ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 6

โดนแกล้งแต่ไม่ยอมแพ้

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้ารุ่นพี่ปีสามจะยืนเป็นเสาไฟขวางทางสถาปัตย์แบบนี้ เกรงใจค่าบำรุงตึกคณะฉันด้วยนะคะพี่เตต้าร์” ทิวากระแทกเสียงใส่รุ่นพี่หนุ่มสายรหัสเดียวกันด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ หลังจากที่ร่างสูงโปร่งของเตต้าร์เข้ามาขัดจังหวะนรก—เอ๊ย ขัดจังหวะการต่อปากต่อคำระหว่างเขากับเฮียรหัสปากร้ายอย่างกรณ์ได้อย่างพอดิบพอดี ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนนิดๆ อย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีปีสาม เตต้าร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนายกขึ้นขยี้กลุ่มผมนิ่มของรุ่นน้องตัวเล็กจนฟูฟ่องด้วยความหมั่นเขี้ยว โดยไม่ทันสังเกตสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของคนที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ข้างๆ “ปากเก่งขึ้นนะเรา ช่วงนี้โดนวิศวะแถวนี้หยุมหัวบ่อยจนติดเชื้อความกวนประสาทมาแล้วมั้งเนี่ย” เตต้าร์แซิวยิ้มๆ เหล่หางตาไปทางกรณ์ที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงถนัดตา รังสีความหึงหวงและไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกมาจนคนรอบข้างสัมผัสได้ “ใครติดเชื้อใครพูดให้มันดีๆ นะคะพี่” ทิวายกมือขึ้นปัดป้องหัวตัวเอง ปากเล็กๆ เบะออกอย่างขัดใจ “ฉันแค่มารับชีทเลคเชอร์คืน ไม่ได้มาฟังคนแก่บ่นซะหน่อย” “ใครแก่ หะไอ้ตัวแสบ!” กรณ์ที่ยืนเงียบมานานทนไม่ไหว ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวร่างเล็กอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางไว้หลวมๆ แต่แน่นหนาพอที่จะไม่ให้เจ้าตัวดีขยับหนีไปไหน สายตาดุๆ กวาดมองเตต้าร์ด้วยความหมายว่า *‘มึงว่างมากเหรอไอ้เตต้าร์ ไสหัวไปไหนก็ไป!’* เตต้าร์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หล่า เจ้าตัวยกมือขึ้นยอมแพ้เชิงสัญลักษณ์ “โอเคๆ กูไม่กวนบรรยากาศพรีเวดดิ้งของมึงละไอ้กร พอดีอาจารย์เรียกใช้งานพอดี... ไปนะน้องทิวา เดี๋ยวว่างๆ พี่พาไปเลี้ยงน้ำหวานล้างปากจากพวกปากหมาแถวนี้” พูดจบ เตต้าร์ก็โบกมือหยอยๆ แล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ทิวายืนเคว้งอยู่กับออร่าความฮوتแต่ปนความอันตรายของเฮียรหัสหน้าดุที่ตอนนี้ก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ปล่อยเลยค่ะเฮีย จะมาจับแขนจับขาฉันทำไมเนี่ย คนมองกันทั้งตึกคณะแล้วนะ!” ทิวาโวยวายเบาๆ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้น กรณ์ก็ยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ลลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห “มองให้มันรู้ไปสิว่าใครเป็นเจ้าของน้องรหัส” กรณ์กระซิบเสียงต่ำชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ “ส่วนเรื่องที่คุยกับไอ้เตต้าร์เมื่อกี้... ใครปากหมา หืม?” “ก็คนที่กำลังก้มหน้ามาถามฉันอยู่นี่ไงคะ!” ทิวาลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม “ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันจะรีบเอาเลคเชอร์ไปเคลียร์ งานโปรเจกต์สถาปัตย์กองเท่าภูเขา ไม่ว่างมาต่อปากต่อคำกับวิศวะว่างงานแถวนี้หรอกนะ” กรณ์หรี่ตามองคนปากเก่งอย่างพิจารณา มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจขึ้นนิดๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากข้อมือบางแต่โดยดี ร่างสูงคว้าสมุดเลคเชอร์ปกหนังสีดำสนิทของตัวเองขึ้นมาถือไว้ แล้วยื่นมันไปตรงหน้าทิวา “เอ้า เอาไปสิ จะได้รีบเอาไปเคลียร์ สมุดเลคเชอร์วิชาโครงสร้างที่เธอทำหายไว้ที่ห้องซ้อมดนตรีวันก่อน... เปิดดูดีๆ ล่ะ เผื่อมี ‘ลายแทงความรู้’ พิเศษที่ฉันจดไว้ให้” ทิวารับสมุดเลคเชอร์มาถือไว้ด้วยความงุนงงชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองหน้ากรณ์อย่างไม่ไว้ใจ “จดอะไรของเฮีย ปกติลายมือเฮียเหมือนไก่เขี่ย อ่านทีไรปวดตับทุกที มีอะไรดีไปกว่าสูตรคำนวณปวดหัวอีกหรือไง” “อยากรู้ก็เปิดดูเองสิครับ... น้องรหัสตัวแสบ” กรณ์ยิ้มมุมปาก ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าจากไป ปล่อยให้ทิวายืนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย พอกลับมาถึงโต๊ะทำงานในสตูดิโอคณะสถาปัตย์ ทิวาก็จัดการหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนทันที วางสมุดเลคเชอร์เล่มหนาลงบนโต๊ะ ดวงตาคู่สวยจ้องมองปกหนังสีดำด้วยความรู้สึกแปลกๆ ทำไมวันนี้เฮียกรดูแปลกไป... ปกติเห็นสมุดเลคเชอร์นี่หวงยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่นี่กลับยอมให้เขายืมเอามาถ่ายเอกสารง่ายๆแถมยังบอกให้เปิดดูดีๆ อีก “มีพิรุธ... ตาเฮียนั่นต้องวางแผนแกล้งอะไรฉันแหงๆ” ทิวาพึมพำกับตัวเอง มือเรียวเปิดหน้าแรกของสมุดเลคเชอร์ออกผ่านๆ จนกระทั่งเปิดมาถึงหน้าที่จดเนื้อหาบทสำคัญ... กระดาษโน้ตโพสต์อิทสีชมพูสะท้อนแสงแผ่นหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ ร่างเล็กก้มลงเก็บขึ้นมาพลิดู ข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบของกรณ์ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย *[ถ้าอ่านเลคเชอร์หน้า 45 แล้วยังทำโปรเจกต์ส่งไม่ผ่าน... เตรียมตัวโดนทำโทษด้วยการเป็นเบ๊ซื้อข้าวให้ฉันหนึ่งสัปดาห์เต็มนะเด็กดื้อ - กรวิชญ์]* “ฮึ่ย! ใครจะไปยอมแพ้กันเล่า!” ทิวากัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้จนแก้มป่อง นึกอยากจะขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งลงถังขยะให้รู้แล้วรู้รอด แต่สมองเจ้าเล่ห์กลับประมวลผลความคึกคะนองขึ้นมาเสียก่อน มุมปากอิ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันทีเมื่อปิ๊งไอเดียแก้เผ็ดสุดแสบขึ้นมาได้ “อยากท้าทายนักใช่ไหมคะเฮีย... จัดให้ตามคำขอเลยค่ะ!” ทิวาคว้าปากกาเมจิกสีแดงเพลิงจากกล่องดินสอของตัวเองขึ้นมา เปิดสมุดเลคเชอร์หน้า 45 ที่กรณ์จดไว้ แล้วจัดการเขียนข้อความโต้ตอบลงไปในกระดาษโน้ตแผ่นเดิมด้วยลายมือเฉียบคม ก่อนจะบรรจงเสียบมันกลับไว้ที่เดิมในตำแหน่งที่เปิดอ่านปุ๊บเจอทันที พร้อมกับแอบสอดกระดาษโน้ตอีกแผ่นที่วาดรูปหน้าคนทำหน้าบูดเบี้ยวใส่แว่นวิศวะ พร้อมข้อความกวนๆ ไว้ท้ายเล่มเพื่อเป็นการเอาคืนแบบดับเบิล วันรุ่งขึ้น ณ โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศช่วงเที่ยงเนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาชายฉกรรจ์กลิ่นอายเหงื่อไคลและน้ำมันเครื่อง กรณ์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะยาวตัวเดิม ล้อมรอบด้วยเพื่อนสนิทในกลุ่มที่กำลังส่งเสียงแซวกันลั่นโต๊ะ “ไอ้กร วันนี้อารมณ์ดีเหรอวะ เห็นยิ้มมุมปากตั้งแต่เช้าละ หรือว่าเมื่อวานไปหยอดน้องรหัสสถาปัตย์มาจนใจฟู?” เพื่อนสนิทคนหนึ่งเอ่ยแซิวยิ้มๆ พร้อมกับตบโต๊ะฉาดใหญ่ กรณ์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า มือหนาหยิบสมุดเลคเชอร์เล่มโปรดขึ้นมาเปิดดูหน้า 45 ที่เขาวางแผนไว้ลึกซึ้ง กะว่าจะแกล้งให้เจ้าตัวเล็กวิ่งแจ้นมาโวยวายถึงตึกให้หายมันเขี้ยวสักหน่อย แต่ทว่า... ทันทีที่เปิดสมุดเลคเชอร์ออก สายตาคมกริบก็ต้องชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาแข็งค้างไปในทันที กระดาษโน้ตสีชมพูแผ่นเดิมไม่ได้มีแค่ข้อความของเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะด้านล่างมีลายมือหวัดๆ ของใครบางคนเขียนต่อท้ายไว้ด้วยตัวอักษรตัวบรรจงที่อ่านแล้วชวนให้คิ้วหนากระตุกแรง *[ถ้าเลคเชอร์หน้า 45 ของเฮียมันเข้าใจยากขนาดนั้น... แนะนำให้ไปลงเรียนอนุบาลใหม่นะคะ เผื่อสมองจะรับรอยหยักเพิ่มขึ้นบ้าง ด้วยความปรารถนาดีจากทิวาคนสวย]* เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเขากวาดสายตาเปิดไปดูหน้าสุดท้าย... รูปวาดการ์ตูนหน้าคนใส่แว่นทำหน้าบูดเป็นตูดหมู พร้อมข้อความตัวโตๆ ว่า *'คนแก่ขี้บ่น ระวังแก่เร็วนะคะเฮีย!'* ก็ปรากฏหราอยู่เต็มหน้ากระดาษ “อุ๊บ...!” เพื่อนสนิทที่ชะโงกหน้ามาแอบดูถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองพรวดออกมา รีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง “เฮ้ยไอ้กร... น้องรหัสมึงนี่มันไม่ธรรมเว้ย กล้าต่อปากต่อคำกับมึงขนาดนี้ มีคนเดียวในสามโลกแล้วมั้งเนี่ย!” เส้นเลือดที่ขมับของกรณ์ปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความรู้สึกผสมปนเประหว่างความหมั่นไส้สุดขีดและความเอ็นดูจนแทบจะระเบิด ไอ้เด็กนี่... กล้าดียังไงมาท้าทายอำนาจมืดของเฮียรหัสคนนี้! กรณ์แค่นหัวเราะในลำคออย่างคาดโทษ มือหนาปิดสมุดเลคเชอร์เสียงดัง *‘ปัง!’* จนคนรอบข้างสะดุ้งโหยง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาใครบางคนทันทีด้วยความรวดเร็ว *[กล้ามากนะเด็กดื้อ... เย็นนี้หลังเลิกเรียน เจอกันที่สตูดิโอสถาปัตย์ เตรียมตัวรับบทลงโทษได้เลย!]* ทันทีที่ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของทิวาที่กำลังนั่งปั่นโมเดลอยู่ในสตูดิโอ ร่างบางก็สะดุ้งเล็กน้อย อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาแล้วพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ถึงปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงเต้นแรงแปลกๆ แบบนี้ฟะเนี่ย! ในขณะที่ทกำลังนั่งกัดเล็บด้วยความกระวนกระวายใจเพราะไม่รู้ว่าเฮียรหัสจอมเผด็จการจะมาไม้ไหน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสตูดิโอ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้านิ่งเรียบแต่แฝงรังสีความอันตรายไว้เต็มเปี่ยม กรณ์ยืนกอดอกพิงขอบประตู สายตาดุคู่นั้นกวาดมองหาเป้าหมายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างเล็กของทิวาที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน “ไงคะ... ตัวแสบ คิดเหรอว่าจะหนีพ้นบทลงโทษของเฮียวันนี้?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%