กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่เพิ่งหยุดตกในย่านสลัมเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวของโคลนตมและน้ำเน่าเสีย รองเท้าคอมแบทหนังแท้ของสารวัตรปราบกระแทกพื้นคอนกรีตแตกละเอียด เสียงหอบหายใจของเขาดังสะท้อนก้องในความมืดมิดของตรอกแคบที่กว้างไม่ถึงสองเมตร ผนังตึกเก่าๆ สองฝั่งตั้งตระหง่านราวกับซากกระดูกของสัตว์ยักษ์ที่ถูกทอดทิ้ง ปลายนิ้วมือขวาของเขาแนบแน่นอยู่บนโครงปืนสิกล็อคที่ขึ้นลำเตรียมพร้อม สัญชาตญาณนักล่าเตือนเขาว่าเป้าหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความเงียบงันรอบกายกลับเยือกเย็นจนน่าขนลุก
วิทยุสื่อสารบนบ่าขยับส่งเสียงซ่าเบาๆ ก่อนเสียงทุ้มต่ำและเรียบเฉยของ พญ.รวินันท์ จะแทรกผ่านคลื่นความถี่เข้ามา ขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา
"อัตราการเต้นของหัวใจของคุณตอนนี้คงทะลุร้อยยี่สิบครั้งต่อนาทีแล้วสินะคะ... เอ่อ ขออภัยครับ สารวัตรปราบ" เสียงของแพทย์นิติเวชสาวแก้ไขสรรพนามทันทีด้วยความเคยชิน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทราวกับกำลังนั่งอ่านรายงานผลชันสูตรศพในห้องแอร์เย็นเฉียบ "ข้อมูลทางชีวมาตรจากกล้องวงจรปิดตัวล่าสุดบ่งชี้ว่า คุณกำลังเดินเข้าสู่จุดอับมุมสายตา อัตราส่วนความโค้งของผนังตึกบล็อก C สอดคล้องกับรูปแบบการซุ่มโจมตีของอีธานอย่างสมบูรณ์แบบ คุณกำลังเดินเข้าไปในกรงของมันครับ"
ปราบกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน ความโกรธแค้นผสมผสานกับความวิตกกังวลแผดเผาอยู่ในอก เขาจำภาพรอยยิ้มเย้ยหยันของอีธานจากที่เกิดเหตุคดีล่าสุดได้ขึ้นใจ ฆาตกรรายนั้นไม่ได้แค่ท้าทายกฎหมาย แต่มันกำลังเล่นตลกกับความตายของผู้บริสุทธิ์
"ผมไม่ได้เดินเข้าไปในกรง หมอวิน" ปราบกระซิบผ่านไมโครโฟนขนาดเล็กที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อ เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยแรงกดดัน "ผมกำลังไล่ต้อนมันต่างหาก... และถ้าผมพลาด คุณก็เตรียมตัวเขียนรายงานชันสูตรศพผมได้เลย"
"ความตายของคุณไม่มีประโยชน์ต่อรูปคดีแม้แต่น้อยครับ สารวัตร" เสียงของรวินันท์ตอบกลับมาทันควัน ปราศจากความลังเล "ในมุมมองทางนิติวิทยาศาสตร์ ศพของตำรวจที่ตายอย่างไร้เหตุผล ก็เป็นแค่ก้อนเนื้อที่สูญเสียพลังงานความร้อนไปตามกฎอุณหพลศาสตร์เท่านั้น ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด... หยุดเดินเถอะครับ ตรงนั้นอันตรายเกินไป"
ปราบแค่น2หัวใจในลำคอ หมอวินไม่เคยเปลี่ยน เธอมองมนุษย์ทุกคนเป็นเพียงตัวเลขและสมการทางเคมี แต่ในขณะเดียวกัน ความเย็นชาของเธอกลับเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยดึงสติของเขาไม่ให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์แค้นที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่ชัดเจนก็ดังขึ้นที่ปลายตรอกด้านหน้า!
*ก๊อป... ก๊อป... ก๊อป...*
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นน้ำขังดังแว่วมาท่ามกลางความมืด ปราบพุ่งตัวเข้าหลบหลังเสาปูนเปลือยที่หลุดล่อนอย่างรวดเร็ว สายตาสอดส่องทะลุผ่านความมืดมิดอันหนาทึบ ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ตยาวสีดำสนิทกำลังก้าวเดินอย่างใจเย็น ราวกับผู้ดีที่กำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะยามเย็น มากกว่าจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังถูกตำรวจนับร้อยนายปิดล้อมพื้นที่
"นายมาช้าไปหน่อยนะ สารวัตร" เสียงทุ้ม นุ่มนวล และเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากร่างนั้น อีธานหยุดเดิน หันใบหน้าภายใต้เงาฮู้ดมาทางเสาปูนที่ปราบซ่อนตัวอยู่ รอยยิ้มมุมปากของฆาตกรอัจฉริยะปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด "ผมรอคุณตรงนี้นานจนเกือบจะหลับแล้ว... คุณรู้ไหมว่าความพยายามในการแกะรอยของคุณช่างน่ารักเสียนี่กระไร เหมือนเด็กอนุบาลที่พยายามแก้โจทย์แคลคูลัสขั้นสูง"
ปราบสูดหายใจลึก ก้าวเท้าออกมาจากที่กำบัง ปืนในมือขวาเล็งตรงไปยังกลางหน้าอกของอีธานอย่างมั่นคง "เกมจบแล้ว อีธาน วางอาวุธแล้วคุกเขซลงซะ"
อีธานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย มันยกมือทั้งสองข้างขึ้นช้าๆ คล้ายผู้บริสุทธิ์ แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับขยายกว้างขึ้น "เกมเหรอครับ? สารวัตร... คุณเข้าใจผิดมาตลอดทางเลยนะ เราไม่เคยเล่นเกมกันหรอก สิ่งที่คุณทำอยู่ มันเป็นแค่การดิ้นรนของเหยื่อที่ติดอยู่ในใยแมงมุมต่างหาก"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงวิทยุสื่อสารของสารวัตรธนาเพื่อนร่วมงานก็ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก น้ำเสียงของธนากระด้างและสั่นเครือจนผิดปกติ "ปราบ! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้! จากผลการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงล่าสุดบนวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ... มัน... มันไม่ได้ตรงกับฐานข้อมูลของอีธาน!"
ปราบขมวดคิ้วแน่น สายตายังไม่ละไปจากร่างตรงหน้า "แกหมายความว่ายังไง ธนา พูดให้มันเคลียร์!"
"คนที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่... ไม่ใช่ฆาตกร" ธนาตะโกนลั่นผ่านคลื่นความถี่ "สัญญาณชีวมาตรและโครงสร้าง DNA ที่เราเพิ่งได้มาจากห้องแล็บของหมอวินยืนยันชัดเจนแล้วว่า... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ คือคนที่คุณรู้จักดีที่สุด... คนที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น!"
ปราบรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกตะลึง เขาสบตาเข้ากับนัยน์ตาคู่คมของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งค่อยๆ ดึงฮู้ดสีดำลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่สะท้อนใต้แสงไฟสลัวจากตึกแถว
รอยยิ้มอันคุ้นเคยปรากฏขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าผากของสารวัตรปราบอย่างแม่นยำ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปกับผมนะครับ
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 15
ค่ำคืนแห่งการไล่ล่า
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!