้าไปสามนาทีสิบสองวินาที ทิวา... นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าปล่อยให้เฮียรหัสรอนานขนาดนี้หึ?” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดันถูกพ่นออกมา พร้อมกับที่เจ้าตัวขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งให้ดูคุกคามยิ่งขึ้น ทิวาวางแฟ้มในมือลงบนโต๊ะกลางเสียงดังปัง! ไม่ยอมตกเป็นฝ่ายถูกรังแกฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน “รถติดค่ะเฮีย... อีกอย่าง ฉันไม่ใช่ลูกน้องเฮียนะ ถึงต้องมานั่งตรงเวลาเป๊ะทุกวินาทีขนาดนั้น” ทิวาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับความสูงใหญ่และออร่าความดุที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่ายก็ตาม กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างเล็กที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะอย่างรวดเร็ว จนทิวาต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะโดยอัตโนมัติ พื้นที่หายใจรอบตัวแคบลงทันตาเมื่อเงาหนาทาบทับลงมา “ปากเก่งขึ้นนะ... ตั้งแต่เมื่อวาน ตอนแรกนึกว่าจะร้องไห้ขี้มูกโป่งวิ่งกลับหอไปซะแล้ว” กรณ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ ทิวาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก “ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอขนาดนั้นหรอกน่า... ว่าแต่ที่เรียกฉันมาห้องซ้อมบ้าๆ นี่ มีงานอะไรให้ทำก็ว่ามา จะได้รีบทำรีบจบ” ทิวายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มันกลับแน่นราวกับกำแพงปูนจนขยับไม่ได้เลยสักนิด กรณ์ไม่ยอมถอยแถมยังรวบข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้ข้างลำตัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความพอใจ ความซึนปากร้ายเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาคลั่งรักที่ถูกเก็บงำไว้อย่างมิดชิด แต่ทิวากลับจับสังเกตความผิดปกตินี้ได้ทุกระเบียดนิ้ว “งานน่ะมีแน่... แต่ก่อนจะเริ่มทำงาน นายต้องอ่านนี่ก่อน” กรณ์พยักเพยิดไปยังกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ มันถูกเขียนด้วยลายมือตวัดหวัดๆ แต่ทรงพลัง ทิวาก้มมองตามสายตาของอีกฝ่าย และเมื่ออ่านข้อความบนกระดาษนั้นชัดเจน ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ *กฎสามข้อในการทำงานร่วมกับเฮียกรวิชญ์:* *ข้อหนึ่ง: ห้ามปฏิเสธคำสั่งของเฮียทุกกรณี* *ข้อสอง: ห้ามมองหน้าผู้ชายคนอื่นเกินสามวินาทีขณะที่อยู่กับเฮีย* *ข้อสี่: ต้องทำตามทุกอย่างที่เฮียขอ... โดยไม่มีข้อแม้* “นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!” ทิวาโพล่งออกมาเสียงดังลั่นห้อง “นี่มันกฎระบอบเผด็จการชัดๆ แล้วข้อสามหายไปไหน ทำไมมีข้อหนึ่ง ข้อสอง แล้วข้ามมาข้อสี่เลยล่ะเฮีย!” “ข้อสามฉันยกเว้นไว้ให้ นายไม่ต้องรู้หรอก” กรณ์ตอบหน้าตาย น้ำเสียงกวนประสาททำเอาทิวาอยากจะหยิบแฟ้มกระดาษฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองที “สรุปคือ นายต้องเซ็นชื่อยอมรับกฎพวกนี้ซะ ไม่งั้น... เอกสารขออนุมัติโปรเจกต์ของคณะสถาปัตย์ปีหนึ่ง ที่นายรับผิดชอบอยู่ทั้งหมด คงจะตกพิจารณา ยาวไปจนถึงปีหน้าแน่ๆ” “เฮียขู่ฉันเหรอ!” ทิวาตาโตขึ้นเป็นสองเท่า เม้มปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ ไอ้เฮียวิศวะนี่มันเจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นที่หนึ่ง กลเอาเรื่องงานของคณะมาเป็นตัวประกันบีบบังคับกันชัดๆ “ไม่ได้ขู่... เขาเรียกว่าเจรจาต่อรองแบบผู้ใหญ่เขากำลังทำกัน” กรณ์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายื่นปากกาหมึกซึมด้ามหรูมาตรงหน้าทิวา “เลือกเอา จะเซ็นแล้วมาเป็นเบ๊ เอ๊ย... เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉันแต่โดยดี หรือจะปล่อยให้เพื่อนๆ ในคณะสถาปัตย์อดนอนตายคาห้องเขียนแบบเพราะโปรเจกต์ไม่ผ่านดีล่ะ?” ทิวากัดฟันกรอด จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กวนประสาทที่สุดในสามโลกด้วยความเคืองแค้น มือเรียวสั่นเทาด้วยความโกรธแต่ก็จำใจต้องยื่นออกไปรับปากกามาถือไว้แน่น ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาในอกจนอยากจะร้องไห้ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่จะยอมเสียฟอร์มให้คนตรงหน้าไม่ได้เด็ดขาด “คนนิสัยไม่ดี... สักวันนะเฮีย ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!” ทิวาพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะกดหัวปากกาลงบนกระดาษเตรียมจะเซ็นชื่อลงไปอย่างจำยอม แต่ทว่า... ในจังหวะที่ปลายปากกาจ่อติดกระดาษนั้นเอง แกร๊ก! เสียงเปิดประตูห้องซ้อมดนตรีดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างโปร่งบางในชุดเดรสสั้นเข้ารูปของหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส “พี่กรณ์คะ... มีนเอาแฟ้มเอกสารที่พี่ฝากให้ตรวจมาให้แล้ว— เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ มีนเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?” เสียงหวานหยดย้อยของ “มีน” ดาวคณะบริหารคนดังหยุดชะงักลงเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า— ภาพที่กรณ์กำลังยืนคร่อมตัวทิวาไว้ชิดติดขอบโต๊ะ โดยที่ข้อมือของคนตัวเล็กถูกมือหนาตรึงไว้ และใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบเดียว! ทิวาสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักอกกรณ์ออกเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว บรรยากาศภายในห้องซ้อมที่เคยระอุไปด้วยความอึดอัดและเคมีแปลกประหลาดพลันเย็นเยียบลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบตวัดมองมีนที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาดุดันนั้นจะหันกลับมาจ้องมองทิวาที่กำลังยืนหายใจหอบถี่ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกและ... ความหึงหวงที่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันกำลังแล่นพล่านอยู่ในอก “มีน... ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความเย็นชา ไร้เยื่อใยสิ้นเชิง แต่นั่นไม่ได้ช่วยบรรยากาศรอบตัวให้ดีขึ้นเลยสักนิด ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตากร้าวร้าวที่ดาวคณะบริหารส่งตรงมายังตนเอง และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรออกมามากกว่านั้น... กรณืก็เอื้อมมือคว้าข้อมือของทิวากลับมาตรึงไว้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน “คิดจะหนีไปไหนล่ะ... ทิวา เกมของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะ” --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและเกียร์พังๆ ดวงนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%