ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 4

ปากร้ายเบอร์สิบ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าสมองของน้องสถาปัตย์ปีหนึ่งมันคิดงานออกมาได้ตื้นเขินขนาดนี้ พี่แนะนำให้พับเสื่อกลับบ้านแล้วไปเรียนเย็บปักถักร้อยจะดีกว่านะคะ... อ้อ เผลอๆ งานอนุบาลสาธิตยังดูมีมิติมากกว่านี้ซะอีก" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและเหยียดหยามดังขึ้น ท่าوَะท่าทางของร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวกรรมสีเข้มที่กำลังยืนค้ำหัวโต๊ะเขียนแบบอยู่ ทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องสตูดิโอออกแบบดึกดื่นเงียบกริบลงทันตาเห็น ร่างบางของทิวายืนตัวแข็งทื่อ กำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววความมุ่งมั่นเมื่อครู่ ตอนนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ "เฮียกร..." ทิวาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาแต่กวนประสาทของพี่รหัสตัวดี ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับงานโมเดลที่ทิวาอดหลับอดนอนทำมาสามวันสามคืนเป็นแค่เศษขยะข้างทาง "ไงคะ? ของขึ้นเหรอ?" กรณ์เลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันอย่างเหนือกว่า ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองชิ้นงานสถาปัตยกรรมตรงหน้าอีกครั้งด้วยหางตา "พี่พูดตามเนื้อผ้า ในฐานะเฮียรหัสที่ต้องรับผิดชอบชีวิตรอดของน้องรหัส ถ้าโปรเจกต์นี้เอาไปพรีเซนต์ให้อาจารย์ฟังจริงล่ะก็ คณะเราคงได้เสียชื่อเสียงระดับตำนานแน่ๆ สัดส่วนพื้นที่ใช้สอยก็ผิดเพี้ยน ฟอร์มอาคารก็ดูเหมือนกล่องกระดาษทิชชüแปะกาวตราช้าง น้องใช้สมองส่วนไหนคิดคะเนี่ย ถึงได้ออกแบบอะไรที่ไร้รสนิยมขนาดนี้" "ถ้ามันไร้รสนิยมนัก แล้วเฮียจะเสียเวลามานั่งดูอยู่ทำไมล่ะคะ!" ทิวาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ร่างเล็กตบโต๊ะเสียงดังสนั่นลั่นห้องจนกระดาษสเกตช์ปลิวว่อน แรงกระแทกนั้นทำเอาเต้เพื่อนสนิทที่นั่งหลับสัปหงกอยู่มุมห้องสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาแทบไม่ทัน ทิวาก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าตนเองเกือบหนึ่งช่วงศีรษะอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะเสียเปรียบจนต้องแหงนหน้ามอง แต่รังสีความพยศในแววตาของเด็กสถาปัตย์ตัวเล็กคนนี้กลับแผ่ซ่านจนทำให้คนที่นิ่งสงบมาตลอดอย่างกรณ์ต้องชะงักไปชั่วขณะ "ปากร้ายแบบนี้ สงสัยตอนเด็กๆ แม่ให้กินพริกแทนข้าวสารรึไงคะเฮีย!" ทิวายิงสวนกลับทันควัน เสียงหวานใสสั่นระริกด้วยความโมโห "งานชิ้นนี้ทิวาทั้งค้นคว้า ทั้งคำนวณโครงสร้างด้วยตัวเองจนตีสามตีสี่ทุกวัน เฮียมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกหยามหยันกันเบอร์นี้วะคะ!" "มีสิทธิ์ในฐานะเฮียรหัส และมีสิทธิ์ในฐานะคนที่ฉลาดกว่าหนูหลายเท่าไงคะ" กรณ์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลดต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกับหน้าผากมน รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมปลาบที่ฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ปากเก่งจังนะตัวแค่นี้ เถียงฉอดๆ แบบนี้เอาแรงมาจากไหน ไอร้อนจากตัวน้องเนี่ย มันทำให้ห้องแอร์เย็นๆ ร้อนเป็นเตาปฏิกรณ์เลยรู้ตัวไหม" "ถ้าไม่อยากรับความร้อนจากหนูนัก ก็เชิญไสหัวออกไปจากห้องนี้เลยค่ะ! ไม่มีใครเชิญเฮียมาวิจารณ์ผลงานทุเรศๆ ในสายตาเฮียสักหน่อย!" ทิวาผลักอกแกร่งเต็มแรงเพื่อให้ถอยห่าง แต่คนตัวโตกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินแกรนิต กล้ามเนื้อแน่นใต้ร่มผ้าช็อปวิศวกรรมไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มีเพียงมือหนาที่ยื่นเข้ามาคว้าข้อมือเล็กของทิวาเอาไว้รวบเดียวอย่างรวดเร็ว "ปล่อยนะ! เฮียกร!" ทิวาพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกพันธนาการแน่นขึ้น ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความร้อนรุ่มของอีกฝ่ายโชยเข้าปะทะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ "หึ... ปากเก่งแบบนี้ น่าจับมาฟาดด้วยเกียร์สักทีสองทีจริงๆ" กรณ์กระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหูขาวสะอาด ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ทิว ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นและแรงปะทะทางอารมณ์พุ่งสูงจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระจกสตูดิโอด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "เฮียกรคะ อยู่ในนี้หรือเปล่า มีนหาตั้งนานแหนะ... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ เหมือนมีนจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย" เสียงหวานหยาดเยิ้มของ 'มีน' ดาวคณะบริหารสาวสวยที่พยายามตามเกาะติดกรณ์มานานแรมปีดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อมือของทิวาที่ยังถูกกรณ์กุมไว้แน่น สลับกับใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธของทิวา รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคยประดับบนใบหน้าของมีนหุบลงทันที แววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจและความริษยาที่ปิดไม่มิด ทิวาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมของกรณ์ได้อย่างหวุดหวิด ร่างบางถอยหลังกรูดไปยืนหายใจหอบโยนอยู่ข้างโต๊ะเขียนแบบ ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าพระเอกปากร้ายสลับกับผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนแทบระเบิด กรณ์ไม่ได้สนใจสายตาของมีนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานที่เปื้อนหยาดเหงื่อและคราบความหงุดหงิดของทิวาอย่างไม่วางตา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับกำลังสนุกสนานกับปฏิกิริยาต่อต้านของเด็กดื้อตรงหน้า แต่ทว่า... ความเงียบงันที่น่าอึดอัดถูกทำลายลงด้วยประโยคถัดมาของมีน ที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความนิ่งสนิทราวกับถูกแช่แข็ง "เฮียกรคะ... คุณพ่อของมีนกับคุณอาที่เป็นอธิการบดี กำลังคุยกันเรื่องเรื่องงานหมั้นของเราสองคนแล้วนะคะ ทำไมเฮียถึงยังมาเสียเวลาอยู่กับเด็กกะโปโลคนนี้อีกร่ะคะ?" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความแซ่บและเคมีคลั่งรักในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%