"เฮียกรคะ... คุณพ่อของมีนกับคุณอาที่เป็นอธิการบดี กำลังคุยกันเรื่องงานหมั้นของเราสองคนแล้วนะคะ ทำไมเฮียถึงยังมาเสียเวลาอยู่กับเด็กกะโปโลคนนี้อีกร่ะคะ?"
ประโยคกรีดแทงหัวใจนั้นยังก้องอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างสูงโปรดของกรณ์จะเลือกหันหลังให้ยัยดาวคณะบริหารคนนั้นแล้วก้าวฉับๆ ออกมาตั้งแต่สามวินาทีแรก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าความหงุดหงิดในแววตาคมกริบของเฮียรหัสปีสามจะลดลงเลยแม้แต่น้อย
"ยืนบื้ออยู่ทำไม ทิวา ขาติดสเกลห้องน้ำรึไง ถึงได้เดินช้าเป็นเต่าคลานแบบนั้น"
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานสโมสรนักศึกษาที่ปิดไฟมืดสนิทไปครึ่งห้อง มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์ลอฟท์ที่สาดกระทบโครงหน้าคมคายของกรณ์ให้ดูดุดันและน่าค้นหาไปพร้อมๆ กัน
"ก็ไม่ได้ขาติดอะไรหรอกค่ะเฮีย... แต่เห็นคนเขามีธุระพันล้านกับว่าที่คู่หมั้นดีกรีลูกสาวอธิการบดี ทิวาก็เกรงใจ กลัวจะเป็นก้างชิ้นโตขวางทางรักซะมากกว่า" ทิวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวแปลกๆ กับประโยคเมื่อครู่ของมีน มือเรียวเล็กกำขอบแฟ้มงานโปรเจกต์สถาปัตย์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
กรณ์หยุดเดินแล้วหันขวับกลับมามอง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ทิวาถอยหลังหนีไม่ทัน แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางโมเดลกระดาษอัดแน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบ
"พูดมากน่าทิวา ใครคู่หมั้นใคร เลอะเทอะ"
"อ้าว ก็คุณมีนเขาประกาศซะลั่นตึกบริหารขนาดนั้น ทิวาเป็นแค่เด็กปีหนึ่งตาดำๆ จะไปรู้ดีเท่าว่าที่ภรรยาในอนาคตของเฮียได้ยังไงล่ะคะ" ปากบางๆ สีพีชเถียงกลับทันควัน แม้จะแอบใจสั่นระรัวยามที่ใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายโน้มเข้ามาใกล้จนรับรู้ถึงไออุ่นร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากตัวของคนตรงข้าม
กรณ์ไม่ตอบ ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปค้ำยันขอบชั้นวางโมเดลด้านข้างศีรษะของทิวา กักขังร่างเล็กไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยกรุ่นเข้ามาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวมันชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"หึงเหรอ?"
น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามชิดริมใบหู ประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาทิวารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
"ใคร... ใครหึงเฮีย อย่ามามโนนะคะ!" ทิวารีบปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้าเนียนใสร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ "ทิวาก็แค่เสียดายเวลาทำงานต่างหาก ดึกดื่นค่ำคืนนี้โปรเจกต์ส่งอาจารย์ยังไม่เสร็จเลยนะ"
"ปากแข็ง" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบไล่สายมองตั้งแต่พวงแก้มแดงระเรื่อ ไล่เรื่อยลงมาที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างขัดใจ แววตาของเฮียวิศวะปากร้ายในวินาทีนี้ไม่ได้มีความดุดันเหมือนทุกที ทว่ามันกลับมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่... เป็นแววตาที่คาดเดาไม่ได้และอันตรายต่อหัวใจของทิวาเหลือเกิน
จังหวะนั้นเอง เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติที่ตั้งอยู่มุมห้องก็ส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มที่โชยมาแตะจมูก ทิวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พร้อมกับใช้มือดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเบาๆ
"กาแฟได้แล้วค่ะเฮีย ถอยไปเลย ทิวจะไปเทใส่แก้วให้... เดี๋ยวจะหาว่าเด็กกะโปโลคนนี้ไม่ดูแลเฮียรหัสอีก"
กรณ์ผถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างจำยอม แต่สายตายังคงจดจ้องร่างเล็กที่เดินไปจัดการกับแก้วกาแฟด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ความใกล้ชิดในยามดึกสงัดแบบนี้ ทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งคู่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาทและปากร้าย เริ่มสั่นคลอนจนแทบจะทานทนไม่ไหว
ทิวายื่นแก้วกาแฟร้อนให้กรณ์ด้วยมือที่สั่นนิดๆ ทว่าจังหวะที่นิ้วเรียวสัมผัสโดนปลายนิ้วอุ่นจัดของคนตัวโต กรณ์กลับไม่ได้รีบดึงมือกลับ ทว่าเขากลับพลิกฝ่ามือแล้วรวบนิ้วมือเล็กๆ ของทิวาเอาไว้หลวมๆ
ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงัน...
"มีนก็คือมีน..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของทิวา "ส่วนเรื่องอื่น... เดี๋ยวยกยอดไว้เคลียร์ทีหลัง แต่ตอนนี้ เลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้มาเข้าค่ายวิศวะสักที ทิวา"
คำพูดกำกวมกับสัมผัสอุ่นที่กุมมือไว้ทำเอาทิวาลืมหายใจ สมองตื้อตันจนคิดคำเถียงไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ยิ่งดึก... กลิ่นกาแฟยิ่งหอมกรุ่น และสายตาของกรณ์ก็ยิ่งทำให้อาการใจสั่นของทิวาเดินทางมาถึงขีดอันตราย
ทว่า... ก่อนที่ทิวาจะได้อ้าปากพูดอะไรโต้กลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
*แอ๊ด...*
เสียงประตูกระจกห้องสโมสรนักศึกษาที่ไม่ได้ล็อกถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมถุงพลาสติกใส่เสบียงดึก แสงไฟสว่างวาบที่ถูกเปิดขึ้นกะทันหันทำให้ทั้งกรณ์และทิวาต้องผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน
"เฮียกร... อ้าว น้องทิวา ทำไมยังอยู่กันสองต่อสองดึกดื่นขนาดนี้ล่ะครับเนี่ย หน้าแดงๆ ด้วย ไม่สบายรึเปล่า?"
เสียงทุ้มคุ้นเคยของ 'เตต้าร์' รุ่นพี่ปีสามสายรหัสเดียวกันดังแทรกขึ้นมา ทำลายบรรยากาศชวนใจสั่นเมื่อครู่ให้พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอบคุณที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความซึนของเฮียกรกับน้องทิวาด้วยกันนะคะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 5
กลิ่นกาแฟกับสายตาคาดเดาไม่ได้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!