กลิ่นอับชื้นของฟอร์มาลีนและคราบเลือดเก่าที่ฝังรากลึกในเนื้อกระเบื้องห้องชันสูตรพลิกศพ ไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศระหว่างคนสองคน รวินันท์ไม่เคยสدرปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของศพที่นอนอยู่ตรงหน้า มากเท่ากับที่เธอกำลังคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจนายตำรวจหนุ่มที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะสแตนเลส
แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนบนคมมีดผ่าตัดในมือเธอ มันวาววับและเย็นเยียบ
"คุณกำลังใช้ความโกรธเป็นเข็มทิศ สารวัตรปราบ" เสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้ามอง รวินันท์จรดปลายมีดลงบนผิวหนังส่วนหน้าอกของศพ รอยกรีดแรกแยกเนื้อเยื่อออกอย่างแม่นยำไร้ความปรานี ราวกับเธอกำลังเปิดหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่ร่างไร้วิญญาณของมนุษย์ "และมันพาคุณเดินวนอยู่ในเขาวงกตที่อีธานเป็นคนสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรก"
ปราบยืนกอดอก แววตาคมกริบดุดันคู่นั้นจดจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของแพทย์หญิง เขากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามกระตุก "แล้วคุณล่ะ หมอวิน? คุณใช้ความเย็นชาเป็นเกราะ หรือใช้ความไร้หัวใจเป็นเครื่องมือในการซ่อนเร้นอะไรบางอย่างจากผมกันแน่?"
คำพูดนั้นทำให้มือที่ถือมีดของรวินันท์หยุดชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะตวัดสายตาขึ้นมาสบตากับเขา แววตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยความโกรธเคือง มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
"คนตายไม่เคยโกหก สารวัตร... แต่คนเป็นมักจะบิดBENDความจริงเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง" รวินันท์วางมีดลงบนถาดสแตนเลสเสียงดัง *กริ๊ง* เธอถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดออกที Lละนิ้วอย่างใจ1เย็น "คุณยังติดอยู่กับภาพของอดีตคนรักที่คุณปกป้องไว้ไม่ได้ใช่ไหมครับ? ความรู้สึกผิดที่กัดกินคุณอยู่ทุกค่ำคืน ทำให้คุณมองคดีนี้เป็นภารกิจแก้แค้นส่วนตัว ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม"
ปราบแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคร้านแดดของนายตำรวจผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตร ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ
"แล้วคุณล่ะ? การที่คุณมองศพทุกร่างเป็นแค่ตัวเลขและชิ้นเนื้อ มันทำให้คุณหลับตานอนสนิทในยามค่ำคืนได้จริงๆ หรือว่า... คุณแค่มองไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง 'เหยื่อ' กับ 'ฆาตกร' อีกต่อไปแล้ว เพราะตัวคุณเองก็มีความมืดมิดแบบเดียวกันซ่อนอยู่ข้างใน"
ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เคมีระหว่างคนทั้งสองสะท้อนความขัดแย้งที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างอันตราย พวกเขาต่างเป็นเศษเสี้ยวของมนุษย์สีเทาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากบาดแผลในอดีต ปราบใช้ความดุดันเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอภายใน ขณะที่รวินันท์ใช้ความไร้ความรู้สึกเป็นเกราะกำบังความลับที่ดำมืดเกินกว่าใครจะจินตนาการ
รวินันท์ไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป "ถ้าความมืดคือสิ่งเดียวที่ทำให้เรามองเห็นความจริงในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ได้... บางที เราก็อาจจะเกิดมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคดีนี้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ครับ สารวัตร"
ก่อนที่ปราบจะได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก ประตูห้องชันสูตรถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยสารวัตรธนา ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มผู้ทะเยอทะยานซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่อาจปิด
"สารวัตรปราบ... หมอวิน... รีบมาดูนี่ด่วนครับ" ธนาหอบหายใจหนักหน่วง ยื่นแท็บเล็ตในมือให้ "เราเพิ่งได้รับรายงานการผ่าศพจากคดีเมื่อสามปีก่อน... เคสแรกสุดที่จุดประกายให้เกิดเกมทั้งหมดนี้ และรอยแผลผ่าตัดบนร่างของเหยื่อรายนั้น... มันไม่ได้ถูกกระทำโดยฆาตกรต่อเนื่อง แต่มันมีลายมือและเทคนิคการลงมีด ที่ตรงกันกับบันทึกการผ่าศพของแพทย์นิติเวชคนปัจจุบัน... แบบรอยต่อรอย"
ปราบหันขวับกลับมามองหน้ารวินันท์ทันที ในขณะที่รวินันท์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตปรากฏภาพรอยแผลที่สอดคล้องกับวิถีมีดของเธอเองอย่างสมบูรณ์แบบ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 11
รอยแผลที่สอดคล้อง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!