"ไอ้กร! อยู่นี่เองเหรอวะ อาจารย์เรียกหา— อ้าว..."
เสียงห้าวห้วนของเพื่อนร่วมคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องซ้อมเชียร์เงียบเชียบสะดุดกึกทันที เมื่อดวงตาสองคู่ปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า ภาพที่ไอ้เฮียรหัสปีสามคนดูลุคแบดบอย ปากร้ายจนหมาในปากไม่ยอมนอน ยืนค้ำหัวเด็กสถาปัตย์ตัวเล็กๆ ที่กำลังฟุบหน้าหมดสภาพอยู่กับโต๊ะเขียนแบบ
กรณ์ปรายตามองเพื่อนด้วยสายตาพิฆาต ชนิดที่ถ้าลำแสงเลเซอร์ออกจากเบ้าตาได้ หัวไอ้เพื่อนตัวดีคงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว เจ้าตัวรีบใช้ร่างสูงใหญ่ของตัวเองบังแผ่นหลังบางของทิวาไว้มิดชิด พร้อมกับกระแทกลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"เสือก"
คำเดียวสั้นๆ กระชับตามสไตล์คนปากหมา แต่ไอ้เพื่อนตัวดีดันไวกว่าแสง มันกวาดตามองถุงโจ๊กอุ่นๆ และซองยาพาราเซตามอลบนโต๊ะสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของกรณ์ ก่อนจะยิ้มกริมแล้วยกมือยอมแพ้
"โอเคๆ กูไม่กวนละ มึงเคลียร์ ‘ภารกิจลับ’ ของมึงต่อเถอะวะ... หึๆ ปากบอกรำคาญหนักหนา แต่ซื้อข้าวซื้อยามาป้อนถึงที่ เนี่ยนะวะวิศวะสายซึน"
ประโยคแซวสนามอารมณ์นั้นทำเอาคนที่ยืนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หน้าตึงขึ้นอีกสองสเต็ป กรณ์ตวัดสายตาดุๆ ไล่หลังเพื่อนจนมันวิ่งแน่บออกไปจากห้อง ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาโรยตัวคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งเบาๆ
บนโต๊ะตัวเดิม ทิวายังคงขดตัวอยู่ในเสื้อฮู้ดตัวโคร่ง ร่างบางสั่นเทิ้มเล็กน้อยด้วยพิษไข้ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงจัดจนน่ากลัว ลมหายใจที่เป่ารดลงบนแขนตัวเองร้อนผ่าวจนคนมองรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แม้ปากจะเก่งและเถียงฉอดๆ ใส่เขามาตลอดตั้งแต่เมื่อคืน แต่พอป่วยจริงๆ กลับกลายเป็นแมวป่วยหงอยเหงาที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะขู่ใคร
"ลุกขึ้นมาแดกข้าว" กรณ์กดเสียงต่ำ สั่งแกมบังคับ มือหนายื่นไปเขย่าไหล่บางเบาๆ อย่างนึกรำคาญใจปนห่วงลึกๆ "อย่ามาสำออยตายคาห้องนี้ บอกไว้ก่อนนะว่ากูไม่อยากเป็นฆาตกร"
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงในลำคอของทิวาดังขึ้นอย่างน่าสมเพช ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะมองเขาด้วยความท้าทายและดื้อรั้น ตอนนี้กลับปรือปรอย หยาดน้ำใสคลอหน่วยเพราะพิษไข้ขึ้นสูงริมฝีปากแห้งผากขยับยุกยิกอย่างยากลำบาก "เฮีย... น่ารำคาญ..."
"เออ รู้ว่ารำคาญ แต่ถ้ารำคาญมากก็ลุกขึ้นมาซะจะได้กินยา จะได้ไสหัวกลับห้องตัวเองไป ไม่ใช่มานอนเรื้อ ภาระชะมัด"
ปากก็ว่าเขาเป็นภาระ แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง กรณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างเก้าอี้ มือหนาเอื้อมไปแตะหน้าผากมนร้อนจี๋เพื่อวัดไข้สัมผัสร้อนผ่าวที่ส่งผ่านฝ่ามือทำเอาคิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
"ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังมีหน้าแบกสังขารมามอให้อวดเก่งอีกเหรอวะไอ้เด็กนี่ ดื้อชิบหาย"
"ไม่ได้... อวดเก่ง..." ทิวาพยายามเถียงเสียงแหบแห้ง พยายามฝืนเปลือกตาขึ้นสบตากับคนตัวโต แต่โลกทั้งใบมันหมุนเคว้งจนต้องหลับตาลงอีกครั้ง "งาน... อาจารย์สั่ง... ต้องส่งวันนี้..."
"งานตายห่าอะไรสำคัญกว่าชีวิตตัวเองวะ!" กรณ์เผลอตะคอกใส่ด้วยความโมโหปนร้อนรนในอก เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าทำไมต้องมานั่งหงุดหงิดหัวใจเวลาเห็นเด็กนี่ป่วยไข้แบบนี้ ทั้งที่ในหัวสั่งให้เดินหนีตั้งหลายรอบ แต่ขาสองข้างมันดันก้าวเดินไปซื้อโจ๊กกับยาที่ร้านสะดวกซื้อหน้ามอซะงั้น ให้ตายเถอะ... เขาคงบ้าไปแล้วจริงๆ
ร่างสูงจัดการแกะถุงโจ๊กอุ่นๆ พร้อมหยิบช้อนตักขึ้นเป่าเบาๆ อย่างเก้ๆ กังๆ มือใหญ่ที่ไม่เคยต้องปรนนิบัติใครต้องมานั่งตักข้าวตักปลาให้เด็กดื้อที่นั่งคอพับคออ่อนอยู่ตรงหน้า
"อ้าปาก" คำสั่งห้วนๆ แต่สายตาที่มองลงมากลับเจือความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ทิวาส่ายหน้าด็อกแด็กเบาๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น "ไม่อยากกิน... ขมคอ..."
"ถ้าไม่อีกคำเดียว กูจะป้อนด้วยวิธีอื่นแทน อยากลองไหมล่ะ" กรณ์ขู่เสียงเข้ม แกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เพื่อกดดันให้คนป่วยยอมแพ้
ทิวาลืมตาขึ้นช้าๆ มองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของอีกฝ่ายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากร้าย หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวอยู่แล้ว ยิ่งเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความดื้อรั้นถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในท้อง
สุดท้ายก็ต้องยอมอ้าปากรับโจ๊กอุ่นๆ เข้าไปอย่างจำยอม
ระหว่างที่ป้อนข้าวป้อนยาบรรยากาศในห้องซ้อมเชียร์ที่ควรจะอึมครึมกลับอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจของคนสองคนดังแข่งกัน ทิวาเคี้ยวช้าๆ อย่างคนไม่มีแรง มือบางเอื้อมไปจับชายเสื้อฮู้ดของกรณ์ไว้โดยไม่รู้ตัว ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ คนตรงหน้าจะหายวับไปกับตา
กรณ์เหลือบมองมือเล็กที่กำเสื้อเขาแน่น เขากลืนก้อนสะอื้นแปลกๆ ลงคอ มือหนาวางชามโจ๊กesลง ก่อนจะจัดการแกะแผงยาพาราฯ ยื่นให้คนป่วยกินตามด้วยน้ำอุ่น
"กินยาซะ จะได้นอนพัก"
"อือ..." ทิวารับยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม ร่างกายที่อ่อนล้าเริ่มออกฤทธิ์ความง่วงงุนเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว เปลือกตาหนักอึ้งเริ่มปิดลงช้าๆ ศีรษะเล็กเอนเอียงไปพิงกับลาดไหล่กว้างของคนข้างๆ โดยอัตโนมัติ
กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่ทิ้งลงมา ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะ ไม่กล้าขยับตัวแรงเพราะกลัวจะปลุกคนตัวเล็กที่เพิ่งจะสงบลงได้ มือหนายกขึ้นค้างกลางอากาศอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวางโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อประคองไม่ให้ร่วงลงไป
ความเงียบสงบก่อตัวขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอายความอบอุ่นที่แปลกประหลาด กรณ์ก้มมองเส้นผมนุ่มที่คลอเคลียอยู่แถวซอกคอ ลมหายใจสม่ำเสมอที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงหัวไหล่ทำเอาหัวใจคนปากแข็งเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"เฮีย..." เสียงพึมพำแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากแห้งผากของคนตัวเล็กที่ซุกซบอยู่
"หือว่าไง?" กรณ์ก้มลงกระซิบถามเสียงนุ่มโดยไม่รู้ตัว
"อย่า... ไปไหนนะ..."
คำพูดออดอ้อนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากเด็กปากเก่งคนนี้ ทำให้กรณ์ชะงักกุน ดวงตาคมเข้มทอประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักอย่างยอมจำนน
"เออ... ไม่ไปไหนหริกน่า นอนไปเหอะตัวภาระ"
เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปล่อยให้เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังหวานละมุนขึ้นเรื่อยๆ
ทว่า... ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูก็กรอดดังขึ้นกะทันหัน
"กร! อยู่ในนี้ไหมวะ... อ้าว เฮ้ย!"
เสียงหวานใสของ มีน ดาวคณะบริหารที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องหยุดชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ เมื่อเห็นภาพเฮียรหัสหนุ่มฮอตแห่งปีสามกำลังนั่งโอบกอดประคองร่างของเด็กสถาปัตย์หน้าหวานที่นอนซบอยู่แนบไหล่อย่างสนิทสนม
กรณ์ตวัดสายตาดุขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดขั้น The Max ที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรออกไป...
มือเรียวเล็กที่ซุกซบอยู่ตรงอกของกรณ์ ก็ขยับกำเสื้อฮู้ดของเขาแน่นขึ้น พร้อมกับเสียงงึมงำลอดไรฟันด้วยพิษไข้ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ช็อกโลกของมีน
"เฮีย... คนนั้น... ใครอ่ะ..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของเฮียกรด้วยกันนะคะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 10
ไข้หวัดกับคนปากแข็ง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!