"เฮีย... คนนั้น... ใครอ่ะ..."
คำถามที่ค้างคาใจถูกพ่นออกมาท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมที่ลานจอดรถหลังคณะ ทิวายืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ร่างสูงโปร่งของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก หลังจากเห็นยัยดาวคณะบริหารคนสวยนั่นเกาะแขนกรณ์อย่างสนิทสนมเมื่อครู่ ใจดวงน้อยมันก็พาลจะรวนเรอย่างควบคุมไม่ได้
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดุกร้าวกลับเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่กลับเดินก้าวยาวๆ เข้ามาใกล้จนทิวาต้องถอยหลังไปพิงรถยนต์คันหรูของตัวเอง
"หึงเหรอ?"
คำถามย้อนกลับสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจทำเอาทิวาหน้าร้อนผ่าว เธอเม้มปากแน่นก่อนจะเบนสายตาหนีไปทางอื่น
"เพ้อเจ้อ! แค่ถามเพราะเห็นว่าแฟนคลับเฮียเขาตามราวีไม่เลิก อยากรู้เฉยๆ ว่าทำไมต้องปล่อยให้เกาะแกะขนาดนั้น" ทิวาประชดประชัน คำพูดฉะฉานแต่น้ำเสียงกลับสั่นเครือเล็กน้อย
"ก็คนมันฮอต... จะให้ทำยังไง" กรณ์ว่าพลางไหวไหล่ ทว่าแววตาที่จ้องมองกลับมีความนิ่งลึกที่ทิวาอ่านไม่ออก
สายลมหนาวพัดกรรโชกแรงในยามค่ำคืนจนคนตัวเล็กที่สวมเพียงเสื้อยืดสีขาวบางเบาต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผิวเนียนละเอียดขึ้นรอยขนลุกชัน ทิวาพยายามกอดตัวเองแน่นขึ้น แต่ความหนาวเย็นที่แทรกซึมผ่านเนื้อผ้ามันทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะไข้ขึ้นเสียให้ได้
"เป็นอะไร สั่นเป็นลูกนกตกน้ำไปได้"
"เรื่องของฉัน... ฮัดชิ้ว!"
ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงจามก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ กรณ์ถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้าอย่างระอา เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตชอปวิศวะสีเลือดหมูตัวเก่งที่เขาสวมอยู่ประจำออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหวี่ยงมันลงมาคลุมไหล่คนตัวเล็กกว่าแบบไม่ให้ตั้งตัว
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของช็อปและกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขามันอบอวลอยู่รอบตัวทิวา ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเนื้อผ้าหนาทำให้เธอชะงักไป
"ใส่ซะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระ ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาเดี๋ยวจะไม่มีคนมาให้ฉันแกล้ง" น้ำเสียงของเขายังคงทุ้มต่ำและติดกวนประสาทเหมือนเคย แต่ทิวาสังเกตเห็นว่าฝ่ามือหนาที่จัดการจัดปกเสื้อให้เธอนั้น... แตะสัมผัสผิวคอเธออย่างแผ่วเบาจนใจสั่น
"ขี้เก๊ก..." ทิวาพึมพำ แต่ก็ยอมดึงเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่เข้ามาห่อหุ้มร่างกายไว้แน่น เธอหลบสายตาคมคริบนั่นเพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอเขินจนทำตัวไม่ถูก
"ไม่ได้ขี้เก๊ก แค่ไม่อยากให้ใครมอง" กรณ์ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหู "ชุดบางขนาดนี้ จะยั่วใครหรือเปล่าทิวา?"
"ไอ้เฮียบ้า! ใครเขาจะยั่วเฮีย!" ทิวาเงยหน้าขึ้นหวังจะด่าสวนกลับ แต่กลับพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันสั้นจนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งคู่ประสานกันในความมืด ดวงตาสีเข้มของกรณ์ดูอ่อนแสงลง ความดุที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากปากร้าย
"ก็แค่มอง... มองเฉพาะตอนอยู่กับฉันแบบนี้ก็พอ"
กรณ์ยกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างลวกๆ เขาดูประหม่าผิดวิสัย แต่มันกลับทำให้หัวใจของทิวาเต้นรัวเหมือนกลองรบ
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำจนเกือบจะละลาย เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงร้องเรียกชื่อชายหนุ่มก็ขัดจังหวะทุกอย่างลงอย่างสิ้นเชิง
"พี่กรณ์คะ! มีนตามหาตั้งนาน... อ้าว พี่กรณ์คะ?"
มีนที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นทิวาสวมเสื้อชอปของกรณ์ยืนอยู่ตรงนั้น เธอเดินดิ่งเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคาม แต่สิ่งที่ทำให้กรณ์และทิวาต้องเบิกตากว้างไม่ใช่การมาถึงของมีน...
หากแต่เป็นชายร่างสูงอีกคนที่เดินตามหลังมีนมาติดๆ และเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'เต้' เพื่อนสนิทของทิวาที่ดูเหมือนจะพกเอาความโมโหมาเต็มเปี่ยม พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่เปิดค้างไว้ที่หน้ากล้องบันทึกวิดีโอ
"ขอโทษทีนะเฮีย... พอดีเพื่อนผมมันลืมของสำคัญไว้ที่ตัวเฮีย ไม่ทราบว่าไอ้เสื้อตัวนี้... จะเอาคืน หรือจะให้เพื่อนผมใส่ต่อดีครับ?"
เต้พูดพลางยิ้มเย็น แต่แววตาจ้องเขม็งไปที่มือของกรณ์ที่ยังคงไม่ยอมถอยห่างจากทิวา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ รักรี้ดทุกคนค่ะ!
เกียร์เปื้อนกาวใจ
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 11
เสื้อกันหนาวตัวนั้น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!