ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 17

หึงแบบเนียนๆ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถอยไปค่ะ" น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันของมีนไม่ได้ทำให้ฉันถอยร่นเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเธอกล้าเดินเกมรุกเข้าหาเฮียกรณ์ต่อหน้าฉัน มีนก็ต้องเตรียมรับมือกับความปากเก่งที่พร้อมฟาดกลับทุกเมื่อเช่นกัน บรรยากาศรอบตัวเราในตอนนี้คุกรุ่นเสียยิ่งกว่าเตาเผาเหล็กในโรงงานภาค ฉันก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวมีนอีกนิด ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไปด้วยเข็มพิษเคลือบน้ำตาลให้คนที่กำลังหน้าตึงขึ้นเรื่อย ๆ "พี่มีนคะ จะรีบไปไหนล่ะคะ ไหน ๆ ก็บังเอิญมาเจอ 'อดีต' คนเคยคุย... เอ๊ย คนเคยรู้จักทั้งที ให้ทิวาช่วยรื้อฟื้นความทรงจำหน่อยดีไหมคะว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เฮียกรณ์" ฉันจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ข้าง ๆ' พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตชอปสีส้มอิฐของกรณ์ที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ด้านหลังมากำไว้แน่น เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของแบบเนียน ๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงใน กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของฉันแตะโดนเนื้อผ้า แต่เขาก็ไม่ได้ปัดมือออก ซ้ำยังดึงมุมปากขึ้นนิด ๆ คล้ายกำลังกลั้นยิ้มกับความแสบสันของฉันอยู่ "ทิวา..." เสียงทุ้มต่ำดุ ๆ ของเฮียเอ็ดเบา ๆ แต่แววตาพราวระยับที่มองลงมามันฟ้องชัดเจนว่าเขาไม่ได้โกรธเลยสักนิด แถมยังชอบใจที่เห็นเด็กในปกป้องหวงก้างออกนอกหน้าแบบนี้ มีนกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวเสน่ห์ตอนนี้เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ เธอมองหน้าฉันสลับกับกรณ์ด้วยความไม่ยอมแพ้ "น้องทิวานี่เก่งเรื่องต่อปากต่อคำดีจังนะคะ ระวังเถอะค่ะ... ของเล่นชิ้นใหม่ที่ได้มา ถ้าเล่นไม่ระวังมือ ระวังจะเจ็บตัวเอาฟรี ๆ" "ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ทิวาไม่ใช่ของเล่นค่ะ เป็น 'ตัวจริง' ที่เฮียกรณ์เขาต้องคอยตามเช็ดตามล้างต่างหากล่ะค่ะ จริงไหมคะเฮีย?" ฉันหันไปเอียงคอถามคนที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้าง ๆ กรณ์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้หัวฉันจนผมเผ้าที่เซ็ตมาอย่างดีกระเซิงไม่เป็นทรง แต่สัมผัสอบอุ่นที่ฝ่ามือใหญ่ส่งผ่านมานั้นมันทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ "พอได้แล้วเด็กดื้อ แสบนักนะเรา" ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างฉันกับมีนจะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มห้าวของรุ่นพี่ปีสามจากคณะบริหารธุรกิจอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันพอดี "น้องทิวาครับ... คือพี่เห็นน้องยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว พอดีพี่สนใจโปรเจกต์งานโมเดลที่น้องส่งประกวดเมื่อสัปดาห์ก่อนมาก ถ้าไม่รังเกียจ... พี่ขอเบอร์ติดต่อหรือไลน์ส่วนตัวไว้ปรึกษาเรื่องงานหน่อยได้ไหมครับ?" รุ่นพี่คนนั้นส่งยิ้มหวานเยิ้มมาให้ พร้อมกับยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดแอปพลิเคชันแชทค้างไว้ตรงหน้าฉัน บรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งทวีความมาคุขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เมื่อมีนยิ้มเยาะออกมาอย่างสะใจ ขณะที่เตّเพื่อนสนิทของฉันที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลรีบทำมือทำไม้ส่งซิกเตือนสติ ฉันยังไม่ทันอ้าปากปฏิเสธ เพราะเกรงใจมารยาทและไม่อยากสร้างเรื่องวุ่นวาย ร่างสูงของคนที่ยืนเงียบมานานก็ก้าวพรวดเดียวเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับรุ่นพี่คนนั้นทันที แรงกดดันรอบตัวของเฮียกรณ์แผ่ซ่านออกมาจนน่ากลัว สันจิ้มคมกริบขยับเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด "เบอร์น้องเขามีเจ้าของแล้วครับรุ่นพี่... และถ้าจะปรึกษาเรื่องงาน ไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาโน่นครับ ไม่ใช่มาขอเบอร์กลางทางแบบนี้ มันดูไม่งาม" น้ำเสียงห้วนจัดและแววตาดุดันที่ส่งไปรังสีอำมหิตพุ่งปรี๊ดจนรุ่นพี่คณะอื่นถึงกับหน้าเสีย ผถะถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ "อ้าว... พี่แค่น้องขอคุยเรื่องงานเองครับ ไม่เห็นต้องดุเลยนี่ครับ" "กูไม่ได้ดุ... กูเตือน" กรณ์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งจนอีกฝ่ายต้องยอมเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าเสื้อด้วยความจำยอม แล้วรีบเดินเลี่ยงหนีไปทันทีเมื่อเจอรัศมีหึงโหดของเฮียรหัสคณะวิศวะเข้าเต็มเปี่ยม เมื่อสิ่งกีดขวางสายตาถูกกำจัดออกไป กรณ์ก็หันขวับกลับมามองฉันทันที แววตาคมดุนั้นฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอก จ้องหน้าฉันเขม็งราวกับเด็กถูกขโมยของเล่น "เก่งนักนะเรา... เสน่ห์แรงเหลือเกินนะแม่คุณ มีผู้ชายมาขอเบอร์กลางลานเกียร์เลยเหรอ?" เสียงทุ้มเอ่ยเหน็บแนมเบา ๆ แต่แฝงไปด้วยความหึงหวงที่ทะลักล้นออกมาทุกอณูรูขุมขน ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุ ๆ นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะคะ ทิวาก็แค่คนสวยขาประจำคณะ ใครจะมาขอเบอร์มันก็เรื่องปกติไหมคะ? หรือว่า... เฮียกรณ์หึงทิวาคะ?" ฉันจงใจเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นไอมืออาชีพช่างกลิ่นเหล็กจาง ๆ ที่คุ้นเคย กรณ์ชะงักไปนิด ดวงตาคมไหววับก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ "ใครหึง... มะ...ไม่ได้หึงเว้ย แค่รำคาญพวกแมลงหวี่แมลงวันมันน่ารำคาญตาต่างหาก เด็กบ้า พูดอะไรไม่เข้าท่า" กรณ์แก้ตัวเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อตรงใบหูอย่างชัดเจน ต่อให้ปากจะปฏิเสธเสียงแข็งแค่ไหน แต่พิรุธบนหน้ามันฟ้องชัดเสียยิ่งกว่าอะไรดี ฉันหัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจ ชอบจริง ๆ เวลาที่คนปากแข็งอย่างเฮียกรณ์จนมุมด้วยคำพูดของตัวเองแบบนี้ "อุ๊ย หน้าหูแดงหมดแล้วนะคะเฮีย ไหนบอกว่าไม่ได้หึงไงคะเนี่ย?" "ทิวา!" กรณ์ดุเสียงเขียว มือหนาเอื้อมมาบีบจมูกฉันเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ต่อปากต่อคำอะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อชอปของกรณ์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูตรงหน้าเสียก่อน กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แวบแรกที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า สีหน้าของเฮียกรณ์ก็เปลี่ยนไปในทันที รอยยิ้มและแววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความเคร่งเครียดและความลังเลใจที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้า ฉันหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลก ๆ นั้น ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง "ใครโทรมาเหรอคะ?" ฉันถามเสียงเบา พยายามชะเง้อคอมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น แต่กรณ์กลับรีบกดปิดเสียงแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว "ไม่มีอะไรหรอก... แค่เรื่องงานที่คณะน่ะ" กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่หลบเลี่ยงไม่ยอมสบตาฉันตรง ๆ มันบอกชัดเจนว่าเขากำลังโกหก บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นและฟินจิกหมอนเมื่อครึ่งนาทีที่แล้ว กลับเย็นเยียบลงในพริบตา ความลับที่เฮียกรณ์พยายามปกปิดกำลังดึงเราออกห่างกันอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะอ้าปากคาดคั้นเอาคำตอบ สายตาของฉันก็บังเอิญเหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือของเขาที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่หน้าจอจะดับลง... ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ไม่ใช่ชื่อรุ่นน้องหรือเพื่อนในคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างที่เขาโกหก แต่มันคือชื่อของ 'คนในอดีต' ที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่... **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ กับความหึงเนียนๆ ของเฮียกรณ์นะคะ ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ!**
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%