แฟ้มคดีสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะไม้สักเนื้อหนา เสียงนั้นไม่ได้ดังสะท้านสะเทือนจนน่าตกใจ แต่ความหนักหน่วงของมันเพียงพอที่จะทำให้ฝุ่นผงอะตอมที่ลอยเคว้งคว้างในห้องทำงานนิติเวชร่วงหล่นลงมาเกาะบนปกกระดาษอย่างเงียบเชียบ
สารวัตรปราบยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ สันมือหนากดลงไปจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบที่ผ่านการจ้องมองความตายมานับร้อยรูปแบบกำลังเพ่งตรงไปยังร่างเพรียวบางของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหลังแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ หมอวิน" น้ำเสียงของสารวัตรหนุ่มต่ำทุบ ก้องกังวานอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและฟอร์มาดีไฮด์ "รายงานผลชันสูตรชิ้นสุดท้าย... ทำไมมันถึงถูกถอดออกจากระบบฐานข้อมูลกลาง?"
พญ.รวินันท์เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นกรอบบางไร้ซึ่งประกายความตกใจ เธอช้าๆ ถอดถุงมือยางออกทีละนิ้วด้วยความนิ่งสงบ ราวกับสิ่งที่ปราบกำลังเดือดดาลเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศนอกหน้าต่าง
"ความจริงบางอย่างมีน้ำหนักเกินกว่าที่ระบบฐานข้อมูลของกรมตำรวจจะแบกรับไหว, สารวัตรปราบ" เสียงหวานเย็นชาเอ่ยขึ้นเรียบๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายเสื้อกาวน์สีขาวปลิวไสวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหว "หรือบางที... คุณก็แค่อดทนรอรับความจริงที่ว่า มือสะอาดๆ ของพวกคุณกำลังแปดเปื้อนไม่ไหว"
ปราบแค่นหัวเราะในลำคอ รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากขยับตามแรงอารมณ์ เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบ "อย่ามาพูดจาปรัชญาใส่ผม หมอวิน หลักฐานชิ้นนั้นคือรอยนิ้วมือของฆาตกรในคดีเมื่อคืน แต่มันหายไปอย่างไร้ร่องรอย... และคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องเก็บตัวอย่างในเวลาวิกาลแบบนั้นได้ มีแค่คุณกับ..."
ประโยคที่เหลือถูกกลืนหายไปเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบตำรวจรีดเรียบกริบปรากฏขึ้นที่กรอบประตู สารวัตรธนาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเยือกเย็น แววตาของเขาซ่อนความเหนือกว่าไว้อย่างมิดชิด แต่มันกลับไม่รอดพ้นสายตาของพราบนายตำรวจผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน
"ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันเร่าร้อนของพวกคุณสินะครับ" ธนาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเยาะหยัน ปราบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก
"นายมาทำอะไรที่นี่, ธนา" ปราบถามเสียงลอดไรฟัน
"ผมได้รับคำสั่งเบื้องบนมา" ธนาเดินตรงเข้ามาหยิบแฟ้มคดีบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ ด้วยท่าทางสบายๆ "คดีฆตกรรมต่อเนื่องที่พวกคุณกำลังไล่ล่าอีธานอยู่... ทางผู้ใหญ่ลงความเห็นว่ามันมีความซับซ้อนเกินกว่าขอบเขตของกองปราบปรามจะจัดการได้โดยลำพังแล้วครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กองบัญชาการส่วนกลางจะเข้ามาเทคโอเวอร์สำนวนคดีทั้งหมด"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ความเงียบที่หนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงเข็มวินาทีบนนาฬิกาแขวนผนังดังชัดเจน
"เทคโอเวอร์?" ปราบทวนคำ สีหน้าของเขาถมึงทึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "คดีนี้กำลังจะสาวไปถึงตัวการใหญ่ นายกำลังบอกให้ฉันโยนหลักฐานทั้งหมดที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อและความตายของลูกน้องทิ้งไปอย่างนั้นเหรอ!"
"มันไม่ใช่การโยนทิ้ง, ปราบ แต่มันคือการ 'จัดระเบียบ' ต่างหาก" ธนาหันมาสบตาเพื่อนร่วมงานนิ่ง รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่น่ากลัว "บางคดี... ถ้าขุดลึกลงไปเกินไป คนที่จะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดจะไม่ใช่ฆาตกร แต่มันคือพวกเราเอง ตำรวจตงฉินอย่างนายควรจะเข้าใจคำว่า 'ภาพลักษณ์ขององค์กร' มากกว่านี้นะ"
ปราบพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของธนาในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม สันมือของเขาบีบแน่นจนเนื้อผ้าตึงเปรี๊ยะ ธนาไม่แม้แต่จะขัดขืนหรือแสดงอาการหวาดกลัว เขาเพียงแค่ก้มมองมือที่กำคอเสื้อตัวเองอยู่ด้วยรอยยิ้มสมเพชระคนเย้ยหยัน
"แกปกปิดอะไรอยู่, ธนา" ปราบคำรามชิดใบหูอีกฝ่าย "ใครคือคนที่อยู่อยู่เบื้องหลังอีธาน... บอกฉันมา!"
"ถ้าฆ่าผมตอนนี้ นายก็จะได้คำตอบที่อยากรู้ลงหลุมไปพร้อมกับผมด้วยนะ... สารวัตร" ธนาเอ่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ความเกรงกลัว "ปล่อยมือเถอะครับ ภาพลักษณ์ของสารวัตรมือปราบผู้ผดุงความยุติธรรมกำลังจะดูไม่จืดเอาเสียเลยนะ ถ้ามีใครมาเห็นตอนนี้"
หมอวินยืนกอดอกพิงชั้นวางอุปกรณ์การแพทย์อยู่มุมห้อง เธอเฝ้ามองภาพการปะทะกันตรงหน้าด้วยสายตาเรียเฉย ราวกับกำลังชมละครสัตว์ราคาถูก ปากเรียวบางระบายยิ้มเยาะหยันที่หาความหมายไม่ได้
"คุณห้ามสุนัขไม่ให้เห่าไม่ได้หรอกค่ะ สารวัตรปราบ" รวินันท์เอ่ยขึ้นทำลายความตึงเครียด "ในเมื่อวงจรอุบาทว์มันถูกตั้งโปรแกรมไว้ตั้งแต่แรก ไม่ว่าคุณจะพยายามเอาหัวชนกำแพงสักแค่ไหน ผลลัพธ์ก็มีเพียงแค่กะโหลกของคุณเองที่จะแตกละเอียด"
ปราบกัดฟันกรอด ค่อยๆ คลายมือออกจากคอเสื้อของธนาอย่างจำใจ เขาถอยหลังมาหนึ่งก้าว ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความเคียดแค้น ธนาจัดปกเสื้อของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสุขุม ก่อนจะหันไปหยิบแฟ้มคดีทั้งหมดบนโต๊ะติดมือมาด้วย
"ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะ หมอวิน ส่วนนาย... ปราบ กลับไปนั่งโต๊ะทำงานแล้วรอคำสั่งย้ายไปประจำแผนกอื่นเสียเถอะ มันปลอดภัยกับชีวิตของนายมากกว่า"
ธนาเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังออกจากห้องไป เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นทางเดินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ค่อยๆ ห่างออกไปในความมืดสลัวของตึกนิติเวช
ปราบยืนนิ่ง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาทีละหยดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจะหันไปคาดคั้นเอากับแพทย์นิติเวชสาวต่อ แต่ทว่า...
*กริ๊ก*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานของรวินันท์ที่ถูกเปิดออกด้วยความบังเอิญจากแรงกระแทกเมื่อครู่ ดึงดูดสายตาของปราบให้ก้มลงมอง
ในความมืดสลัวของลิ้นชักที่ถูกง้มเปิดออกครึ่งหนึ่ง ปรากฏแฟ้มคดีปกสีดำสนิทที่ไม่มีตราประทับของกรมตำรวจ บนหน้าปกมีรอยเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และที่มุมขวาล่าง... มีสัญลักษณ์รูป 'ดอกกุหลาบสีดำ' วาดด้วยปากกาหมึกซึมสีแดงสด ซึ่งเป็นลายเซ็นเดียวกับที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุฆาตกรรมทุกคดีของอีธาน!
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 9
รอยร้าวในกรมตำรวจ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!