เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 10

ความลับหลังเสื้อกาวน์

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนดวงเล็ก คือบรรยากาศเดียวที่สารวัตรปราบพึงใจในยามวิกาล หอจดหมายเหตุสาธารณสุขไม่ใช่สถานที่ที่ตำรวจยศใหญ่อย่างเขาควรจะมานั่งคลุกคลีอยู่จนเลยเที่ยงคืน แต่ความกระหายใคร่รู้บางอย่างมันกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาเสียยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมตรงหน้า เอกสารแฟ้มสีน้ำตาลซีดๆ บานพับกระดาษที่กรอบแกรบตามกาลเวลา ถูกเปิดออกบนโต๊ะไม้สักตัวเก่า ปราบกวาดสายตาคมกริบอ่านบันทึกประวัติการศึกษาและการปฏิบัติงานของ พญ.รวินันท์ ตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำที่เริ่มจางลงตามอายุไขกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่คนทั่วไปไม่มีทางเข้าถึง แพทย์หญิงผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจในห้องผ่าตัดศพคนนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวแพทย์ชนชั้นกลางตามประวัติทางการที่เธอยื่นไว้กับทางราชการ นิ้วมือหนากร้านจากการจับปืนมาทั้งชีวิตพลิกกระดาษแผ่นถัดไป ภาพถ่ายขาวดำขนาดสองนิ้วของเด็กผู้หญิงอายุราวสิบขวบ ดวงตากลมโตคู่นั้น... มันช่างว่างเปล่าและคุ้นตาเสียจนหัวใจของปราบกระตุกวาบ มันคือดวงตาคู่เดียวกับที่เขามองเห็นในร่างของเหยื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องชุดล่าสุด ดวงตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อความตาย เพราะผ่านความตายมาตั้งแต่ยังหายใจ "เบาะแสทุกอย่างมักซ่อนอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ..." ปราบพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำสะท้อนก้องในห้องเก็บเอกสารที่เงียบสงัด เอกสารระบุว่า รวินันท์เคยใช้ชื่อสกุลอื่นก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นนามสกุลปัจจุบันเมื่อสิบปีก่อน และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ บันทึกเหตุการณ์ไฟไหม้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในจังหวัดชายแดนเมื่อยี่สิบปีก่อน มีเด็กหญิงรอดชีวิตเพียงคนเดียว... และเด็กคนนั้นมีชื่อเล่นในแฟ้มบันทึกตำรวจว่า 'วิน' ปราบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดันฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง สมองของนายตำรวจมือปราบเริ่มประติดประต่อภาพจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน หากรวินันท์คือเด็กผู้หญิงคนนั้นจริง เหตุใดประวัติการรักษาทางจิตเวชของเธอในช่วงวัยรุ่นจึงถูกลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย? ใครเป็นคนใช้อำนาจมืดปกปิดร่องรอยของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะผู้นี้? และที่สำคัญที่สุด... ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอีธาน ฆาตกรอัจฉริยะที่กำลังเล่นเกมกับพวกเขา คืออะไรกันแน่? ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าก้าวหนักๆ ที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านนอก ปราบขยับตัวตามสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองทางหนีทีไล่ในความมืด ประตูกระจกฝ้าของห้องค้นหาข้อมูลค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า แสงไฟนีออนด้านนอกสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี รวินันท์ยืนอยู่ที่กรอบประตู เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้ลวกๆ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมกริบมองตรงมายังโต๊ะทำงานที่ปราบกำลังนั่งรื้อค้นแฟ้มประวัติของเธออยู่ โดยไม่มีความประหลาดใจเจือปนแม้แต่น้อย ราวกับเธอรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเขาจะต้องมาขุดคุ้ยเรื่องนี้ บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ความอึดอัดหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก "การละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น ดูจะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของพนักงานสอบสวนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เท่าไหร่นะครับ สารวัตรปราบ" เสียงหวานเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบสนทนาแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก ปราบไม่สะทกสะท้าน เขาค่อยๆ ดึงมือออกจากด้ามปืน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจหน้ากับแพทย์หญิงผู้กุมความลับครึ่งค่อนกรมตำรวจ สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายระหว่างนายตำรวจผู้ใช้สัญชาตญาณกับแพทย์นิติเวชผู้ใช้ตรรกะปะทะกันจนเกิดประกายไฟในอากาศ "ถ้าสิ่งที่ผมกำลังหา มันช่วยป้องกันไม่ให้มีศพรายต่อไปขึ้นมาบนเตียงผ่าตัดของคุณ หมอก็น่าจะเข้าใจเหตุผลของผมดีนี่ครับ" ปราบตอบเสียงนิ่ง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกับความเย็นชาของอีกฝ่าย รวินันท์ก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องดัง ก้องกังวาน เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมกวาดมองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คนธรรมดาจะคาดเดา "สารวัตรกำลังพยายามเปิดประตูห้องใต้ดินที่ควรปล่อยให้มันปิดตายนะครับ..." รวินันท์โน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฟอร์มาลีนลอยแตะจมูก "และบางที... สิ่งที่สารวัตรจะได้เจอหลังประตูบานนั้น อาจไม่ใช่ฆาตกรที่ตามหา แต่อาจเป็นศพของความจริงที่สารวัตรไม่มีวันรับไหวต่างหากล่ะครับ" ปราบชะงักไปชั่วขณะ คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นไม่ได้ทำให้เขากลัว แต่มันกลับจุดประกายความสงสัยให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่นโดยไม่ทันตั้งตัว รวินันท์ไม่ขัดขืน ปล่อยให้เขาจับไว้เช่นนั้น นัยน์ตาของเธอฉายแววท้าทายลึกๆ ก่อนที่ปราบจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของรวินันท์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างน่าขนลุก รวินันท์ค่อยๆ ดึงข้อมือตนเองกลับอย่างนิ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยนัยยะอันตราย "สายด่วนจากห้องชันสูตร... ดูเหมือนว่าของขวัญชิ้นใหม่จากอีธาน จะมาถึงโต๊ะทำงานของฉันแล้วล่ะครับสารวัตร และเชื่อเถอะว่า... มันเกี่ยวข้องกับคนที่สารวัตรกำลังปกป้องอยู่พอดีเลย" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%