แรงบีบจากอุ้งมือหนาที่พันธนาการข้อมือเล็กไว้ ไม่ได้เบาลงเลยสักนิดตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากโรงอาหารคณะบริหาร ทิวากัดริมฝีปากแน่นด้วยความหงุดหงิด สมองประมวลผลหาคำด่าทอสารพัดเพื่อจะฟาดใส่เฮียรหัสจอมเผด็จการคนนี้ให้หายแค้น แต่ติดตรงที่แรงกระชากของร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะเปื้อนคราบสีจางๆ นั้น พาเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวจนมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าของห้องสมุดกลางมหาวิทยาลัย ในจังหวะเดียวกับที่หยาดฝนเม็ดแรกหล่นกระทบพื้นปูนดัง *เปาะ... แปะ...* ก่อนจะโหมกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าถล่ม
"ปล่อยได้แล้วมั้งคะเฮีย! คิดว่ารั้งข้อมือฉันไว้แล้วจะเท่มากหรือไง!"
ทิวาสลัดข้อมือออกจากการกุมเกาะทันทีที่แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือแถวในสุด สายตากลมโตตวัดมองค้อนร่างสูงที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า อกบางกระheepขึ้นลงตามจังหวะการหายใจด้วยความเหนื่อยและอารมณ์กรุ่นโกรธ
กรณ์ไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาปราบเซียนกวาดมองสำรวจคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างโปร่งในเสื้อนิสิตตัวโคร่งกับกางเกงสแลคเข้ารูปกำลังยืนกอดอกเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางพยศเหมือนแมวขู่ฟ่อแบบนี้แหละที่ทำเอาคนปากร้ายอย่างกรวิชญ์ต้องคอยหาเรื่องแกล้งอยู่เรื่อย
"เตี้ยแล้วยังปากเก่ง" กรณ์พ่นลมหายใจทางจมูก น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันเล็กน้อยตามวิสัย "เมื่อกี้ทำเป็นเก่ง ยืนยิ้มระรื่นอยู่กับไอ้เดือนบริหารหน้าหวานคนนั้น ทำไมพอโดนฉันลากออกมา ถึงทำหน้าเหมือนปลาทูตากแห้งล่ะหึ"
"เฮีย!" ทิวาปรีแตกจนเกือบจะกรี๊ดใส่หน้า "ฉันจะคุยกับใคร ยิ้มให้ใคร มันก็เรื่องของฉันป่ะวะ! เราเป็นแค่... เอ่อ เป็นแค่สายรหัสกันป่ะ บัญญัติไตรยางค์ไหนบอกว่าเฮียมีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉัน!"
"ก็ในฐานะเฮียรหัสไง" กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนทิวาต้องผกายหลังชนตู้หนังสือ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูกจนคนตัวเล็กต้องรีบกลั้นหายใจ "หน้าที่ดูแลน้องรหัสรวมถึงการกันพวกแมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญออกไปด้วย ไม่รู้หรือไงเด็กสถาปัตย์"
"แมลงหวี่แมลงวันอะไรเล่า! พี่มีนเขาออกจะสวยเพอร์เฟกต์ ดาวคณะบริหารนะเว้ยเฮีย!" ทิวาย้อนเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงตัวหนีแผงอกกว้างที่โน้มลงมาใกล้เสียจนพื้นที่หายใจเริ่มแคบลงทุกที "ถ้าชอบเขานักก็ไปนั่งเช็ดฝุ่นให้เขาโน่น ไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉัน!"
"หึง?"
คำถามสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์พราวระยับ ทำเอาทิวาชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไปสามจังหวะ สมองรวนเรจนเถียงไม่ออก
"บ้า... บ้าสิ!" ทิวารีบปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการดันไหล่กว้างให้ออกห่าง "ใครจะไปบ้าหึงคนปากเสียอย่างเฮีย! หลบไปเลยนะ ฝนตกขนาดนี้ฉันจะกลับหอ!"
"มองสภาพข้างนอกนั่นก่อนสิครับคุณทิวา"
กรณ์พยักเพยิดหน้าไปทางผนังกระจกใสบานใหญ่ด้านข้าง หยาดฝนหนาทึบสาดซัดลงมาจนแทบมองไม่เห็นทางเดินด้านนอก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นตามมาด้วยกระแสไฟภายในห้องสมุดที่กะพริบไหวอยู่สองสามทริป ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าปกคลุมทั่วบริเวณในชั่วพริบตา!
*พรึบ!*
"ว이!"
ทิวาอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณเพราะความมืดสนิท ก่อนที่มือหนาของคนตัวสูงจะคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ทิวาชนเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณซอกคอขาวจนขนลุกซู่
"มืดตื๋อเลย..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ชิดริมใบหู ในระยะประชิดที่ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นระรัวแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก
"เฮีย... ปล่อยฉันนะ ไฟดับแค่นี้เอง ฉันยืนเองได้" ทิวาพยายามดันอกแกร่งออก แต่ยิ่งดัน อ้อมแขนที่โอบรอบเอวบางกลับยิ่งรัดแน่นขึ้น ราวกับเหล็กกล้าที่ไม่มีวันหลุด
"อย่าดื้อน่าทิวา ตรงนี้มันมืด แล้วเธอก็ซุ่มซ่ามจะตาย เดี๋ยวก็สะดุดขาตัวเองหัวฟาดพื้นหรอก"
น้ำเสียงของกรณ์เปลี่ยนเป็นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝקלายมือหนาที่แนบอยู่บริเวณสะโพกส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนทิวารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ความเงียบงันในห้องสมุดที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยม่านฝน ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความระอุแปลกประหลาด
ดวงตากลมโตพยายามปรับให้คุ้นชินกับความมืด แสงสลัวจากฟ้าแลบด้านนอกส่องกระทบให้เห็นใบหน้าคมคายของคนตัวสูงที่ก้มลงมองมาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินรดกันจนสัมผัสได้ ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
*ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...*
"มองอะไรเล่า..." ทิวาพยายามเค้นเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาจนแดงก่ำในความมืดนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังแพ้ทางขนาดไหน
"เปล่า..." กรณ์ตอบสั้นๆ ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่าง นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของคนตัวเล็กอย่างเบามือสัมผัสที่แผ่วเบานั้นทำเอาทิวาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ
"ที่พูดเมื่อกี้... หมายถึงอะไร"
"อะ... อะไรของเฮีย"
"ก็ที่บอกว่า... ฉันชอบยัยมีนดาวบริหาร" กรณ์กระซิบชิดริมฝีปาก ทิวาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่เป่ารดปลายจมูก "พูดแบบนี้... แปลว่าหวงฉันใช่ไหมครับเด็กดื้อ"
"ใครหวง! หลงตัวเองชะมัด!" ทิวาเชิดหน้าเถียงเสียงสั่น แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก "ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาหาว่าสายรหัสวิศวะตาถั่วต่างหากเล่า!"
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ กับความปากแข็งของคนตัวเล็ก ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนแผ่นหลังของทิวาแนบสนิทไปกับชั้นหนังสือ ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่
"ปากแข็งจังนะ... ลองพูดใหม่อีกทีซิ ถ้าฉันจะจีบเด็กสถาปัตย์แถวนี้จริงๆ เค้าจะยอมใจอ่อนให้เฮียหรือยังวะ"
คำถามทิ้งท้ายพร้อมแววตาวาวโรจน์ในความมืด ทำให้ลมหายใจของทิวาสะดุดกึก สมองขาวโพลนจนคิดคำตอบไม่ถูก
*แกร๊ก!*
เสียงเปิดประตูห้องสมุดพร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ลงในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงหอบแฮกของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า
"ไอ้กร! อยู่นี่เองเหรอวะ อาจารย์เรียกหา— อ้าว..."
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" นะคะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 9
ฝนตก รถติด ความใกล้ชิด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!