ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 13

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"แหม... น้องทิวานี่เสน่ห์แรงไม่เบานะครับ เพิ่งเข้าคณะมาได้ไม่นาน ทำไมถึงมีข่าวพัวพันกับพวกพี่ๆ วิศวะเขาบ่อยจัง หรือว่าสถาปัตย์ปีนี้เขามีนโยบายเปิดรับบริจาคหัวใจให้เด็กเกียร์เป็นพิเศษ" เสียงทุ้มเจือแววเย้าแหย่ของรุ่นพี่ปีสามคณะเดียวกันดังขึ้นทันทีที่เตต้รุดเดินไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ทิวายืนเคว้งอยู่หน้าโรงอาหารคณะ ดวงตากลมโตตวัดมองรุ่นพี่ตัวสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเกินงาม มือหนาทำทีเป็นปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อสถาปัตย์ของเขาอย่างจงใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาทำให้ทิวารู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะยกเท้าขึ้นมาถีบยอดอกสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ คนตัวเล็กถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาปูนเปลือยของตึกคณะอย่างจัง ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายในชั่วพริบตา "รุ่นพี่มีธุระอะไรก็พูดมาตรงๆ ดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมาทำเนียนแตเนื้อต้องตัวหรอกค่ะ มันน่ารำคาญ" ทิวาเชิดหน้าขึ้น เอ่ยตอกกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามประสาคนปากเก่งที่ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร แววตาคมกริบฉายชัดถึงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย "ปากเก่งใช้ได้นี่ สมกับที่เป็นเด็กปั้นของใครบางคน... แต่ระวังตัวหน่อยเถอะน่า ระหว่างเด็กสถาปย์กับเฮียวิศวะสายดุคนนั้น เขาแค่เอ็นดูแก้เบื่อ หรือแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือคั่นเวลา ระวังจะเจ็บตัวไม่รู้ตัวนะน้อง" รุ่นพี่คนเดิมยังคงลอยหน้าลอยตาพูดจายั่วโมโห พร้อมกับยื่นมือหนาหมายจะเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นมาสำรวจใกล้ๆ ทิวากัดฟันกรอด มือเรียวเตรียมจะปัดป้องและซัดวาจาเจ็บแสบใส่ให้หน้าหงาย แต่ทว่า... ทุกการเคลื่อนไหวกลับต้องชะงักกึก พรึบ! แรงดึงมหาศาลจากทางด้านหลังฉุดกระชากร่างเล็กของทิวาให้หลุดพ้นจากรัศมีวงแขนของรุ่นพี่ตัวดีในเสี้ยววินาที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แผ่ซังไอตึงเครียดออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ทำให้ทิวารู้ทันทีว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางคือใคร กรวิชญ์ หรือ 'กรณ์' เฮียรหัสวิศวะปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและหวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่บังทิวาไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็กกล้า ทิวาเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่เอวบางซึ่งแฝงไปด้วยความหวงแหนอย่างเปิดเผย มือหนาของคนตัวโตวางทาบลงบนลาดไหล่แคบ รั้งเข้ามาแนบชิดติดแผ่นอกแกร่งจนแทบไม่มีช่องว่าง นี่ไม่ใช่แค่ดีลลับๆ ที่ตกลงกันไว้ระหว่างเขากับรุ่นพี่จอมเผด็จการ แต่มันคือการประกาศศักดาที่ทำให้ทิวารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะตกอยู่ในวงล้อมของอันตรายที่เขาเองก็ยากจะถอนตัว "เมื่อกี้... แกพูดว่าอะไรนะ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอ่ยถามออกไปเบาๆ แต่กลับทรงพลังกดดันจนรุ่นพี่สถาปย์หน้าซีดเผือดลงทันที กรณ์ไม่ได้ตะคอก ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดโวยวาย แต่ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความกวนประสาทไว้ภายใต้ความนิ่งเรียบ กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะระอุที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "เอ่อ... เฮียกรณ์ คือผม... ผมแค่ทักทายน้องเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไรเลย" รุ่นพี่คนนั้นหัวเราะแห้งๆ ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดหวั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูง "ทักทายเหี้ยอะไรถึงต้องเอามือสกปรกมาแตะต้องเด็กกู" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดยาวไปถึงขั้วหัวใจ "จำใส่กะโหลกไว้ด้วยนะว่าเด็กคนนี้มีเจ้าของแล้ว และเจ้าของเขาก็หวงมาก... ถ้าไม่อยากให้เกียร์ที่คณะมึงพังคาทีมึง ก็ไสหัวไปซะ" คำว่า "เด็กกู" ที่หลุดออกมาจากปากคนตัวโต ทำให้หัวใจดวงน้อยของทิวากระตุกวูบอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าระคนสับสน ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำจนต้องรีบเบือนหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนร่องรอยความหวั่นไหว รุ่นพี่คู่กรณีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบพยักหน้ารัวๆ แล้วสาวเท้าเดินหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าตัวเองจะโดนฝ่าเท้าของเฮียวิศวะประทับเข้าให้ บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าเสียงหัวใจของทิวากลับเต้นระรัวดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ "ปล่อยได้แล้วมั้งคะเฮีย คนมองกันหมดแล้ว" ทิวาเอ่ยเสียงอุบอิบ พยายามบิดตัวออกจากวงแขนแข็งแรงที่ยังคงโอบรัดเอวเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "มองก็ดี จะได้รู้ทั่วกันว่าใครเป็นเจ้าของ" กรณ์ก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มพร่าเจือแววเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "เมื่อกี้เก่งนักไม่ใช่เหรอ ทำไมพออยู่ต่อหน้าฉันถึงได้ทำตัวเป็นแมวหง่อยไปซะล่ะ หืม... ทิวา" "ใครแมวหง่อยคะ! ปากแบบนี้เมื่อไหร่จะเลิกกวนประสาทสักที ฉันไม่ได้ขอให้เฮียมาช่วยสักหน่อย ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!" ทิวาหันขวับกลับมาเถียงทันควัน ดวงตากลมโตถลึงใส่อย่างเอาเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "หึ ปากเก่งจังนะตัวแค่นี้" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกาลมองสำรวจใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกเอ็นดู แต่ริมฝีปากหยักกลับยังคงหยอกเย้าไม่เลิกรา "ถ้าฉันไม่เข้ามาจัดการ ป่านนี้เธอคงโดนไอ้รุ่นพี่นั่นแทะโลมจนเปื่อยไปแล้วมั้ง หัดเจียมตัวซะบ้างว่าตัวเองน่ารักขนาดไหน จะได้ไม่เดินไปไหนมาไหนแล้วเรี่ยไรตีนคนอื่นเขา" "นี่เฮีย!" ทิวายกมือขึ้นหมายจะหยิกแขนแกร่งสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับเนื้อผ้า กรณ์ก็คว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้เสียก่อน รั้งร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวยิ่งกว่าเดิมจนหน้าอกชนกัน ระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ทำให้ทิวาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย ดวงตาคมกริบของคนพี่คู่นั้นพราวระยับไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา บรรยากาศรอบตัวคล้ายถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน "ถ้าอยากจะหยิกฉันนัก... เก็บแรงไว้ใช้ตอนเคลียร์เรื่องของเราดีกว่าไหม" กรณ์กระซิบเสียงพร่า แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งจนทิวาใจหายวาบ "เรื่อง... เรื่องอะไรอีกคะ ดีลบ้าบออะไรนั่นเราก็เคลียร์กันจบไปแล้วไม่ใช่เหรอ" ทิวากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "จบที่ไหน... มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก" กรณ์ยกยิ้มมุมปาก ทว่ายังไม่ทันที่ทิวาจะได้เอ่ยปากเถียงอะไรกลับไป เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของใครบางคนก็ดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศสีชมพูอมเทานี้เสียก่อน ทิวาอาศัยจังหวะนั้นสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แล้วรีบควักโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่พอสายตาปะทะเข้ากับหน้าจอ ข้อความสั้นๆ จากเติร์ดเพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินกลับมาจากห้องน้ำก็ทำให้รอยยิ้มค้างเติ่ง *[มึงรีบหนีออกจากตรงนั้นด่วน! มีนกำลังเดินตรงไปทางที่มึงกับเฮียกรณ์อยู่!] ทิวายยังไม่ทันได้ตั้งตัว หรือแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นเตือนสติคนตัวโตข้างกาย กรุ่นกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยของผู้หญิงอีกคนก็ลอยมาแตะจมูกเสียแล้ว "เฮียกรณ์คะ... ทำไมมาอยู่นี่ล่ะคะ มีนตามหาซะทั่วเลย" เสียงหวานใสที่เคลือบไปด้วยความจงใจจะแสดงความเป็นเจ้าของดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างเพรียวบางของดาวคณะบริหารที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวกรณ์อย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาดุๆ และรอยยิ้มระอาใจส่งตรงมายังทิวาแบบไม่คิดจะปิดบัง ทิวาชะงักกึก ดวงตากลมโตมองข้ามไหล่หนาของกรณ์ไปสบตากับมีนที่กำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ บรรยากาศที่เคยระอุด้วยเคมีคลั่งรักเมื่อครู่ กลับพลิกผันกลายเป็นความตึงเครียดที่เย็นเยียบในพริบตาเดียว! ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%