ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 7

รอยยิ้มมุมปากของเฮีย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ไงคะ... ตัวแสบ คิดเหรอว่าจะหนีพ้นบทลงโทษของเฮียวันนี้?” เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ต่ำลงจนชวนสั่นสะท้านดังชิดริมหูของทิวา ร่างโปร่งบางที่กำลังก้าวถอยหลังเพื่อหาทางหนีทีไล่ถึงกับสะดุดขาตัวเองจนเซถลาเข้าหาแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความร้อนระอุจากช็อปวิศวะลอยวนอยู่รอบตัว จนเด็กสถาปัตย์ปีหนึ่งอย่างเขาต้องรีบยกมือขึ้นดันลาดไหล่หนาไว้ทันที “ถอยไปเลยนะเฮีย! ใครตัวแสบไม่ทราบ ตัวเองต่างหากที่ชอบหาเรื่องแกล้งเด็กก่อน!” ทิวาเชิดหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตกว่าที่ยืนกอดอกอมยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ แสงไฟนีออนจากโรงจอดรถคณะวิศวะสาดส่องลงมาทำให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ได้อย่างชัดเจน ให้ตายสิ... ผู้ชายอะไร หน้าตาดีเป็นอาวุธร้ายกาจ ปากก็ร้ายยิ่งกว่ากรรไกร แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมของเขามันถึงได้เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกทุกครั้งที่เข้าใกล้แบบนี้นะ! กรณ์มองเด็กดื้อที่พยายามทำตัวพองขนใส่เหมือนแมวขู่ เขาแค่นسเสียงหึในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความหมั่นเขี้ยว มือหนายื่นออกไปรวบข้อมือเล็กที่พยายามดันอกเขาไว้รวบเดียว นิ่งสนิทและมั่นคงจนทิวาขยับหนีไปไหนไม่ได้ “ปากเก่งจังนะทิวา เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งเขียนโน้ตแปะไว้ที่เบาะรถกูอยู่เลยไม่ใช่เหรอ หือ?” ทิวาชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบ เมื่อนึกถึงกระดาษโน้ตสีเหลืองลายการ์ตูนกวนๆ ที่เขาแอบเขียนเสียบไว้ที่กระจกหน้ารถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบต์คันโตของอีกฝ่ายก่อนหน้านี้... *“จอดรถให้มันดีๆ หน่อยสิเฮีย เกะกะทางเดินคนอื่น ระวังล้อแม็กเป็นรอยนะเว้ย จาก... คนที่หมั่นไส้เฮียที่สุดในสามโลก”* คิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธจนควันออกหูเสียอีก ใครจะไปรู้ว่าเฮียรหัสจอมโหดคนนี้จะตามมาดักรอถึงหน้าตึกคณะแถมยังรวบตัวเขาไว้ได้คาหนังคาเขาแบบนี้ “ก็... ก็มันเกะกะจริงๆ นี่นา ใครใช้ให้เฮียเอาลูกรักมาจอดขวางทางเดินเด็กสถาปัตย์ล่ะคะ คณะเรายิ่งของเยอะอยู่” ทิวายังคงเถียงเสียงแข็ง แม้ว่าหัวใจจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ “เถียงคำไม่ตกฟากนะเรา” กรณ์หรี่ตามองคนตัวเล็กกว่าอย่างคาดโทษ แต่ลึกเข้าไปในดวงตากลับพราวระยับไปด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ “กล้ามากนะที่กล้าเขียนมาสั่งสอนกู กล้าหาญชาญชัยดีนี่... อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าจับตีมือสักที จะยังปากดีแบบนี้อยู่ไหม” “เฮีย! นี่คิดจะทำร้ายร่างกายรักษานะคะ แบบนี้ฟ้องสโมสรนักศึกษาแน่!” ทิวาร้องโวยวายพร้อมกับพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของสถาปนิกตัวน้อยจะสู้แรงของวิศวกรปีสามสายกีฬาอย่างกรณ์ได้ เต้ที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก รีบกระแอมไอเสียงดังเพื่อเตือนสติเพื่อนรัก พร้อมกับส่งเสียงแซวข้ามลานจอดรถมาทันที “แหมๆๆ เฮียกรครับ จะจีบก็จีบดีๆ เถอะครับ ไม่ต้องถึงขั้นรวบตัวปล้ำกลางลานจอดรถหรอกมั้งเพื่อนผมตื่นเต้นหมดแล้วเนี่ย!” ทิวาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความอาย รีบหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทปากดีที่ยืนกอดอกยิ้มแฉ่งอยู่ “ไอ้เต้! ปากดีนักนะ มึงมาช่วยกูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!” “ช่วยไม่ได้เว้ยเพื่อน เฮียเขามีอำนาจเหนือกว่า มึงยอมจำนนแต่โดยดีเถอะวะ!” เต้ลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านแถมยังทำท่าจะเดินหนีเลี่ยงไปทางอื่นเพื่อเปิดทางให้อีกต่างหาก “ไอ้เพื่อนทรยศ!” ทิวากัดฟันกรวด กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำที่สั่นอยู่ในอกนั้นช่างทรงพลังจนทิวารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางเพื่อนสนิทของนายเอกด้วยสายตาดุๆ เชิงไล่อ้อมๆ จนเต้รีบยกมือยอมแพ้แล้วเดินเลี่ยงหายเข้าไปในตึกคณะทันทีอย่างรู้หน้าที่ ตอนนี้... ลานจอดรถรอบตัวจึงเหลือเพียงแค่เขากับเฮียรหัสจอมเผด็จการแค่สองคนเท่านั้น บรรยากาศเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่ากลัว กรณ์ค่อยๆ คลายมือที่จับข้อมือบางออกอย่างเบามือกว่าเดิม แต่เปลี่ยนเป็นใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้กรอบหน้าเนียนใสแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ปัดผ่านผิวแก้มทำให้ทิวานิ่งค้างไปโดยอัตโนมัติ ลืมบทสนทนาที่จะเถียงต่อจนหมดสิ้น “ดื้อ... แต่ก็น่ารักดี” เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากหยัก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสจนทิวารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นน้ำ “ใครน่ารัก... พูดจาแปลกๆ อีกแล้วนะเฮีย” ทิวาพยายามหลบสายตาคมคายคู่นั้น แต่มือหนากลับย้ายมาประคองปลายคางมนให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เขาต้องรับรู้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มมุมปากร้ายๆ นั้น กรณ์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่แค่นسเสียงในลำคอเบาๆ แล้วปล่อยมือออกจากการกักขัง ก่อนจะควักสมาร์ทโฟนเครื่องหรูออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง ปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นมาตรงหน้าทิวา “อะไอีกคะ?” ทิวาขมวดคิ้วมุ่น มองหน้าจอที่เปิดแอปพลิเคชันแชทค้างไว้ “แอดไลน์กูซะ” คำสั่งห้วนสั้นแต่เด็ดขาดดังขึ้น “ต่อไปนี้ ถ้ามีอะไรจะไม่พอใจ หรืออยากจะบ่นเรื่องที่จอดรถของกูอีก ห้ามเขียนโน้ตแปะกระจกให้เสียเวลา... ให้พิมพ์มาบอกในนี้โดยตรง เข้าใจไหม?” ทิวากะพริบตาปริบๆ มองหน้าจอที่มีคิวอาร์โค้ดปรากฏหราอยู่ สมองประมวลผลไม่ทันกับความเอาแต่ใจแบบเนียนๆ ของอีกฝ่าย “ทำไมทิวาต้องแอดด้วยล่ะคะ ในเมื่อเราก็อยู่สายรหัสเดียวกัน มีกรุ๊ปใหญ่อยู่แล้วนี่นา” “ก็เพราะในกรุ๊ปมันมีคนอื่นเยอะแยะ... กูขี้เกียจอ่านข้อความคนอื่น รำคาญ” กรณ์ตอบหน้าตาย น้ำเสียงราบเรียบแต่แววตากลับพราวระยับ “หรือว่า... กลัวว่าแอดไลน์ส่วนตัวแล้วจะห้ามใจไม่ไหว ตกหลุมรักเฮียรหัสคนนี้เข้าจริงๆ ล่ะหือ?” “หลงตัวเองเป็นที่สุด! ใครจะไปตกหลุมรักคนปากร้ายแบบเฮียกัน!” ทิวารีบคว้ามือถือของตัวเองขึ้นมาสแกนคิวอาร์โค้ดบนจอของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า “แอดให้แล้วนะยะ! พอใจยัง?” เสียงเตือนข้อความดังขึ้นเบาๆ ในมือถือของกรณ์ เจ้าตัวก้มลงมองหน้าจอที่มีชื่อบัญชีของทิวาเด้งขึ้นมาพร้อมกับสติกเกอร์รูปแมวหน้ากวนประสาท มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็นชัดเจน ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองแทบหยุดหายใจ “ดีมาก... เด็กดี” กรณ์เอื้อมมือมาขยี้ผมซอยสั้นของทิวาจนยุ่งเหยิงไปหมด “คืนนี้ห้ามปิดเสียงไลน์ล่ะ เผื่อเฮียมี ‘การบ้าน’ พิเศษจะส่งมาให้ตรวจ” “เฮียกร! นี่เห็นทิวาเป็นเด็กอนุบาลเหรอ ถึงต้องมีทำการบ้านส่งน่ะ!” ทิวาโวยวายไล่หลังเมื่อร่างสูงก้าวเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบต์คู่ใจ สตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่มแล้วขับออกไปจากลานจอดรถด้วยความเร็ว ทิ้งให้เขายืนกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจชะมัด! ทิวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าตึกคณะเพื่อไปหาเพื่อนสนิท ทัน0นั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความใหม่จากไลน์ที่เพิ่งแอดไปเมื่อครู่ *[Korn_V]: ถึงห้องแล้วรายงานตัวด้วย... ถ้าช้า เฮียจะตามไปเคาะห้องถึงเตียง* ทิวายืนแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมองรอบตัวราวกับกลัวว่าร่างสูงจะโผล่กลับมาจริงๆ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อด่ากราดคนเอาแต่ใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ไม่ได้มาจากกรณ์ ก็ทำให้เลือดในกายของทิวาเย็นเฉียบลงทันที “น้องทิวาครับ... ดึกป่านนี้แล้ว ยังไม่กลับหออีกเหรอครับ ให้พี่ไปส่งไหม?” เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมแตะลงบนไหล่บางของเขาอย่างถือวิสาสะ! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและอินไปกับความซึนของเฮียกรและน้องทิวานะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%