เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 16

ร่องรอยสารเคมีหายาก

ผลงานโดย พยานปากเอก
“อย่าพยายามมองหาความหมายในสิ่งที่ไม่ควรมีชีวิต หมอวิน... บางครั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ก็แค่ตะโกนบอกความจริงที่เราไม่อยากยอมรับ” เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรปราบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องแล็บนิติเวช แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เหนือโต๊ะปฏิบัติการส่องกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของรวินันท์ จนเห็นเงาสลักที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้น เธอยืนนิ่งอยู่หน้าเครื่องแมสสเปกโตรมิเตอร์ (Mass Spectrometer) ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกำลังเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะที่เดาทางไม่ได้ รวินันท์ไม่หันกลับไปมองเจ้าของเสียง เธอเพียงแค่ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปยังจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟพีคของสารเคมีซึ่งซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นเพียงสิ่งปนเปื้อนทั่วไป “ถ้าโลกนี้มีแต่ความหมายที่สารวัตรอยากได้ยิน คดีนี้คงปิดไปนานแล้วครับคุณปราบ แต่โชคร้ายที่โมเลกุลพวกนี้ไม่มีอารมณ์ร่วมกับความโศกเศร้าหรือความแค้นของคุณ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่จ้องมองจอภาพกลับวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง “สารประกอบที่คุณพบ... มันพิเศษขนาดนั้นเชียวหรือ” ปราบก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะ เขาวางมือลงบนแฟ้มข้อมูลที่รวินันท์เพิ่งสรุปผล ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเป็นเงาครอบคลุมร่างบาง “ไม่ใช่อะลูมิเนียมซิลิเกตทั่วไป และไม่ใช่สารเคมีอุตสาหกรรมที่หาได้จากร้านวัสดุก่อสร้าง” รวินันท์เลื่อนภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนขึ้นมา มันคืออนุภาคผลึกสีฟ้าหม่นที่เรียงตัวกันเป็นโครงสร้างหกเหลี่ยมประหลาด “นี่คือ ‘ไอโซโทปคาร์บอน’ ที่ถูกเร่งปฏิกิริยาในสภาวะสุญญากาศสูง สารนี้ไม่มีขายตามท้องตลาด เพราะมันถูกใช้ในอุตสาหกรรมวิจัยอาวุธเคมีรุ่นทดลองและ... ห้องแล็บปิดตายของมหาวิทยาลัยการแพทย์ชั้นนำแห่งหนึ่ง” ปราบขมวดคิ้วแน่น ความทรงจำอันโหดร้ายเกี่ยวกับอดีตคนรักที่ถูกฆาตกรรมด้วยฝีมือของฆาตกรที่ไร้ร่องรอยวาบเข้ามาในหัว “มหาวิทยาลัยที่ว่า... เกี่ยวข้องกับทุนวิจัยของธนาใช่ไหม” รวินันท์หันมาสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความลังเล “สารวัตรครับ... ถ้าธนาเป็นคนกุมความลับเรื่องนี้ไว้ เขาก็ไม่ได้แค่ปกป้องกรมตำรวจ แต่เขากำลังปกป้อง ‘สิ่งของ’ บางอย่างที่มากกว่าคน” บรรยากาศในห้องแล็บหนักอึ้งขึ้นทันตา ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันจากการค้นพบครั้งสำคัญ รวินันท์หมุนตัวกลับไปที่ตู้เก็บหลักฐาน เธอหยิบหลอดทดลองเล็กๆ ออกมา แสงไฟสะท้อนของเหลวใสข้างในจนดูเหมือนแก้วผลึก “คุณกำลังบอกว่า ธนาอาจเป็นคนจัดหา ‘วัตถุดิบ’ ให้กับอีธาน” ปราบถามพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขากำลังสั่งให้ระวังตัว “ฉันไม่ได้พูดคำนั้น” รวินันท์ตอบสั้นๆ ก่อนจะส่งหลอดทดลองให้ปราบ “แต่นี่คือร่องรอยที่อีธานทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุรายล่าสุด และถ้าคุณตรวจสอบเลขทะเบียนของสารลอตนี้ คุณจะพบว่ามันถูกเบิกจ่ายออกไปเมื่อสามวันก่อน โดยคำสั่งอนุมัติระดับสูงที่ไม่ปรากฏชื่อผู้อนุมัติ” ปราบรับหลอดทดลองมา มือของเขาเผลอแตะโดนนิ้วของเธอ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของหมอสาวส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อาจนิยามได้ มันไม่ใช่ความอบอุ่น แต่เป็นความดึงดูดใจของคนสองคนที่ต่างก็ยืนอยู่บนขอบเหวของศีลธรรม “ถ้าผมนำหลักฐานนี้ไปเปิดโปงธนา...” “คุณจะกลายเป็นศพรายต่อไป ก่อนที่ข้อมูลจะถึงมือผู้บังคับบัญชาด้วยซ้ำ” รวินันท์ขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยราวกับพยายามควบคุมอารมณ์ที่อยู่ลึกสุดใจ “และอย่าลืมสิครับสารวัตร... คนที่ตายไปแล้วอย่างคนรักของคุณ ไม่ได้ต้องการให้คุณเอาชีวิตไปทิ้งกับคนที่เป็นเพียง ‘เงาสลัก’ ของคดีนี้” ปราบชะงัก สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรวินันท์ “คุณรู้จักชื่อเล่นเธอ... ทั้งที่ผมไม่เคยบอกใคร” รวินันท์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปมองหน้าจอที่ยังคงแสดงโครงสร้างโมเลกุล “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่มีวันโกหก แต่คนที่อยู่กับหลักฐานนานเกินไป... อาจจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการแยกแยะความจริงกับความทรงจำ” ทันใดนั้น เสียงเตือนจากเครื่องเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูห้องแล็บก็ดังขึ้น แสงไฟในห้องกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงไฟสำรองสีแดงก่ำที่สาดส่องไปทั่วห้อง ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนฉากฆาตกรรมสยองขวัญ “ใครอยู่ข้างนอกนั่น!” ปราบชักปืนพกคู่ใจออกมาทันที สัญชาตญาณระวังภัยตื่นตัวเต็มที่ ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า สม่ำเสมอ และไร้ความรีบร้อน มันเป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นหินขัดเงาของทางเดินนิติเวชอย่างมั่นคง รวินันท์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอรู้ดีว่าใครกำลังมา และเธอก็รู้ดีว่าหลักฐานที่อยู่ในมือปราบชิ้นนั้น ไม่ใช่แค่เบาะแส แต่มันคือ ‘กับดัก’ ที่เธอเองก็เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้ ประตูห้องแล็บค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ในเงามืดของแสงไฟแดง มีเพียงรอยยิ้มที่มุมปากที่เด่นชัดออกมา “ผมมาขอยืมสิ่งที่ถืออยู่ในมือของสารวัตรคืนครับ” เสียงของคนมาใหม่ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ปราบต้องสูดหายใจลึก “ของสิ่งนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างคุณควรจะครอบครองหรอกนะ สารวัตรปราบ” รวินันท์หันไปมองปราบด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่แฝงความนัยบางอย่างที่ปราบไม่เคยเห็นมาก่อน เธอพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมา ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%