ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 24

คำพูดเจ็บจี๊ด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ออกไป... จะอยู่ให้มันเกะกะสายตาทำไม” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้กระซิบคำหวานในยามปกติ บัดนี้กลับเย็นชาจนน่าใจหาย กรณ์ไม่ได้แม้แต่จะปรายตามามองคนที่ยืนตัวสั่นระริกอยู่หน้าห้องชมรม เขาเพียงแค่ยืนค้ำโต๊ะเขียนแบบ หันหลังให้มีนที่พยายามจะก้าวเข้ามาประชิดตัว ขณะที่ทิวายืนแข็งทื่ออยู่ตรงมุมมืดของประตู สายตาของคนตัวเล็กจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของเฮียรหัสที่ดูห่างเหินและใจร้ายเหลือเกิน “กรณ์... มีนแค่เอาขนมมาให้เองนะ ทำไมต้องไล่กันขนาดนี้ด้วยล่ะคะ” มีนแสร้งทำเสียงสั่นเครือ พลางขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด “ผมบอกให้ ‘ออกไป’ ไม่ได้ยินหรือไง” กรณ์ตวาดลั่น ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองอย่างเหลืออด “อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สาม” ทิวากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความรู้สึกจุกในอกตีรวนขึ้นมาเหมือนมีก้อนหินหนักๆ วางทับ เขาเห็นภาพนั้นชัดเจน... ภาพที่กรณ์กำลังผลักไสมีน แต่ทำไมกันนะ... ทำไมความเย็นชานั้นถึงดูเหมือนจะพุ่งตรงมาที่เขาด้วย “เฮีย...” เสียงเล็กเอ่ยเรียกแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับอากาศ ร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองทิวาด้วยสายตาที่ทิวาอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความรัก... แต่มันคือความ ‘ตื่นตระหนก’ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย กรณ์กวาดสายตาไปรอบๆ ห้องชมรมที่ไร้เงาคนอื่น ก่อนจะก้าวฉับๆ มาคว้าแขนทิวาแล้วลากออกไปด้านนอกอย่างไร้ปรานี “เฮีย! เจ็บนะ!” ทิวาร้องประท้วง พยายามยื้อแขนกลับ แต่แรงมหาศาลของคนตรงหน้าก็ทำให้เขาทำได้เพียงแค่เดินตามไปจนถึงมุมตึกที่ลับตาคน กรณ์ผลักคนตัวเล็กไปพิงกับกำแพงปูนเย็นเยียบ ก่อนจะใช้แขนแกร่งกั้นร่างเขาเอาไว้ สายตาคมดุดันของเขาทำให้ทิวารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก “ใครใช้ให้เดินมาที่นี่” กรณ์ถามเสียงเข้ม “ทำไมจะมาไม่ได้... ก็เห็นเฮียอยู่กับยัยนั่น เลยนึกว่า...” “นึกว่าอะไร” กรณ์ขัดขึ้น น้ำเสียงกดต่ำลงไปอีก “นึกว่าฉันสนใจงั้นเหรอ ทิวา... อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ฉันก็แค่รำคาญ ก็เหมือนที่ฉันกำลังรำคาญนายตอนนี้ไง” คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าฉาดใหญ่ ทิวาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังคงเป็นทิวาคนเดิม... ปากเก่งที่ไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี “ถ้าลำคาญนัก ก็ปล่อยสิคะ” ทิวาเชิดหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส “เห็นเฮียเล่นบทพระเอกใจร้ายไล่ผู้หญิงแบบนั้น นึกว่ากำลังโชว์พาวอยู่ซะอีก จริงๆ ก็แค่คนซึนที่กลัวความลับแตกสินะ?” กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ แต่เขาก็รีบปรับให้กลับมาเย็นชาดังเดิม “ความลับอะไรของนาย... อย่าจินตนาการให้มันมากนักเลย ออกไปให้พ้นหน้าฉันสักพักเถอะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวจริงๆ” ขณะที่ทิวากำลังจะโต้ตอบกลับไป เสียงรองเท้าส้นสูงที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน มีนเดินตรงมาด้วยท่าทีที่ดูมั่นอกมั่นใจอย่างผิดปกติ เธอหยุดยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว ก่อนจะฉีกยิ้มหวานหยดที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้วางใจ “คุยอะไรกันอยู่หรือคะ? แล้วนี่... น้องทิวาทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะ” มีนจงใจเน้นเสียงมองทิวาด้วยสายตาเย้ยหยัน “อ๋อ... เข้าใจแล้ว กรณ์คงเพิ่งบอกไปใช่ไหมคะ ว่าเรื่องระหว่างเรามันเป็นยังไง” กรณ์ขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่มีนกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนือกว่า “อย่ากังวลไปเลยนะทิวา กรณ์เขาก็แค่... ‘เล่น’ กับคนไปทั่วตามประสาผู้ชายวิศวะนั่นแหละ ใครจะไปคิดจริงจังกับเรื่องไร้สาระแบบนั้นกันจริงไหมคะ?” ทิวาสูดหายใจเข้าลึก ความเจ็บจี๊ดที่แล่นพล่านในใจแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น ทิวาไม่ได้โง่ขนาดที่จะมองไม่ออกว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็เจ็บปวดเกินกว่าจะหัวเราะออก เขามองไปยังกรณ์ที่ยืนเงียบ ไม่ยอมแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว นั่นสิ... ความเงียบของเฮียก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว “งั้นเหรอคะ...” ทิวาแค่นยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ดูแตกสลายแต่ก็ดื้อรั้นที่สุด “ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ งั้นทิวาก็ขอถอนตัวออกจากการเล่นเกมนี้แล้วกันนะคะ เฮียกรณ์” ร่างเล็กผลักอกแกร่งออกแล้วเตรียมจะเดินเลี่ยงไป แต่กรณ์กลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่นอีกครั้ง “ทิวา... อย่าประชด” กรณ์กัดฟันพูด “ใครประชด? ทิวาพูดเรื่องจริงค่ะ ในเมื่อเฮียอยากให้มีนเข้าใจแบบนั้น ทิวาก็จัดให้ไงคะ จบนะ?” ทิวาแกะมือคนตัวสูงออกอย่างช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง “เดี๋ยว! ทิวา!” กรณ์ก้าวตาม แต่มีนกลับคว้าแขนเขาไว้แน่นพร้อมกับกระซิบข้างหู “ถ้าคุณตามไปตอนนี้ ทิวาจะเดือดร้อนกว่าเดิมนะ คิดดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่ทำให้เขาลำบาก” กรณ์หยุดกึก แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีหน้าเครียดจัด เขามองตามแผ่นหลังเล็กที่ห่างออกไปเรื่อยๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย ความอัดอั้นในใจทำให้เขาอยากจะตะโกนออกมา แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ทิวากำลังเข้าใจผิดไปไกล และมีนก็กำลังใช้ความเข้าใจผิดนั้นเป็นอาวุธทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างเลือดเย็น ทิวาเดินมาถึงหน้าห้องน้ำที่ค่อนข้างเงียบเชียบ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มร่วงหล่นลงมาเป็นทาง เขาเกลียดความรู้สึกนี้... เกลียดที่ต้องมานั่งเสียใจให้กับผู้ชายปากร้ายที่ชอบไล่เขาออกไปจากชีวิตเพียงเพราะเรื่องโง่ๆ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะผลักประตูเข้าไป เสียงทุ้มคุ้นหูของ ‘ใครบางคน’ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ทิวาต้องหยุดชะงัก “ร้องไห้เพราะไอ้กรณ์มันอีกแล้วเหรอ... ทิวา?” ทิวาหันกลับไปมอง พบกับร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่ปีสี่ที่เขารู้จักดี... คนที่เขาเคยคิดว่าคือที่พึ่งพิง แต่ในเวลานี้ สายตาที่อีกฝ่ายมองมากลับดูแปลกไป... มันเต็มไปด้วยความต้องการและความลับบางอย่างที่ทิวาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน “พี่... พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?” ทิวาถามเสียงสั่น พร้อมกับก้าวถอยหลังเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้เว้นระยะห่างตามมารยาทเหมือนอย่างเคย บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นไหวของทิวา และรอยยิ้มมุมปากของรุ่นพี่คนนั้นที่ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าตอนที่กรณ์ไล่เขาเสียอีก ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความรักที่ซับซ้อนของยัยเด็กสถาปัตย์กับเฮียวิศวะปากร้ายเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%