"อย่าเพิ่งสนใจไอ้เต้... เพราะเรื่องของเราเมื่อกี้... ยังเคลียร์กันไม่จบ!"
ประโยคคำรามต่ำทุบกระแทกโสตประสาทของฉันจนสติที่เพิ่งกระจัดกระจายไปกับบรรยากาศรอบตัวแทบจะรวมร่างกลับมาไม่ทัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอฟรุ๊ตตี้จางๆ จากเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ของฉันที่ยับยู่ยี่เพราะแรงยื้อเมื่อครู่ ยิ่งทำให้ตึกคณะสถาปัตย์ยามโพล้เพล้ดูแคบลงไปถนัดตา
ฉัน—ทิวา—ไอ้เด็กปีหนึ่งตัวเล็กที่ใครๆ ก็บอกว่าปากเก่งนักเก่งหนา ตอนนี้กลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อแผ่นหลังบางถูกดันจนแนบติดกับเสาปูนเปลือยเย็นเฉียบ ด้านหน้ามีร่างสูงใหญ่ของเฮียรหัสจอมเผด็จการอย่าง 'กรณ์' กักขังอิสรภาพไว้ทุกองศา
เสียงฝีเท้าของไอ้เต้เพื่อนสนิทที่กำลังตะโกนเรียกชื่อฉันจากลานจอดรถดังแว่วมาไกลๆ แต่นาทีนี้ มันช่างเหมือนเสียงสะท้อนจากโลกใบอื่น โลกที่ไม่มีความหมายอะไรเลยเทียบกับเงาKü ดำมืดและดวงตาคมกริบที่กำลังจ้องมองมาอย่างเอาเรื่องของคนตรงหน้า
"เฮีย... ถอยไปเลยนะ" ฉันพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าปลายนิ้วที่กำชายเสื้อของตัวเองจะสั่นระริกจนน่าเกลียด "เต้มันมารับแล้ว... แล้วก็เรื่องเมื่อกี้อะไรของเฮีย เลอะเทอะน่า!"
"เลอะเทอะเหรอ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวคงไม่ได้ตั้งใจ ปลายนิ้วสอบของเขาที่ทาบอยู่กับขอบเสาปูนข้างตัวฉันขยับเข้าใกล้ตัวฉันอีกนิด จนฉันรู้สึกได้ถึงไอร้อนแผ่วๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "เด็กดื้อ... เมื่อกี้ใครกันแน่ที่ปากเก่งใส่ฉันก่อน หึ? กล้าดียังไงไปรับปากจะไปติวหนังสือให้ไอ้เด็กบริหารกลุ่มนั้น หะทิวา?"
ให้ตายเถอะ! เรื่องนั้นอีกแล้วเหรอ!
ฉันตวัดสายตากลับไปสู้ยิบตา ต่อให้ขาจะสั่นพั่บๆ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ ได้ยังไง "ก็รุ่นน้องเขาขอร้องนี่คะ! อีกอย่าง เขาก็แค่นักศึกษาคณะอื่นที่อยากให้ช่วยติววิชาดรอว์ิ้ง ไม่ได้หมายหัวว่าจะต้องเป็นสมบัติของใครคนใดคนหนึ่งสักหน่อย... อุ๊บ!"
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ที่เคยเว้นระยะห่างไว้พอสมควรกลับโน้มตัวลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปฏิกิริยาของฉันคือการหดคอหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทว่ามันช้าเกินไป เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเฮียกรณ์เอื้อมมาแตะที่ปลายคางของฉันอย่างเบามือ บังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้นรับสายตาดุดันที่ตอนนี้แฝงประกายความคลั่ง
รุนแรง... แต่กลับสั่นไหวอย่างประหลาด
"ปากดีนักนะ" น้ำเสียงของเขาพึมพำชิดริมฝีปากของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนพวงแก้มทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก "รู้ไหมว่าคำพูดเมื่อกี้ของเธอ... มันทำให้ฉันอยากทำลายข้าวของชะมัด โดยเฉพาะรอยยิ้มพวกนั้นที่เธอไปแจกจ่ายให้คนอื่น..."
หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามจนฉันกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ทิวาเอ๊ย แกจะมาใจสั่นกับคำพูดเอาแต่ใจของเฮียรหัสไม่ได้นะเว้ย! เขาก็แค่พวกเผด็จการสายซึนที่ชอบออกคำสั่งไปวันๆ เท่านั้นแหละ!
ฉันพยายามเม้มปากแน่นแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น สายตาที่เหมือนมีแรงดึงดูดประหลาดทำให้สติหลุดลอยได้ง่ายๆ แต่ดูเหมือนความพยายามของฉันจะไร้ผล เมื่อปลายนิ้วที่คางเปลี่ยนเป็นใช้มือหนาประคองกรอบหน้าของฉันให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันตรงๆ บังคับให้ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"มองหน้าฉัน" เสียงสั่งเข้มแต่ทุ้มนุ่มจนหัวใจกระตุกวูบ "เวลาฉันพูดด้วย... ห้ามมองไปทางอื่น ทิวา"
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงรถราบนถนนใหญ่ที่วิ่งผ่านไปไกลๆ และเสียงเครื่องปรับอากาศของตึกคณะที่ดังฮัมเบาๆ เป็นฉากหลัง แต่เสียงที่ดังชัดเจนที่สุดในโสตประสาทของฉันตอนนี้ กลับเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดัง *ตึกตัก ตึกตัก* ประสานไปกับเสียงลมหายใจของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ยิ่งเขาขยับเข้ามาใกล้ ร่างกายของเราก็ยิ่งลดระยะห่างลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่างให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกของฉันอยู่รอมร่อแล้วในวินาทีนี้
กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเฮียกรณ์ห้อมล้อมตัวฉันไว้จนหมดสิ้น ความรู้สึกประหม่าตีรวนขึ้นมาในอกจนสมองขาวโพลน มือข้างหนึ่งของเขาที่เคยยันเสาไว้ ค่อยๆ เลื่อนมาทาบลงบนผนังปูนข้างศีรษะของฉันอีกข้าง กลายเป็นการกักขังฉันไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของฉันชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับฉันอีกครั้งด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาบางอย่างที่ร้อนรุ่มและชัดเจนเสียจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"เฮีย..." ฉันกระซิบเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรงจะต่อต้าน "ถอยไป... เต้รอด้านนอก..."
"ช่างหัวไอ้เต้..." เสียงกระซิบของกรณ์พร่าล้ำและใกล้ชิดเสียจนริมฝีปากของเราเกือบจะสัมผัสกัน "ตอนนี้... สนใจแค่ฉันคนเดียวพอ ทิวา"
เขาก้มหน้าลงมาอีกนิด จนฉันสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากลมหายใจของเขา ดวงตากลมโตของฉันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น จังหวะเวลาทุกอย่างรอบตัวคล้ายถูกกดปุ่มสโลว์โมชั่น หัวใจของฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาของเฮียรหัสตัวร้ายค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้... ใกล้ขึ้น... จนกระทั่งจมูกของเราเฉียดกันในระยะประชิด—
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของกรณ์แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะนรกแบบพอดิบพอดี!
กรณ์ชะงักกึก สีหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดระคนหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ก่อนจะผละใบหน้าออกห่างจากฉันช้าๆ อย่างจำใจ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของไอ้เต้ที่ตะโกนดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ที่มุมตึก
"ไอ้วาท! แกอยู่ไหนวะ หรือโดนไอ้พวกวิศวะลากตัวไปเก็บแล้ว ออกมานะเว้ย!"
ทิวายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สมองยังคงประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่กรณ์ควักมือถือออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทางหัวเสียสุดขีด ดวงตาคมกริบตวัดมองหน้าจอวับหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองฉันที่ยังยืนพิงเสาหน้าตาตื่น
ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไรสักคำ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของฉันเองก็ดังตามขึ้นมาติดๆ ขัดจังหวะวิกฤตชีวิตรอบที่สองได้อย่างน่าหมั่นไส้
ฉันก้มมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อ 'ไอ้เต้' โทรเข้ามารัวๆ พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เมื่อเงยหน้าขึ้นเพื่อจะบอกให้เฮียรหัสจอมเผด็จการถอยทางให้ฉันเสียที กรณ์ก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว จนฉันผวาถอยหลังไปชนเสาซ้ำสอง
"จำไว้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของฉันอย่างคาดโทษ ร้อนผ่าวจนขนอ่อนลุกชันไปหมด "เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ ทิวา"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินสวนทางออกไปทางลานจอดรถด้วยท่าทางหงุดหงิด โดยไม่หันกลับมามองเพื่อนสนิทของฉันที่เพิ่งโผล่พ้นมุมตึกมาเจอพอดีเลยสักนิดเดียว!
"อ้าว... เฮียกรณ์เดินหน้าบูดอะไรของเขามาวะ?" ไอ้เต้เกาหัวแกรกๆ เดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหน้าแดงแจ๋ราวกับคนเป็นไข้ป่า "แล้วแกเป็นอะไรเนี่ยทิวา ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น หรือว่าโดนแดดเลียหัวนานเกินไป?"
ฉันได้แต่ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ พลางคิดในใจอย่างหวาดผวา...
*ให้ตายเถอะ... แบบนี้สติสตั๊งฉันจะเหลือรอดไปถึงตอนเรียนปีสี่ไหมเนี่ย!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 15
เส้นกั้นที่เริ่มบางลง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!