กลิ่นอายของคราบเขม่าดินปืนและกลิ่นอับชื้นในโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงตีสอง ช่างเป็นบรรยากาศที่คุ้นเคยเสียจนสารวัตรปราบแทบจะไม่ต้องหลับตาจินตนาการถึงวิถีกระสุน
รองเท้าคอมแบทหนังแท้เหยียบบนพื้นคอนกรีตที่มีเศษกระจกแตกกระจายสะท้อนแสงไฟฉายวับแวม ปราบปรามยืนอยู่เบื้องหน้าศพที่ยังอุ่นอยู่ ร่างของชายวัยกลางคนผู้เป็น ‘พยานปากเอก’ ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องชุดนี้ นอนฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เก่าๆ เลือดสีแดงเข้มยังคงหยดติ๋งลงสู่พื้นราวกับเข็มนาฬิกานับถอยหลัง ปลายกระบอกปืนยังควันกรุ่น และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าผากของศพถูกกรีดด้วยรอยแผลเป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนทับกันสามวง—ลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของอีธาน
"ตายก่อนที่จะทันได้เอ่ยชื่อฆาตกร... ช่างเป็นบทละครที่ถูกเขียนบทมาอย่างสมบูรณ์แบบเสียจริงนะครับ สารวัตร"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังขึ้นเบาๆ แต่กังวานในความเงียบ พญ.รวินันท์ก้าวเข้ามาในที่เกิดด้วยเสื้อโค้ดกันหนาวสีเข้ม ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบมองร่างไร้ลมหายใจตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ ราวกับกำลังพิจารณาชิ้นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง มากกว่าจะเป็นศพของมนุษย์ที่เพิ่งถูกปลิดชีพ
ปราบหันขวับมามองแพทย์นิติเวชสาว แววตาของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและอารมณ์ดิบเถื่อนที่พยายามกดทับไว้ "คุณมาเร็วเกินไป หรือรู้อยู่แล้วว่าเขาจะตายตรงนี้ หมอวิน"
รวินันท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น เธอหยิบถุงมือยางขึ้นสวมอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินผ่านหน้าสารวัตรหนุ่มเข้าไปใกล้ร่างไร้ชีวิตนั้น "คำพูดของคุณกำลังสะท้อนความกลัวในใจออกมานะฃครับ สารวัตรปราบ... คุณกำลังกลัวว่าหลักฐานชิ้นเดียวที่จะไขคดีนี้ได้ ถูกทำลายหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่สัญชาตญาณของคุณช่วยอะไรไม่ได้เลย"
"เขาคือกุญแจสำคัญ" ปราบขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัว "เขาสัญญาว่าจะบอกชื่อของคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดในกรมตำรวจ แต่ยังไม่ทันจะขยับปาก... กระสุนนัดเดียวก็ปิดปากเขาถาวร แบบนี้คุณจะให้ผมคิดว่ามันคือความบังเอิญอย่างนั้นหรือครับ?"
"ในทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่มีคำว่าความบังเอิญครับ มีเพียงเหตุและผลที่พิสูจน์ได้" รวินันท์โน้มตัวลงใช้ไฟฉายขนาดเล็กส่อง1เข้าไปที่บาดแผลฉกรรจ์กลางหน้าผาก "รอยกระสุนนัดนี้ยิงจากระยะประชิด มุมยิงทำมุมสิบหองศบท้องช้าง วิถีกระสุนบ่งบอกว่าฆาตกรยืนอยู่ทางฝั่งขวา... ซึ่งเป็นมุมอับสายตาของกล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายพอดี คนคนนี้ไม่ได้แค่อยากฆ่าพยานปากเอกคนนี้หันทิ้ง แต่มันจงใจส่งสารมาถึงคุณโดยเฉพาะ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรม ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างอารมณ์ความรู้สึกของนายตำรวจผู้ใช้หัวใจนำทาง กับแพทย์นิติเวชผู้ใช้ตรรกะเย็นชา ปะทะกันในความมืดมิดของโกดังร้างอย่างดุเดือด
"สารวัตรครับ! เราเจออะไรบางอย่างที่หลังโกดัง"
เสียงตะโกนของสารวัตรธนาที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทำลายความเงียบ ธนากวาดสายตามองทั้งปราบและรวินันท์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือซองพลาสติกใสบรรจุวัตถุพยานชิ้นใหม่ขึ้นมา
"เจออะไร?" ปราบหันไปถามเสียงเข้ม
"โทรศัพท์มือถือครับ... เปิดเครื่องอยู่ และมีสายเรียกเข้าล่าสุดเมื่อสามนาทีที่แล้ว" ธนากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ในจอแสดงผล... ปรากฏชื่อผู้โทรเข้าเป็นเบอร์ส่วนตัวของคุณครับ สารวัตร"
ปราบเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลังในเสี้ยววินาที เขาควatalหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของตนเองทันที หน้าจอสมาร์ตโฟนของเขากำลังสว่างวาบ... และสายนั้นก็คือสายที่กำลังโทรเข้าหาศพของพยานปากเอกที่เพิ่งขาดใจตายไปสดๆ ร้อนๆ
รวินันท์หันกลับมามองหน้าปราบทันที แววตาที่เคยไร้ความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและหวาดระแวงเป็นครั้งแรก เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ดูเหมือนว่า... พยานปากเอกที่แท้จริงในคดีนี้ ไม่ใช่คนที่นอนอยู่บนโต๊ะนี้หรอกนะครับ สารวัตร"
ในวินาทีนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือในมือของปราบก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน... และบนหน้าจอนั้น ปรากฏข้อความสั้นๆ ส่งตรงมาจากเบอร์ปริศนาที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ:
*"เกมรอบนี้... นายเลือกฝั่งผิดซะแล้วล่ะครับสารวัตร หันไปมองข้างหลังสิ..."*
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 12
เบาะแสจากพยานปากเอก
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสลักในคดีฆกรรมกับนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!