ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 8

โรงอาหารเดือด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวแกงปักษ์ใต้เคลลุ้งปะปนกับเสียงจอแจของโรงอาหารกลางมหาวิทยาลัย แต่ทิวากลับไม่ได้สนใจความอลหม่านรอบตัวเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตากลมโตสีนิลกำลังจ้องเขม็งไปยังมือหนาเจ้าของสัมผัสอุ่นร้อนบนไหล่บาง ซึ่งเจ้าตัวยังคงวางค้างไว้อย่างหน้าตาเฉย เสียงทุ้มหวานที่เอ่ยทักเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับเงาร่างโปร่งระหงของ ‘มีน’ ดาวคณะบริหารธุรกิจปีสอง ที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับกรณ์อย่างแนบเนียน “เฮียกรขา นานมากกว่ามีนจะหาโต๊ะนั่งได้ โรงอาหารคนเยอะเป็นบ้าเลยค่ะ” น้ำเสียงดัดจริตจนเกือบจะเลี่ยนนั้นลอยมาพร้อมกับการทิ้งตัวลงนั่งเบียดกับร่างสูงของเฮียรหัสคณะวิศวกรรมศาสตร์แบบแนบชิด ชนิดที่ว่าไหล่แทบจะเกยกัน ทิวากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างสุดจะทน เผลอสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกบางกระเพื่อมไหว พลางขยับถ้วยกาแฟในมือกระแทกกับโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ จนเตّที่นั่งฝั่งตรงข้ามต้องรีบสะกิดขาเตือนสติ “อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ พอดีมือมันลื่น… แถวนี้อากาศก็ออกจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบมีแมลงวันบินมาเกาะแถวคนอื่นเขาอยู่เรื่อย น่ารำคาญชะมัด” ทิวาลอยหน้าลอยตาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่หางตาตวัดส่งไปให้ผู้มาใหม่แบบเชือดเฉือน ชนิดที่ถ้ามีมีดบินได้ มีนคงพรุนไปทั้งตัวแล้ว มีนหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาหวานหยาดเยิ้มตามเดิม พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนเสื้อยืดสีดำสนิทของกรณ์ “มีนแค่อยากมาทานข้าวกับเฮียเองนะคะ… ว่าแต่น้องคนนี้ใครเหรอคะ หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่คณะสถาปัตย์ฯ” “เด็กในปกติตั้งแต่ชาติปางก่อนมั้งครับ” เต้สวนกลับทันควันด้วยรอยยิ้มการค้า ก่อนจะตักข้าวเข้าปากอย่างไม่ี่สะทกสะท้าน “น้องสถาปัตย์ฯ แท้ๆ แต่ทำตัวเหมือนเจ้าหนี้จำจำนองตึกคณะวิศวะฯ ไว้ ครบกำหนดไถ่ถอนหรือยังล่ะวะไอ้ทิ?” “ปากเสียนะเต็” ทิวาหันไปค้อนเพื่อนสนิทวงใหญ่ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนหัวร้อนที่นั่งนิ่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อครู่ กรณ์ไม่ได้ปัดมือของมีนออกทันทีอย่างที่ควรจะเป็น… นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เส้นความอดทนของเด็กดื้ออย่างทิวาขาดสะบั้นลงในพริบตา! ดวงตาคมกริบของเฮียรหัสตัวร้ายช้อนขึ้นมองสบตาเขานิ่ง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขบขันระคนเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นใบหน้าหวานง้ำงอ แก้มป่องๆ ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธ กรณ์ก็ยิ่งรู้สึกว่าข้าวกล่องตรงหน้ามีรสชาติหวานขึ้นมาอย่างประหลาด ไอ้เด็กนี่… เวลาหึงแล้วดูน่าแกล้งเป็นบ้า “มีนอยากกินอะไร สั่งสิ เดี๋ยวเฮียเลี้ยง” กรณ์เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือหนากลับเลื่อนไปวางทาบลงบนพนักเก้าอี้ฝั่งที่ทิวานั่งอยู่ แม้จะไม่ได้แตะโดนตัว แต่ท่าทีโอบล้อมทางอ้อมนั้นชัดเจนเสียจนคนมองอยากจะลุกขึ้นคว่ำโต๊ะ “จริงเหรอคะ? เฮียกรใจดีที่สุดเลย งั้นมีนเอา….” “พอดีโต๊ะนี้เต็มแล้วครับคุณดาวคณะ” ทิวาแทรกขึ้นเสียงแข็ง นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นอย่างไม่ปิดบังความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนทะลุปรอท “ถ้าอยากสวีทกันนัก ทำไมไม่ไปกินกันสองต่อสองที่อื่นล่ะครับ มานั่งเบียดเสียดตรงนี้ เดี๋ยวกลิ่นแกงไตปลาจะติดกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักแสนเอาเปล่าๆ” “น้องพูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ มีนแค่มาทักทายเฮียกรเองนะ” มีนหน้าเสีย เริ่มออกอาการเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ “ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไงครับ แค่แปลกใจว่าสมัยนี้มารยาทพื้นฐานในการเคารพพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น เขาสอนกันที่คณะบริหารช้า หรือว่าเด็กบริหารเขาชอบแย่งของใช้คนอื่นกันเป็นสันดานอยู่แล้วล่ะครับ?” “นี่นาย! ปากดีนักนะ!” มีนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นทำท่าจะชี้หน้าเอาเรื่อง แต่ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะทันได้แตะตัวทิวา มือหนาของกรณ์ก็เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของมีนไว้เสียก่อน นัยน์ตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบโต๊ะลดฮวบลงหลายองศา “พอได้แล้วมีน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนนิ่งๆ แต่เฉียบขาด “ฉันมานั่งกินข้าวเงียบๆ ของฉัน ไม่ได้ต้องการคนมาวุ่นวาย… ส่วนเธอ” กรณ์เบนสายตาคมกริบกลับมาสบกับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ฝั่งตรงข้าม มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างร้ายกาจ “เลิกทำหน้าเหมือนโดนแย่งสมบัติได้แล้ว ยัยเด็กดื้อ” “ใครเด็กดื้อ! แล้วใครอยากได้สมบัติเฮียกัน!” ทิวาโพล่งขึ้นทันควันด้วยความอับอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู “ปล่อยให้ยัยนี่นั่งป้อนข้าวป้อนน้ำตามใจชอบเลยสิครับ จะมาสนใจผมทำไมเล่า!” “หึงเหรอ?” กรณ์เอ่ยถามเสียงเบา ทว่ากวนประสาทที่สุดในสามโลก แถมยังจงใจโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกทิวา “ใคร! ใครหึงเฮีย! อย่ามามโนนะ!” ทิวารีบเถียงเสียงแข็ง หลบสายตาวาววับที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยิน เต้ที่นั่งดูละครฉากใหญ่กระแอมไอเบาๆ พลางส่ายหัว “แหม… กลิ่นส้มตำแถวนี้มันเปรี้ยวทะลุทะลวงจนแสบจมูกเลยแฮะ ว่าไหมวะไอ้ทิ?” “เต้!” ทิวาหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้สะพายพาดบ่าอย่างหัวเสีย “ผมอิ่มละ ไม่อยากกินต่อแล้ว เชิญเฮียกับแฟนใหม่เอ็นจอยมิลล์กันตามสบายเลยนะครับ!” ร่างบางสะบัดหน้าหนี เตรียมจะก้าวเท้าเดินหนีออกจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ทันที แต่ทว่า… หมับ! ข้อมือเล็กถูกมือหนารวบเอาไว้ด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อย แต่กลับทำให้ก้าวขาไม่ออก ทิวาหันกลับไปตวัดตามองค้อนควับ “ปล่อยนะเว้ย! จะมาดึงไว้ทำไมอีก!” กรณ์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับออกแรงดึงเบาๆ จนร่างเล็กเซถลาเข้าไปใกล้เก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตที่ฉายแววพยศอย่างชัดเจน “จะไปไหนล่ะ หืม?” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูแผ่วเบา จนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “เคลียร์เรื่องเมื่อกี้ให้จบก่อน… ว่าใครกันแน่ที่เป็น ‘ของใช้’ ของฉัน” ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอน เมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของกรณ์ค่อยๆ ไล้เบาๆ ที่ข้อแขนอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ในโรงอาหารที่เริ่มหันมามองเป็นตาเดียว และก่อนที่ทิวาจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของกรณ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เฮียหนุ่มละสายตาจากใบหน้าหวานชั่วขณะ ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์เพียงเสี้ยววินาที… ทว่ารอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่กลับเลือนหายไปในพริบตา สีหน้าของกรณ์เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมเย็นชาขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตากับทิวาอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบคู่ใจขึ้นมาถือไว้ “มีน… กลับไปก่อน” กรณ์เอ่ยเสียงเรียบกับดาวคณะบริหารที่ยังคงนั่งหน้าเสีย “ส่วนเธอ…” ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ทิวาด้วยความหมายลึกซึ้ง “ตามฉันมานี่… มีเรื่องด่วนที่เธอต้องเคลียร์กับฉันยาวๆ แน่” พูดจบ กรณ์ก็คว้าข้อมือเล็กของทิวาให้ก้าวตามแรงดึงทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว! ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางไปพร้อมกับความซึนของเฮียกรกับความปากเกิร์ลของน้องกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%